
"บิ๊กจิ๋ว"จี้"อภิสิทธิ์"รับผิดชอบต้องยุบสภา
"พล.อ.ชวลิต" แถลงจี้ "อภิสิทธิ์" ต้องรับผิดชอบ ซัดขาดสำนึกผู้นำ ต้องยุบสภา เตือนรัฐบาลอย่ามองแดงฝ่ายต่อต้าน ชี้ผู้นำต้องเข้าใจปัญหาคนในชาติ ซัดสลายกลางคืน อันตรายมือที่สาม จี้ยุบสภาเดี๋ยวนี้ ก่อนปัญหาลาม เมินพูดคุยพรรคร่วมรัฐบาล ยันยิงทหารไม่ใช่แดง เชื่อ
(12เม.ย.) เวลา 13.00 น.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวกรณีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากการปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เมษายนว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผู้ซึ่งจะต้องรับผิดชอบมีคนเดียว ก็คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพราะ 1.บุคคลคนนี้เป็นคนที่ขาดสำนึกความเป็นผู้นำ หรือพูดง่ายๆไม่มีลักษณะความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีหัวใจการเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นคนที่สำคัญที่สุดในประเทศชาติ คนที่มีความรู้สึกหรือสำนักในความเป็นผู้นำ ต้องสำนึกว่าตนมีความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน ต่อปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้น
"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความขัดแย้งของพี่น้องในแผ่นดิน ตัวเองจะต้องเป็นผู้ประสานและแก้ไขปัญหา ในฐานะที่เราเป็นเหมือนผู้อาวุโส ถ้าเปรียบกับครอบครัวก็เหมือนพ่อบ้าน ดังนั้น ต้องตระหนักว่าความรู้สึกของคนในชาติเป็นอย่างไร และแก้ปัญหาด้วยความสำนึกว่าเขาเป็นน้องเป็นพี่ เป็นลูกเป็นหลาน เป็นเพื่อนกับตัวเรา ไม่ใช่มองว่า ฉันเป็นรัฐบาล เขาเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพราะอย่างนี้จะแก้ไม่ได้"
พล.อ.ชวลิต ยังย้ำว่า"ผมเสียใจที่พยายามพูดมานานให้คนๆนี้มีความสำนึกในเรื่องนี้ เพราะหัวใจเป็นเรื่องสำคัญมากคนจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแต่ไม่ให้เกียรติกับคนที่เป็นนคู่กรณี ไม่ตระหนักในความรู้สึกหรือปัญหาของเขา ไม่มีทางแก้ได้ เราแก้กันมามากแล้ว แก้กันมาตลอดชีวิต แล้ววันนี้มันเกิดความอับอายมาก ผมไม่เคยเห็นเพื่อนฝูงในกลุ่มอาเซียนมีความรู้สึกต่อประเทศไทย หรือผู้นำของไทยเหมือนครั้งนี้เลย น่าเสียใจมาก
ประเด็นที่ 2 ที่สำคัญมากคือผู้นำต้องเข้าใจถึงปัญหาของคนในชาติ ถ้าไม่เข้าใจว่าอะไรคือปัญหาหลัก อะไรคือปัญหารอง อะไรต้องแก้ก่อน อะไรต้องให้น้ำหนัก วันนี้ศูนย์รวมของปัญหาทั้งหมด วันนี้รัฐบาลรับแล้วว่าต้องยุบสภา คนทั้งแผ่นดินรับรองแล้วว่าต้องยุบสภา เป็นแต่เพียงความขัดแย้งอยู่ที่ว่ารัฐบาลเสนอ 9 เดือน เหมือนไม่อยากจะแก้ไขปัญหา ถ้าหากคุณอภิสิทธิ์ เป็นผู้นำที่สำนึกในปัญหาของชาติ โดยเฉพาะความเร่งด่วน และต้องรู้ว่าความเร่งด่วนของปัญหาคือความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น เหมือนที่ผมพูดมาแล้ว เมื่อ 3-4 วันที่แล้วว่าไม่ต้องไปนึกถึงแก้รัฐธรรมนูญ ประชามติ เรื่องขี้หมูขี้หมาอะไรเยอะแยะมากมายก่ายกอง เรื่องหัวใจคือคนไทยจะตีกัน จะทะเลาะกัน จะเกิดความขัดแย้งและถ้าเกิดขึ้นแล้วมันจะเป็นปมลึกและแก้ไขยาก ซึ่งบอกมาแล้วไม่ใช่ไม่บอก และในท้ายที่สุดก็เกิดขึ้นจริง ถ้าตัวเองตระหนักว่ามันไม่ใช่ปัญหาอื่น
ปัจจัยเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องเข้าใจว่าต้องแก้ด้วยความรวดเร็ว ทันที พรุ่งนี้แก้ได้ยิ่งดี วันนี้ปล่อยซะจนเกิดความขัดแย้งซึ่งเราไม่เคยพบเคยเห็นมาในชีวิตของเรา ประเทศชาติมีความขัดแย้งในสังคมมา 78 ปีเต็ม แต่ไม่เคยเห็นความรุนแรงขนาดนี้ ไม่เคยเห็นความปรารถนาของพี่น้องประชาชน ต่อการปกครองในบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม คือหัวใจอันหนึ่งที่ผู้นำของชาติขาด ซึ่งน่าเสียใจอย่างที่สุด
ข้อที่ 3 ที่สำคัญคือผมไม่เคยพบเคยเห็นที่มีการใช้กำลังทหาร ตำรวจติดอาวุธเข้าปราบปรามและทำร้ายประชาชน ไม่เคยเห็นความรุนแรงและกระทำกันอย่างขาดความสำนึกอย่างนี้เลย ผมไม่เคยตำหนิพี่น้องตำรวจทหารเลย เพราะผมตระหนักดีและพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่าคนเสื้อแดง ที่เผชิญหน้ากับทหาร รู้ว่าลูกหลานและเพื่อนฝูงที่จับปืนยืนอยู่ตรงนั้น มีความรู้สึกที่ไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เขา แต่อยู่ที่บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งพวกเรารู้ดี
“มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ นายกรัฐมนตรีจะไปบอกว่าคุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี) คือคนที่รับผิดชอบใน ศอฉ. ไม่ได้ ตัวเองต้องรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ปฏิเสธไม่ได้ และจะบอกให้ว่าถ้าตัดสินใจจะดำเนินการ ผมเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น การกวาดล้างหรือดำเนินการต่อพี่น้องมหาชนที่รวมตัวกันในเวลาค่ำมืด มันอันตรายมาก ซึ่งเห็นอยู่แล้ววันนี้ว่าอันตรายอย่างไร มือที่ 3 ที่สอดเข้ามา ผมว่าพวกเราเกือบจะรู้อยู่แล้วว่ามือที่ 3 คือใคร และอะไรอยู่ที่ไหน นี่คือสิ่งที่น่าเสียใจอย่างที่สุด ถ้าตัดสินใจจะทำ วิธีการก็ไม่ถูกต้อง ไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อย
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จึงสรุปในคำแถลงการณ์และความรู้สึกของผมว่ามีอยู่ทางเดียวคือคุณอภิสิทธิ์ ต้องยุบสภาเดี๋ยวนี้ คุณยิ่งปล่อยไป คุณยิ่งสร้างบาปกรรมให้พี่น้องคนไทยและสังคมไทยอย่างมหาศาล จะสร้างปมปัญหาให้เป็นเงื่อนที่ใหญ่มากขึ้น และแก้ด้วยความยากลำบาก ผมไม่ทราบว่าคุณอายุแค่นี้จะไม่เคยเจอกับปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้มาในอดีต แต่จะบอกให้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้ เพราะมีผู้นำที่ไม่ได้มีความไร้ประสิทธิภาพ ไร้ประสบการณ์ เหมือนอย่างคุณอภิสิทธิ์ คนเดียว”
"ผมเสียใจ และความจริง ก็ไม่ได้อยากจะพูดกับเขาแบบนี้ แต่ผมต้องเอาบ้านเอาเมืองอยู่รอด สรุปปัญหาที่แท้จริงในบ้านในเมืองนี้ว่าอยู่ที่คุณอภิสิทธิ์ และตัวแกนนั้นจะต้องตัดสินใจที่จะสถาปนาความสงบสุขของบ้านเมืองด้วยการยุบสภาเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้เป็นต้นไป มิฉะนั้นจะมีปัญหา ซึ่งจะไม่ใช่แค่มีปัญหากับแค่คุณอภิสิทธิ์ แต่จะมีปัญหากับหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับท่านตลอดชีวิต โดยเฉพาะความเจ็บปวด และเจ็บช้ำน้ำใจที่ท่านจะได้รับ"
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลเรียกร้องให้ลดระยะเวลาการยุบสภาจาก 9 เดือนเหลือเพียง 6 เดือนนั้นยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ได้บอกไปแล้วว่าต้องเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการแก้ไขฉับพลันทันที ยิ่งทิ้งเอาไว้ยิ่งสร้างเงื่อนไข และปมของปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น และจะแก้ไขไม่ได้ เสียใจที่ถ้าทำได้เสียแต่วันนั้นป่านนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งเสียใจอีก
เมื่อถามว่า จะไปคุยกับพรรคร่วมหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คุณบรรหาร (ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา) และพรรคร่วมต้องตระหนัก และต้องตระหนักถึงลักษณะปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆ ป่วยการที่จะมาพูดกันเรื่องเท่านั้นเดือน เท่านี้เดือน ไม่มีประโยชน์ เชื่อผมสิว่าเสื้อแดงเขาก็คิดเหมือนกับผมว่าเขาคงยอมไม่ได้
เมื่อถามว่า เมื่อถามว่าการหารือกันของ 4 อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คงไม่มี เพราะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะคุยทีละคน
เมื่อถามว่า รัฐบาลระบุว่ามีผู้ก่อการร้ายเข้ามาแฝงอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าคำว่า ผู้ก่อการร้ายนั้นคือใคร อะไร อย่างไร และทำไมถึงเรียกว่าผู้ก่อการร้าย แต่ที่รู้แน่นอน คือได้ไปเยี่ยมทหาร และทหารบอกชัดเจนว่า เขาถูกยิงมาจากที่อื่น ไม่ใช่คนเสื้อแดงที่เผชิญหน้าอยู่
เมื่อถามว่าที่บอกว่าเกือบรู้ตัวแล้วว่ามือที่ 3 นั้นคือใครหมายความว่ารู้ใช่หรือไม่ว่าใครคือมือที่ 3 พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า"น่าจะรู้นะ และพวกเราก็น่าจะรู้ว่ามือที่ 3 คือใคร และใครที่ส่งคนติดอาวุธมาตั้งเยอะ
พล.อ.ชวลิต กล่าวเห็นด้วยว่าเรื่องการตรวจสอบ เพราะมันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเป็นการตรวจสอบภายใต้ผู้นำ หรือ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อคนอื่น ที่ไม่ใช่ชื่อภิสิทธิ์" เมื่อถามว่ากลุ่มการเมืองหรือไม่ที่อยู่เบื้องหลังกองกำลังไม่ทราบฝ่าย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า"ไม่รู้ อย่าให้พูดเลย ถ้าถามอย่างนี้ก็รู้ด้วยตัวเองแล้ว "
เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรีลาออกและให้คนอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนนั้นจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าไม่ทราบ มันต้องแก้ปัญหาที่ตรงหัวใจ เขาบอกว่าต้องยุบสภา เราก็ยุบสภา เพื่อให้อำนาจเป็นของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่ารัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลแห่งชาตินั้นจะพอแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ผมพูดเรื่องรัฐบาลเฉพาะกาลมานานแล้ว แต่พอผมบอกว่าจะแถลงข่าววันนี้ก็มีพวกเราก็มีการชิงไปออกก่อนว่าผมพูดอย่างโน้นอย่างนี้ เมื่อถามว่าได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ้างหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่บอก



