
พลิกวิกฤติฝึกอาชีพ ระหว่างประท้วง
กรมพัฒนาฯ นำอาชีพฝึกให้พนักงานเมย์ฟิลด์ถึงกระทรวงแรงงาน หลังพนักงานกว่า 200 คนปักหลักไม่ยอมไปไหนเพราะเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชย
หนึ่งในนโยบาย 3 ลด 3 เพิ่ม ของ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งทำในขณะนี้คือ การเข้าไปให้คำแนะนำด้านฝึกอาชีพ เพื่อสร้างทักษะฝีมือ และนำไปสู่การประกอบอาชีพและการจ้างงานในอนาคต ให้แก่พนักงานที่ปักหลักชุมนุมประท้วงโรงงานผลิตเสื้อผ้า บริษัท เมย์ฟิลด์ จำกัด เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากนายจ้าง ที่อ้างขาดทุน และได้ประกาศปิดกิจการถาวรมาเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ บริเวณใต้อาคารกระทรวงแรงงาน
ทีมงานคุณภาพชีวิต เกาะติดคุยกับพนักงาน ขณะที่มีการสอนอาชีพ พบว่า แรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากบริษัทเมย์ฟิลด์ ประกอบด้วยพนักงานธุรการ พนักงานเย็บจักรอุตสาหกรรม และพนักงานทำความสะอาด เป็นสุภาพสตรีจำนวน 200 คน
โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร ได้เข้ามาเปิดหลักสูตรระยะสั้น คือ สูตการทำซูชิ และหลักสูตรการทำเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ (ม็อกเทล) ให้แก่พนักงานที่ต้องการกลับไปสร้างอาชีพใหม่ หรืออาชีพอิสระ
ส่วนกลุ่มเย็บจักรอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ แต่อยากกลับเข้าไปทำงานอีกครั้ง ได้มีการนำหลักสูตรฝึกอาชีพระยะยาว อย่างการตัดเย็บเสื้อผ้า (ฝึกอบรม 3 เดือน) การเย็บกระเป๋า (ฝึกอบรม 5 วัน) และนวดแผนไทย (ฝึกอบรม 1 เดือน) โดยให้ฝึกอบรมที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
นางมาลี ทองม่วง อายุ 49 ปี ซึ่งร่วมอบรมวิชาทำม็อกเทล เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเรียนเพราะในเมื่อไม่มีงานทำ และอายุมากขึ้นเรื่อยๆ คงจะหางานทำลำบาก ที่สำคัญการทำม็อกเทลไม่ยุ่งยากและคิดว่าถ้าจะขายจริงต้นทุนไม่สูงมาก วันนี้อาจารย์สอนตั้งหลายสูตร เช่น น้ำสมูทตี้ส์ แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ น้ำมะนาวครีมโซดา ครีมมี่โอริโอ้ และมอคค่า เฟรปเป้ ก็พอเข้าใจบ้าง แต่หลังจากนี้คงต้องไปฝึกต่อที่บ้าน
ส่วนเงินค่าชดเชย 20% ที่นายจ้างจ่ายให้นั้น คงเก็บไว้ก่อน ยังไม่เอามาลงทุนทำอะไรทั้งนั้น เพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่น่าไว้วางใจ แต่อนาคตก็เริ่มคิดไว้แล้วว่าจะเปิดร้านขายข้าวต้มกุ๊ย เพราะทำง่ายและขายคล่อง แถมยังลงทุนน้อย เผลอๆ ขายคู่กับม็อกเทลก็ยังได้
ส่วนนางสุธามาต ทองชู อายุ 36 ปี ซึ่งอบรมทำซูชิ เล่าว่า ทำซูชิสนุกดี ได้ความรู้เพิ่มเติม ดีกว่านั่งชุมนุมประท้วงอยู่เฉยๆ ส่วนจะนำวิชาไปประกอบอาชีพนั้น ตอนนี้คงพับโครงการไว้ก่อนเพราะยังไม่มีเงินทุน คงต้องรอรอเงินจากนายจ้างซึ่งยังไม่รู้จะได้ตอนไหน และขณะนี้ก็มีคนตกงานกันเยอะ แต่เรียนไว้ก็ไม่เสียหาย คิดว่าจะกลับไปทำให้ลูกสาวกินเป็นการประเดิมและพิสูจน์ฝีมือของตนเอง
ด้าน น.ส.อรสา สิทธิ์มั่นคง อายุ 41 ปี ซึ่งทำซูชิอีกคนหนึ่ง เล่าว่า มาเรียนเพราะอยากมีความรู้เรื่องการทำซูชิ และอยากมีรายได้เสริม การทำซูชิไม่ยากอย่างที่คิด แต่ต้องรู้พื้นฐานการทำก่อน ซึ่งก็ได้รับความรู้เยอะมาก คิดว่าจะเปิดร้านขายซูชิสักแห่งใกล้ๆ บ้าน ตอนนี้เริ่มมองเห็นลู่ทางทำมาหากินแล้ว โดยเล็งทำเลไว้ที่แหล่งวัยรุ่น โรงเรียน หรือตามหน้าห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน คงสามารถสร้างเป็นอาชีพได้
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรการทำซูชิและการทำม็อกเทลนี้ เพื่อเป็นวิชาชีพติดตัวหรือประกอบอาชีพอิสระได้ในอนาคต มีพนักงานสนใจเรียน 60 คน เป็นหลักสูตรระยะสั้นใช้เวลาเรียนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทำเป็นแล้ว ส่วนอาจารย์ผู้สอนนั้น กรมได้จัดเชฟมืออาชีพมาสอนแบบไม่หวงวิชา เพื่อพนักงานสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง



