ข่าว

จ.ม.ถึงผู้แทน 
ถึงนายกฯ อภิสิทธิ์

จ.ม.ถึงผู้แทน ถึงนายกฯ อภิสิทธิ์

12 เม.ย. 2553

ขอเพิ่มเงินเดือนคนแก่ ปัจจุบันค่าครองชีพพุ่งเร็วมาก ราคาน้ำมันก็สูงขึ้น ทำให้ข้าราชการบำนาญผู้น้อย และพนักงานบำนาญผู้น้อย ซึ่งมีเงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาทต่อเดือน ได้รับความเดือดร้อนมาก

 ตอนที่ทำงานอยู่ นานๆ จึงจะปรับอัตราบัญชีเงินเดือนสักครั้ง สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี จึงได้ปรับอัตราบัญชีเงินเดือนเพียงหนึ่งครั้ง และไม่มากด้วย พอมาสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี ได้ปรับอัตราบัญชีเงินเดือนเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง และไม่มากเช่นกัน ในช่วงของนายกรัฐมนตรีคนอื่น ก็เป็นเวลาหลายปีกว่าจะได้ปรับบัญชีอัตราเงินเดือนสักครั้ง โบนัสก็ไม่มี
 พอถึงเวลาเกษียณ ลองคำนวณอัตราเงินเดือน ฐานอัตราเงินเดือนต่ำมาก แต่ละคนไม่สมดุลกับค่าครองชีพ ต่อมาสมัย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ราว 2 ปี ก็มีการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนหนึ่งครั้ง และ 2 ปีต่อมา ก็ปรับบัญชีอัตราเงินเดือนอีกหนึ่งครั้ง แล้วก็สิ้นอำนาจทางการเมืองไป จากนั้นก็ยังไม่มีปรับบัญชีอัตราเงินเดือนอีกเลย จนกระทั่งปัจจุบัน
 เวลาสร้างสนามบินในส่วนภูมิภาคถึง 28 แห่ง เป็นเงินลงทุนหลายพันล้านบาท กลายเป็นสนามบินร้างไปหมด ไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน มาทดลองนั่งบินกันคนละครั้งก็เลิกราหายไป รัฐบาลและราชการไม่ยักจะเสียดาย จำนวนเงินงบประมาณที่สูญเปล่าแบบนี้ ถ้านำมาดูแลข้าราชการบำนาญผู้น้อย และพนักงานบำนาญผู้น้อย สัก 10 ปี ก็ยังไม่หมด
 ในความเห็นของผม ข้าราชการบำนาญผู้น้อย และพนักงานบำนาญผู้น้อย ที่ได้รับอัตราเงินเดือนต่ำสุด ควรที่จะได้รับเงินเดือน เดือนละ 12,500 บาท จะนำอัตราเงินเดือนข้าราชการบำนาญผู้น้อย พนักงานบำนาญผู้น้อย ไปเทียบกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำของกระทรวงแรงงาน ผมมองว่าไม่ถูกเรื่อง และไม่ถูกต้อง ในธุรกิจภาคเอกชน บุคคลที่เกษียณจะได้รับเงินเดือนค่าประกันชราภาพ (บำนาญ) จากสำนักงานประกันสังคม หรือเงินเดือนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพราว 15,000 บาทต่อเดือน เป็นอย่างต่ำ
 รัฐบาลคงทราบเรื่องนี้ดี จะให้เก็บเรื่องเข้าลิ้นชักโต๊ะทำงานไป กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่งหายไปอีกก็ตามใจ
อวยวิทย์