
"ประทีป"ถกหากระสุนจริงทหารปะทะนปช.
ปทีป เรียกประชุมประเมินสถานการณ์หลังเหตุปะทะเมื่อคืน ตั้งทีมตรวจสอบเหตุใช้กระสุนจริง ตรวจภาพหาสาเหตุปะทะรุนแรง ยันตำรวจ-ทหารยังทำงานร่วมกันได้
(11เม.ย.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พ นายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. และ ผบก.น.1-9 ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ หลังเหตุการณ์ทหารเข้าทวงคืนพื้นที่ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เมื่อคืนที่ผ่านมาและเกิดเหตุปะทะจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงการตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ต้องแยกทีมกันไปตรวจสอบรายละเอียดเพราะเมื่อคืนเหตุการณ์วุ่นวายและมีคนจำนวนมาก ลำพังพนักงานสอบสวนคงไม่เพียงพอ จึงได้สั่งการให้ บช.น. ตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำถุงดำไปคลุมและทุบทำลายไปนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาเพราะได้สั่งการให้ตำรวจนอกเครื่องแบบที่อยู่ในบริเวณนั้นบันทึกภาพไว้หมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางตำรวจได้รับการประสานจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอ.ฉ.) ร่วมกับทหารในการตรวจสอบกรณีพบกระสุนจริงในที่เกิดเหตุหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า เรื่องนี้มีการดำนเนการอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถตอบอะไรได้ จนกว่าทีมสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาค่อนข้างชุลมุนส่วนหลักฐานกำลังดำเนินการเก็บรวบรวมอยู่
ส่วนกรณีที่นายฮิโร มูราโมโต ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์ประจำกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตพล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า คงต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชก่อนผลออกมาอย่างไรจึงสามารถบอกได้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ส่วนกรณีมือที่ 3 ที่เข้ามาก่อความวุ่นวายนั้นขอให้ดำเนินการตรวจสอบก่อนว่าสาเหตุเกิดจากอะไรยังไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาแต่ทางการสืบสวนก็เริ่มดำเนินการแล้วและเร่งรัดให้ตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการปรับท่าทีในการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับตำรวจหรือไม่หลังเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ยืนยันว่าตำรวจกับทหารยังทำงานร่วมกันเหมือนเดิม บางจุดก็ต้องใช้กำลังตำรวจดูแลเท่านั้น บางจุด ที่ยังปฏิบัติงานร่วมกันได้ก็ยังร่วมกันอยู่ เพราะกำลังตำรวจอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ และยังกำชับไม่ให้ใช้ความรุนแรง และห้ามพกอาวุธในการดูแลผู้ชุมนุม



