ข่าว

“เทือก”ซัดแดงใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต

“เทือก”ซัดแดงใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต

11 เม.ย. 2553

“สุเทพ”เสียใจทหารเจ็บตายระนาว ซัดไม่คาดคิดม็อบแดงใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าคนไทยด้วยตนเอง ลั่นไม่ถอดใจ แต่พร้อมเสียสละตัวเองแลกค้ำรัฐบาล-ประเทศชาติอยู่รอด จวกเสื้อแดงปลุกปั่นไปไกลเกินทวงคืนประชาธิปไตย จ้องเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยันรัฐบาล-กองทัพจับมือแน่นปึ๊ก เ

(11เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ  ผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกคอกวัว เมื่อวานนี้ว่าในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลสถานการณ์ และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูแลงานด้านความมั่นคง ตนได้ยึดหลักการว่าจะต้องทำให้กฎหมายบ้านเมืองบังคับใช้ได้ และหลีกเลี่ยงไม่ให้มีความสูญเสีย จนกระทั่งประชาชนและสื่อมวลชนตำหนิว่ามัวแต่ชักช้า ไม่ทำอะไรเสียที บ้านเมืองกำลังแย่แล้ว และเมื่อเราลงมือปฏิบัติการทั้ง ๆ การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่การสลายการชุมนุม เพียงแต่ต้องการขอพื้นที่คืนจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปถึงสี่แยก จปร. เพื่อให้การจราจรจากฝั่งธนบุรีเข้าสู่ กทม. สามารถทำได้สะดวกขึ้น และผู้ชุมนุมไม่ได้มีจำนวนมากจนต้องใช้พื้นที่มากขนาดนี้ เราเห็นว่าผู้ชุมนุมใช้พื้นที่บริเวณหน้าเวทีผ่านฟ้าเท่านั้น เราก็จะได้พื้นที่คืนมาให้คนกทม.ได้ใช้และถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรได้

 เมื่อเจ้าหน้าที่ลงมือปฏิบัติการจริงปรากฎว่ามีภาพที่มันซ้อนว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะมาด้วยความเชื่อ หรือเหตุที่มีคนให้ข้อมูลข่าวสารด้านใดด้านหนึ่ง และเข้าใจผิดจึงได้ออกมาต่อต้าน ซึ่งในกลุ่มที่มาชุมนุมนั้นได้มีพวกที่ได้วางแผนการเอาไว้แล้ว และแฝงตัวเข้ามาดำเนินการ ทำให้การชุมนุมของผู้ชุมนุมมีภาพซ้อนในหลายมิติ และแฝงเข้ามาหลายกลุ่ม จะรู้กันหรือไม่รู้กันตนตอบไม่ได้ แต่ในวันข้างหน้าเมื่อมีการสืบสวนสอบสวนทุกอย่างก็จะชัดเจนคนที่แฝงเข้ามามีอาวุธสงคราม ทั้งปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 ลูกระเบิดเอ็ม 79 พอได้จังหวะก็ยิงเข้ามา ตนได้ติดตามสถานการณ์ทำให้เห็นภาพ และเห็นเหตุการณ์ทั้งจากสื่อมวลชน และ ประชาชนทั่วไปที่ส่งเข้ามาให้ บางภาพก็เป็นภาพที่ยิงถูกยิงผู้ชุมนุมกันเอง บางภาพก็ยิงถูกประชาชนที่ไม่รู้เรื่องด้วย และบางภาพก็ยิงถูกทหาร ทำให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งรัฐบาลจะเยี่ยวยาทั้งสองฝ่าย

 “ในฐานะที่ผมเป็นคนรับผิดชอบผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งของครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน หรือ ทหาร โดยเฉพาะผู้สื่อข่าว ผมขอแสดงความเสียใจ เพื่อเป็นการลดดีกรีความร้อนแรงของการชุมนุม จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กลับมาพักฟื้นกำลังพลตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะเป็นคนขอให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยมือเปล่า มีเพียงโล่ หมวกกันน็อก และ กระบอง ผมเสียใจที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต คนเหล่านั้นเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง มาทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่ทำไมถึงถูกทำร้ายแบบนั้น เพราะเขาไม่ได้คิดที่จะไปทำร้ายประชาชน เราพูดกันตลอดเวลาว่าประชาชนไม่ใช้ศัตรู บางคนเป็นคนที่มีความหมาย และ มีความสำคัญกับครอบครัว บางคนเป็นผู้ที่มีอนาคตมีฝีมือ เป็นคนสำคัญของกองทัพ แต่ต้องการสูญเสีย ” นายสุเทพ ระบุ

 เมื่อถามว่า การที่ไม่ให้ทหารติดอาวุธในการปฏิบัติครั้งใหม่ จะมีการทบทวนให้มีการติดอาวุธหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็ยังคิดหนักอยู่ ถ้าส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไป แล้วเขาต้องล้มตาย บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ตนก็ไม่มีใจส่ง

 ถามว่ามีการเสนอให้มีการเจรจาเพื่อเป็นทางออกของปัญหานี้ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเจรจามาแล้ว และนายกรัฐมนตรียอมลงไปเจรจาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเจรจาที่มีการถ่ายทอดให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน แต่ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น หากจะมีการมาพูดคุยหรือเจรจากันใหม่ทางฝ่ายรัฐบาลก็ยินดี เพื่อจะทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุข ตนยินดีทำทั้งนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ารัฐบาลยอมจำนนกับความรุนแรงที่กลุ่มคนเสื้อแดงให้สังคมหวาดกลัวทุกอย่าง นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น การรักษาบ้านเมือง และทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยยังคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่เราต้องแยกให้ออกระหว่างการทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุขใครทำผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย และ ส่วนเรื่องการเมืองก็จะต้องว่ากันไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมพูดถึงเรื่องสงครามการเมืองและสงครามติดอาวุธ ตอนนี้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ใช่บทสรุป และตนเคยพูดกับสื่อมวลชนตั้งแต่ต้นว่ามีการเตรียมการอย่างนี้กันจริง ๆ มีการพยายามจัดตั้งกองทัพประชาชน มีกองกำลังติดอาวุธ มีการก่อวินาศกรรม การที่ตนพูดเรื่องนี้ครั้งแรกก็ถูกตำหนิว่าวาดภาพเกินจริง แต่ในที่สุดก็เป็นจริงอย่างที่ได้ประเมินเอาไว้ เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา มันนอกเหนือจากที่ตนคิดจริง ๆ และคิดว่าคนไทยด้วยกันจะโหดเหี้ยมอำมหิตกันขนาดนี้ทำร้ายคนที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ ทำร้ายประเทศมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และ เสียใจ

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นไปดำเนินการตามกฎหมาย ตนพยายามบอกกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่าได้มาแสดงอะไรกันมามากแล้วขอให้กลับบ้านกันเถอะ ขอให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อยสักระยะหนึ่ง เรื่องที่เป็นประเด็นทางการเมืองค่อยมาว่ากันตามวีถีทางทางการเมือง ส่วนคนที่แฝงตัวมากระทำความผิด หรือที่เราเรียกว่าผู้ก่อการร้ายเราก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องประกาศกฎอัยการศึกเพื่อจับกุมผู้ก่อการร้ายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะต้องไปถึงขนาดนั้น เพราะกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ก็มีมากพอที่จะให้อำนาจในการแก้ไขปัญหา กฎหมายอะไรก็ใช่ไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าคนไม่เชื่อฟัง และผู้รักษากฎหมายไม่สามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกลไกของรัฐบาลจะต้องทำให้เต็มที่ เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำงานให้แข็งแรงเป็นที่พึ่งของประชาชน ในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤต

 เมื่อถามว่า มีข่าวว่าอาวุธที่นำมาใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้มาจากจ.สมุทรปราการจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวยอมรับว่า มีหลายข่าวมาจาก จ.สมุทรปราการบ้าง จ.สุรินทร์บ้าง ทั้งนี้รัฐบาลยินดีรับฟัง และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปสืบสวนสอบสวน

 ถามว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลจะเอ็กซเรย์อาวุธสงครามอย่างจริงจังหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มันถึงเวลามานานแล้ว  ส่วนที่ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นเงื่อนไขให้ยุบสภาทันที และให้นายกรัฐมนตรีเดินทางออกนอกประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นเงื่อนไขของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เราจะต้องถามประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่ามีความเห็นอย่างไร

 ต่อข้อถามที่ว่าคิดว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มองอย่างนั้น และอยากจะขอความกรุณาทุกฝ่ายให้กลับไปลำดับเหตุการณ์ และ ทบทวนเหตุการณ์ทุกอย่างให้ดี และจะได้คำตอบ ตนจะมาพูดว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของตนก็จะทำให้เกิดความเสียหาย และก็จะเป็นการยั่วยุกัน แต่ขอให้ไปดูข้อเท็จจริง ซึ่งตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสื่อมวลชนในภาคสนามมากมาย

 ดังนั้นสื่อมวลชนจะต้องนำเรื่องจริงมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน ขอให้สื่อมวลชนทำความจริงให้ปรากฎ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนเป็นอย่างอาวุธของเจ้าหน้าที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมยึดไปในขณะปฏิบัติหน้าที่ และต้องหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งได้กำชับกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ให้ช่วยติดตามอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมยึดไป หากอาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้ก่อเหตุร้ายจะยิ่งทำให้บ้านเมืองมีปัญหาหนักขึ้น

 เมื่อถามว่า ในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคงสิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้คืออะไรนายสุเทพ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงความรู้สึกโกรธเคืองระหว่างคนไทยด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเหตุการณ์ยืดเยื้อออกไปจะทำให้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล กลายเป็นจำเลยสังคม แทนที่ประชาชนจะเห็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า พวกตนก็จะต้องยอมรับว่าเมื่อเราทำงานแล้วก็จะต้องหาอธิบายให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย และได้พยายามคลี่คลายอธิบาย และนำข้อเท็จจริงมาให้ประชาชนได้รับทราบ นายกรัฐมนตรีได้บอกกับประชาชนตั้งแต่ต้นว่าทุกขั้นตอนที่รัฐบาลจะดำเนินการจะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ และจะมีการดำเนินการอย่างโปร่งใส ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการมาอย่างนั้นโดยตลอด รัฐบาลและทุกคนจะต้องอดทน อดกลั้น กันต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลได้เจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้จับตัวทหาร 4 นาย แล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นผู้ไปดำเนินการเจรจาขอตัวกลับคืนมา และไม่ทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีวัตถุประสงค์อะไร แต่การจับตัวทหารไปนั้น ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะทหารเหล่านั้นก็เป็นลูกหลานของประชาชน

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การตัดสินใจปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ยืดเยื้อมาหลายวันแล้ว รัฐบาลมัวแต่เจรจามัวแต่ถอยทำให้ถูกตำหนิมาก แต่พอรัฐบาลทำไปแล้วก็เกิดปัญหาขึ้น ก็มีคนตำหนิอีก แต่การตัดสินใจครั้งนี้ได้พยายามดูความเป็นไปได้ต่าง ๆ นานา อย่างกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกไปที่สถานีไทยคม เราก็ยอม และถอยออมากทำให้เสียหายต่อเกียรติภูมิของทหาร และกองทัพอย่างมากที่ยอมจำนน เพราะประชาชนหวังว่าเราจะยึดไว้ได้ แต่เราและทหารก็ยอม แต่สำหรับพื้นที่ที่มีการชุมนุมอยู่ในขณะนี้ถ้าเราไม่ดำเนินการประชาชนก็จะรู้สึกว่าในที่สุดรัฐบาลก็ยอมให้เขาจับคน กทม. มาเป็นตัวประกันอย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ และต้องการคำตอบรัฐบาลจึงต้องตัดสินใจทำ ยืนยันว่าที่ทำไปนั้น ไม่ใช่เพราะใครกดดันแต่เห็นว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องทำในการรักษาบ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ากองทัพอึดอัดใจต่อท่าทีของผู้นำรัฐบาลในการตัดสินใจในครั้งนี้ นายสุเทพ ปฏิเสธว่าไม่มีผู้นำทางทหารและรัฐบาลเข้าใจกันดีและทำงานอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่ได้มีปัญหาอะไร ขณะนี้ตนยอมรับว่ารู้สึกกังวลที่มีการปลุกปั่นยั่วยุต่าง ๆ อย่างกรณีที่เอาศพไปแสดงบนเวที เราต้องช่วยกันเตือนสติว่าเป็นคนไทยด้วยกัน นอกจากนั้น สถานีพีทีวีกลับมาเผยแพร่ออกอากาศได้อีกครั้ง และตนกำลังคิดอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะถ้าเราเข้าไปที่สถานีไทยคมอีกครั้ง ก็จะมีปัญหากันอีก เราก็จะต้องตัดสินใจ และไม่อยากให้ออกอากาศได้ตามปกติ ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะเดินทางไปที่ประเทศดูไบ เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน และไม่เคยมีความคิดแบบนี้

 เมื่อถามถึงการออกหมายจับแกนนำแล้วแต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ แสดงว่าหมายจับไม่มีประสิทธิภาพใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า หมายจับมีประสิทธิภาพ แต่คนจับไม่มีประสิทธิภาพ และจะพยายามทำให้มีประสิทธิภาพ ส่วนการแก้ไขสถานการณ์นั้นตนจะดำเนินการตามสถานการณ์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมตัวไว้หรือไม่ หากจะต้องเคลียร์ตัวเองกับปัญหาที่เกิดขึ้น และอาจจะต้องเสียสละตัวเอง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้าทำอะไรให้ประเทศไทยอยู่อย่างสงบได้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุขเรียบร้อยได้ ก็ยินดีไม่มีปัญหา

 เมื่อถามถึงการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญทางพรรคร่วมจึงต้องมาหารือกัน โดยตนได้พยายามประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อจะได้มาพูดคุยและช่วยกันคิดว่าในสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้เราจะต้องทำกันอย่างไร ถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เป็นการพยายามความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าทางบางฝ่ายอยากจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปตามใจที่เขาปรารถนา ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับใจของคนไทยส่วนใหญ่ แต่ในส่วนของเรานั้นเรายังคงยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขต่อไป และเราก็จะต่อสู้เพื่อปกป้องในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย เราจะต้องช่วยกันทำหน้าที่ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง แต่ประชาชนและสื่อมวลชนจะต้องช่วยกัน คือพูดกันตามความเป็นจริง เพราะขณะนี้มีการบิดเบือน และพยายามสร้างภาพที่ผิดจากข้อเท็จจริง มีการปลุกปั่นให้คนไทยยิ่งโกรธแค้นกันมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่เพราะขณะนี้มีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขสถานการณ์ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูดอย่างนั้น และตนยังมั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจเหตุการณ์ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกขั้นตอนที่มีการตัดสินใจ และดำเนินการได้แจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลได้รับทราบตลอดเวลา แม้กระทั่งในวันที่เราจะประกาศ พรก.ฉุกเฉิน หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็รับทราบ และร่วมกันแถลงกับนายกรัฐมนตรียืนยันว่าทุกอย่างทำไปเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

 ต่อข้อถามที่ว่า การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะต้องเป็นการรับผิดชอบร่วมกันของรัฐบาลใช่หรือไม่หรือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า เรารับผิดชอบร่วมกันมาโดยตลอดทุกขั้นตอน เราก็ปรึกษาหารือกัน และเราจะทำอย่างนั้นกันต่อไป วันนี้ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำงานต่อไป และจะต้องเดินหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ประเทศไทยวันนี้จะมาจ้องตำหนิกันไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ขณะนี้มีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการออกพระราชกฤษฎีการยุบสภา และมีกำหนดการยุบสภาที่ชัดเจน นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ตนยังไม่ได้รับทราบข่าวนี้ แต่ยอมรับว่าวันนี้มีแรงกดดันมาก แต่ตนไม่ถอดใจ

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติพัฒนา ทำจดหมายเปิดเผนึกเสนอให้รัฐบาลยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเขาทำมาตนก็อ่าน แต่ขณะนี้ยังไม่เห็น วันนี้มันอ่านไม่ลง มันเหนื่อย อดนอนมา 3-4 คืนแล้ว  เมื่อถามว่า จดหมายเปิดผนึกนี้ เป็นแรงกดดันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นแรงกดดันทุกอย่างในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น