ข่าว

ศอฉ.สั่งทหารถอยกลับกรมกองรอนโยบาย

ศอฉ.สั่งทหารถอยกลับกรมกองรอนโยบาย

11 เม.ย. 2553

ศอฉ.สั่งถอยทหารกลับกรมกองเผยต้องรอฟังนโยบายรัฐดำเนินการ เตรียมสอบอาวุธถูกแดงยึดอื้อ หวั่นนำก่อเหตป้ายสีรัฐทำ เผยรวบรวมข้อมูลทหารปะทะแดงแจงปชช. ยันทหารไม่ได้ใช้กระสุนจริงยิงผู้ชุมนุม เผยทหารถูกแดงจับตัว 6 นาย ปล่อยแล้ว 2

(11เม.ย.) เวลา 10.30 น. กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ.ในรอบเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการประชุมใน 4 เรื่อง เรื่องแรก คือ ผอ.ศอฉ.ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทุกหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาได้สำรวจตรวจสอบจำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และตรวจสอบสถานภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงเครื่องมือควบคุมฝูงชน

 ส่วนกำลังพลให้ดูรายละเอียดของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ชัดเจนแน่นอนว่า มีใครเป็นอะไรที่ตรงไหน และใครอยู่ตรงไหน เพื่อดำเนินการแจ้งให้ญาติผู้เกี่ยวข้อได้รับทราบ และดำเนินการดุแลในเรื่องของขวัญ สวัสดิการ รวมถึงมีการฟื้นฟูสวัสดิภาพ และมีการตรวจเยี่ยมโดยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของทุกหน่วย ส่วนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ดำเนินการสำรวจในรายละเอียดทั้งที่ถูกทำลาย ถูกยึด และสูญหาย เนื่องจากยุทโธปกรณ์บางส่วนได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมยึด ทุบทำลาย ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเกรงว่า ผู้ที่นำยุทโธปกรณ์ไปแล้วจะสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้น และโยนความผิดให้กับตำรวจจึงต้องเนินการโดยละเอียด และโดยเร็ว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องที่สองรวบรวมข้อมูลทั้งภาพ เสียง และรายละเอียดที่เป็นเอกสาร เพื่อดำเนินการนำข้อมูลชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบ ทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งตัวเลขผู้บาดเจ็บที่ตนได้รับทราบล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจบาดเจ็บทั้งสิ้น 210 นาย สาหัส 90 นาย เสียชีวิต 4 นาย เป็นทหารกองประจำการน 3 นาย และนายทหารสัญญาบัตรยศพ.อ.หนึ่งนาย

 นอกจากนี้ยังมีระดับผู้บังคับกองพันได้รับบาดเจ็บอีกหลายท่าน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมการเพื่อรองรับการตรวจสอบจากหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่า ทาง ศอฉ.พร้อมรับการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรมในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ในที่ประชุมผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทุกส่วนต่างยืนยันตรงกันว่า ทหาร ตรวจ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจทุกนายปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ไม่มีการยิงเข้าใส่ประชาชนด้วยอาวุธกระสุนจริงและไม่ตัดสินใจใช้อาวุธทำในสิ่งที่เกินกว่าเหตุ ไม่ทำความสูญเสียให้สังคมและส่วนรวม

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องที่สาม การดำเนินการตั้งจุดตรวจด่านตรวจสายตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธร้ายแรงต่าง ๆ มาสร้างสถานการณ์ และเรื่องสุดท้ายคือ เรื่องของความเข้มงวดในมาตรการการรักษาความปลอดภัยหน่วยราชการทุกหน่วย โดยเฉพาะสถานที่ตั้งของหน่วยทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วทุกพื้นที่ ทั้งประเทศ ส่วนการดูแลพื้นที่ชุมนุมนั้น เนื่องจากเพิ่งจะมีการปฏิบัติภารกิจขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหน้าที่ของตำรวจ

 เมื่อถามถึงการดำเนินการขอคืนพื้นที่ของทหารจนทำให้มีผู้เสียชีวิต พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องการตัดสินใจเป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้แล้ว แต่เมื่อค่ำมืด เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้เคลื่อนเข้าหาผู้ชุมนุม กลับขับไล่ในจุดที่เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ให้ออกไป ซึ่งช่วงเวลาค่ำมืดถือเป็นอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ จึงไม่ได้มีการเคลื่อนที่เข้าหา

 ต่อข้อถามกรณีที่ส.ส.เพื่อไทยพากลุ่มผู้ชุมนุมไปที่ไทยคม พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไมมีรายงานเข้ามา เพราะเจ้าหน้าที่ในส่วนนั้นหยุดการปฏิบัติแต่มีการดูแลรักษาสถานที่ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้การดำเนินการกับผู้ชุมนุมจากนี้ไปคงหยุดก่อน ต้องรอฟังแนวทางและนโยบายจากรัฐบาล เพราะศอฉ.ถือเป็นกลไกของรัฐ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ใครเป็นคนตัดสินใจ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า การตัดสินใจเป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดเอาไว้ แต่เมื่อค่ำมืดเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้เคลื่อนที่เข้าหากลุ่มผู้ชุมนุม แต่เหตุปะทะที่เกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามที่จะขับไล่ในจุดที่เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ให้ออกไป ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้ใช้อาวุธกระสุนจริง ทั้งระเบิดเอ็ม 79 ระเบิดเอ็ม 67 ระเบิดจากถังแก๊ส ทำร้ายเจ้าหน้าที่จนได้รับความสูญเสีย ฉะนั้นหากหลักปฏิบัติเป็นอย่างที่ได้ระบุว่าเท่ากับว่าส่งเจ้าหน้าที่ไปได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 ต่อข้อถามกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารถูกกลุ่มคนเสื้อแดงจับตัวไป พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นายทหารที่ถูกจับไปมาจากกองพันทหารม้าที่ 3 และจากกองพันทหารม้าที่ 27 จำนวน 6 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 2 คน คือ จ.ส.อ.เกียงไกร บัวศรี ส.อ.เกล้า อินแพง ผู้ที่ยังไม่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวมี 4 คน คือ จ.ส.อ.สนั่น ภูดี จ.ส.อ.สุข จิตตรีเชาว์ จากกองพันทหารม้าที่ 27 ส.อ.บุญส่ง กุมภา ส.ต.วิทยา ปลายขอก ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการต่อรอง ส่วนเจ้าหน้าที่ 2 คนที่กลับมาเรายังไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่า กลับมาได้อย่างไร