ข่าว

สื่อเทศมองไทยเลวร้ายสุดรอบเกือบ2ทศวรรษ

สื่อเทศมองไทยเลวร้ายสุดรอบเกือบ2ทศวรรษ

11 เม.ย. 2553

สื่อต่างชาติมองไทยเผชิญความผันผวนเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ อ้างมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางการปะทะระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงและคนเสื้อแดง

(11เม.ย.) สื่อต่างประเทศ มองว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะการณ์แห่งความผันผวน หลังจากมีผู้เสียชีวิต 15 คน จากการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประท้วงต่อต้านรัฐบาล กับทหารที่ถูกส่งมารักษาความสงบเรียบร้อย โดยสำนักข่าว AFP รายงานว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงได้ปะทะกับผู้คนเสื้อแดงบนถนน ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ ที่นอกจากจะมีผู้เสียชีวิต 15 คนแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทส ในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ    

 ด้านสำนักข่าว BBC รายงานอ้างการเปิดเผยของครูชาวอังกฤษ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยคนหนึ่งว่า เขาอยู่ท่ามกลางผู้ประท้วง บนถนนเส้นที่มาจากสี่แยกคอกวัว ซึ่งต่อมาได้เกิดการปะทะกันและมีชายคนหนึ่งถูกยิงเข้าที่หน้าอก แต่ไม่ทราบว่า เขาเป็นหนึ่งในคนที่เสียชีวิตเสียหรือไม่

 ครูชาวอังกฤษ ยังบอกด้วยว่า ได้เกิดการยิงกัน ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นกระสุนยาง จนกระทั่งเห็นชายคนดังกล่าว ซึ่งมีอายุประมาณ 50 ปี ถูกยิงในขณะโบกธงอยู่บนรถปิ๊กอัพ และอยู่บนจุดที่สูงที่สุดบนรถ เหนือพื้นดิน 5 ฟุต หลังเกิดเหตุไม่นาน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้แถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ย้ำความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย และยืนยันว่า ทหารยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้าเพื่อขู่และป้องกันตนเองเท่านั้น

 นับเป็นเหตุการณ์ปะทะกันทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุด นับจากปี 2535 เป็นต้นมา ขณะที่ทำเนียบขาวของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความมั่นคงอดกลั้น

 เควนติน ซอมเมอร์วิล ผู้สื่อข่าว BBC ในกรุงเทพฯ รายงานว่า การปะทะกันครั้งนี้ นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการชุมนุมประท้วงเมื่อเดือนที่แล้ว ด้านสำนักข่าว CNN รายงานว่า ทหารและตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ในการสกัดผู้ประท้วง ที่พยายามจะฝ่าแนวรักษาความมั่นคง และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ที่ใช้โล่ห์ป้องกันตนเอง

 เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้หุ้นไทยร่วงกว่า 24 จุด หรือราว 3 เปอร์เซ็นต์ มาตั้งแต่เมื่อวันพุธ

 ด้านเว็บไซท์สกาย นิวส์ ของอังกฤษ รายงานว่า สหรัฐเรียกร้องให้กองกำลังรักษาความมั่นคงไทย และคนเสื้อแดงที่ก่อการประท้วงต่อต้านรัฐบาล มีความอดกลั้น หลังจากการปะทะกันระหว่างสองฝ่าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน บาดเจ็บกว่า 825 คน โดยนายไมค์ แฮมเมอร์โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว แถลงว่า สหรัฐเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทย ซึ่งเป็นเพื่อนและพันธมิตรมายาวนานของสหรัฐ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันเพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ และขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้นด้วย

 ด้านเว็บไซท์ ไทม์ส ออนไลน์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ได้ไปตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ ในช่วงที่กองกำลังรักษาความมั่นคง เริ่มเข้าเคลียร์พื้นที่ที่คนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมกัน ทำให้พื้นที่หลายส่วนในเมืองหลวงของไทยต้องกลายเป็นอัมพาตมานานนับเดือน

 ไทม์ส ออนไลน์ ระบุว่า การปะทะกันได้เริ่มเมื่อช่วงบ่าย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด เมื่อทหารใช้กระสุนยาง , กระสุนจริง , แก๊สน้ำตาและสายฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าสลายผู้ประท้วงจำนวนมากที่ด้านนอกของสำนักงานของสหประชาชาชาติ ประจำภาคพื้นภูมิภาคเอเชีย โดยทหารที่มีโล่ห์และกระบอกปราบจลาจลเป็นอาวุธ ได้เข้ารุกไล่ฝูงชนไปในบริเวณเลียบคลองและวัด บนถนนในย่านของคนจีนและถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแบบเป้ และเมื่อทหารยิงปืนขึ้นฟ้า ผู้ประท้วงก็ยิงสวนกลับ รวมถึงขว้างก้อนหินและอื่น ๆ เข้าใส่ เฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ด้านบน ได้หย่อนแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ประท้วง ที่ช่วยกันปล่อยลูกโป่งรบกวน

 ไทม์ส ออนไลน์ ระบุว่า ในกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักย่านราชประสงค์ มีคนที่โบกปืนและมีดซึ่งการชุมนุมของพวกเขา ได้ส่งผลให้ผู้ที่เข้าพักโรงแรมหรูในบริเวณนั้น หลายพันคน ต้องติดอยู่ข้างใน มีรายงานการปะทะกันไปถึงบริเวณด้านนอกสถานทูตอังกฤษ คนเสื้อแดงได้ขว้างแนวกั้นโลหะเข้าใส่ตำรวจ แต่หลังจากนั้น ตำรวจได้ยอมถอยและมีบางคนจับมือกับคนเสื้อแดง

 ในช่วงที่คนเสื้อแดง เข้าปิดถนนด้านนอกโรงแรมเชอราตัน การจราจรในบริเวณดังกล่าว ได้กลายเป็นอัมพาตโดยทันที รถไฟฟ้า BTS ได้ปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวจากอังกฤษคนหนึ่ง บอกว่าไม่สามารถใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถไฟฟ้าได้ เลยไม่รู้ว่าจะไปไหน ส่วนนักท่องเที่ยวอีกคนหนึ่งบอกว่า กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน

 โรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดง กับกองกำลังรักษาความมั่นคง ได้แก่ อินเตอร์เนชั่นแนล , เจ ดับเบิลยู แมร์ริออตต์ และแกรนด์ ไฮแอตต์ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรมแรง ได้ตรวจสอบเข้มสำหรับคนที่เข้าไปข้างใน

 ขณะนี้ มีมากกว่า 40 ประเทศแล้ว ที่ออกประกาศเตือนพลเมืองมายังประเทศไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวหลายพันคน พากันยกเลิกการจองทัวร์และห้องพัก กองกำลังรักษาความมั่นคงระบุว่า ต้องการจะเคลียร์พื้นที่ที่ด้านนอกสำนักงานสหประชาชาติ และสลายผู้ประท้วง
ออกจากหน้าโรงแรมไฮแอตต์ ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและจับจ่าย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าประสบความสำเร็จแล้วหรือไม่