
ขึงลวดหนามสกัดเสื้อแดงยึดไทยคมคืน
ทหารขึงลวดหนามตั้งจุดสกัดกลุ่มเสื้อบุกเข้ายึดไทยคมคืน ศอฉ.อ้างถอยเพราะหวั่นปะทะแดงรุนแรง เผย ยอดแดงรวม 8.5 พัน สุเทพสั่งเพิ่มจุดสกัดอาวุธราชดำเนิน-ราชประสงค์ แจงจับแกนนำต้องทำนุ่มนวล หลีกเลี่ยงปะทะ
(10เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าสถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้มีการเสริมกำลังทหารเข้ามาจำนวนมาก โดยทหารได้ทำการขึงลวดหนามเส้นทางเข้าวัดเจดีย์หอยผ่านหน้าสถานีบริการไทยคม โดยตั้งจุดบริเวณทางเข้าองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)คูขวง โดยได้ใช้ลวดหนามขึงลงไปยังพื้นคันนาชาวบ้านทั้งสองฝั่งและได้นำแท่งไม้มาตั้งขวางทางสลับกัน ขณะที่รถที่วิ่งไปหน้าปากทางเข้าวัดบ่อเงิน ทหารก็ตั้งจุดสกัดอีกหนึ่งจุดก่อนถึงหน้าสถานีไทยคม
ส่วนที่หน้าสถานีไทยคมได้มีทหารจำนวนมากได้พักผ่อนบนผืนหญ้าสนามและที่เต็นท์ข้างทางและป่าหญ้า โดยคาดว่ามีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 5,000 นาย ที่ประจำการอยู่สถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม
ทางด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ได้มีการส่งคนมาดูพื้นที่รอบๆ และพากันกลับออกไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ในช่วงเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานการประชุมศอฉ.ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานยอดผู้ชุมนุมในเวลา 08.00 น.ว่า มีผู้ชุมนุมทั้งหมด 8,500 คนอยู่ที่สะพานผ่านฟ้า 5 พันคน แยกราชประสงค์ 2 พันคน และไทยคมแคราย 500 คน
ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาก่อนที่ผู้ชุมนุมจะบุกยึดสถานีไทยคม มีการรายงานข้อมูลข่าวสารว่า จำนวนคนที่เข้าไปในพื้นที่มี 1.5 หมื่นคน โดยอารมณ์กลุ่มผู้ชุมนุมค่อนข้างรุนแรง คาดว่าหากปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่คงมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากแน่นอน ทางศอฉ.จึงสั่งการให้มีการปรับการปฏิบัติจึงเห็นภาพการปะทะกันประปราย และมีทหารส่วนหนึ่งปรับไปอยู่ด้านนอกพื้นที่ไทยคม ส่วนอีก 3 กองร้อยเข้าไปอยู่ในอาคาร เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมบุกเข้าในอาคาร ซึ่งความรู้สึกระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมคนละอารมณ์กัน
“ สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คงไม่ใช่ว่า จะชนะหรือแพ้เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน โดยเรานำวัตถุประสงค์เป็นตัวตั้งคือ ต้องการตัดสัญญาณการนำเสนอทางพีแชนแนล และพยายามไม่ให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งการปรับกำลังทหารถือว่า เหมาะสม เมื่อทุกฝ่ายแยกย้ายออกไปจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ก็กลับไปควบคุมพื้นที่ไทยคมเหมือนเดิม และตัดสัญญาณเหมือนเดิม ส่วนที่มีการเกรงว่า ผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปปิดไทยคมอีกนั้น ไม่เป็นไร หากจะไปก็ไป เราคงมีการปรับการปฏิบัติ แต่ตนอธิบายในรายละเอียดมากไม่ได้ เพราะสังคมคาดหวัง แต่ต้องเข้าใจหัวใจคนที่เป็นตำรวจ ทหารว่าจะถือกระบองไปตีคนที่มาอยู่ตรงหน้าให้ล้มหงาย เลือดเต็มหน้า นอนเกลื่อนกลาด คงเป็นภาพที่อธิบายลำบาก”โฆษกศอฉ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มผุ้ชุมนุมอาจจะบุกยึดไทยคมอีกครั้ง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า หากเอาวัตถุประสงค์คือ การตัดสัญญาณเป็นตัวตั้ง คงจะเป็นภาพเหมือนเมื่อวาน ซึ่งหลังจากเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่คงกลับไปยึดใหม่ และตัดสัญญาณใหม่ ซึ่งการปฏิบัติที่ผ่านมา เราไม่ได้คืนสัญญาณเพียงแค่ต่อสัญญาณชั่วคราวเท่านั้น เป็นเพียงแค่ระบบ ซีแบนด์ ส่วนเคยูแบนด์ไม่ได้ต่อ โดยปัจจุบัน ซึ่งตนคงรับปากไม่ได้ว่า จะไม่ให้เขาบุกเข้ามาอีก เพราะเกรงว่า จะหน้าแตกอีก ส่วนนายกฯได้ให้กำลังในที่ประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า อย่าไปคิดว่า อะไรชนะหรือแพ้ เพราะเป็นผลกระทบสังคมไทย ซึ่งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ว่าไม่ได้จบสิ้นในวันนี้ ต้องดำเนินหน้าที่ต่อไป ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐต้อทำงานต่อไปไม่มีสิทธิ์หมดกำลังใจ”โฆษกศอฉ. กล่าว
พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า หลังจากที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ทางศอฉ.ได้มอบหมายภารกิจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดำเนินการ เบื้องต้นได้มีการสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7 เรื่องแรกคือการตั้งด่าน จุดตรวจ จุดสกัดตามเส้นทางต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการชี้แจงข้อกฎหมาย การฝ่าฝืนและการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องที่มิได้มีส่วนรู้เห็นหรือไม่เข้าใจในข้อกฎหมายให้เข้าใจโดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ในส่วนของบชน.ได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อกฎหมายทำความเข้าใจ และได้มีการตรวจยึดรถ 20 คันที่ไม่สามารถชี้แจงหลักฐานต่าง ๆ
นอกจากนั้นยังมีเรื่องการทำผิดพ.ร.บ.จรจาจร ส่วนตำรวจภูธรภาค 1 ที่มีหลายด่านในการชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งจากการตรวจรถทั้งสิ้น 500 กว่าคันได้มีการตรวจยึดเพื่อตรวจสอบที่มาของรถจำนวน 160 คัน ส่วนภูธรภาค 7 ที่มีด่านพุทธมณฑลเพียงด่านเดียว ได้มีการตรวจสอบรถ 25 คัน
"ที่ประชุมนายสุเทพ ได้กำชับการปฏิบัติเพื่อเพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณรอบถ.ราชดำเนิน และถ.ราชประสงค์ เพื่อตรวจคัดกรองการพกพาอาวุธทั้งมีด วัตถุระเบิด ที่จะมาทำร้ายผู้ชุมนุม นอกจากนี้จะมีการทำความเข้าใจผู้ที่มาร่วมชุมนุม ส่วนกรณีที่ทางตำรวจได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง 24 รายนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจะหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะทำอย่างนุ่มนวลที่สุดเพื่อป้องกันการเสียหาย”พ.ต.อ.ทรงพล กล่าว



