
ตั้งคำถามขยะ ก็ได้คำตอบขยะ
ผมเป็นคนชอบถามตั้งแต่เด็กๆ จนได้รับฉายาว่าเจ้าหนูจัมมัยสมัยเรียนประถม
เพื่อนบางคนไม่เข้าใจก็รำคาญ หาว่ากวนครูบ้าง อยากรู้อยากเห็นเกินไปบ้าง แต่โชคดีที่ผู้ใหญ่หลายคนกลับคิดตรงกันข้าม ไม่เคยตำหนิ พยายามตอบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แถมยังสนับสนุนให้ผมถามต่อไปด้วย
จนบางที ผมถามจนครูไม่มีอะไรจะตอบแล้ว ประหนึ่งได้ควักตับไตไส้พุงมาตอบจนหมด…
ที่ถามก็ไม่มีอะไรมากกว่า เราไม่รู้จริงๆ แค่อยากได้คำตอบคลายความสงสัย ก็เท่านั้น
อีกอย่าง…ด้วยความที่ผมชอบอ่านหนังสือ ชอบคิด ชอบวิเคราะห์ ตัวอักษรหลายร้อยพันตัวมักจะจุดประกายให้เกิดคำถามใหม่ๆ แบบไม่รู้จบ เมื่อรู้อย่างหนึ่ง ก็พลอยอยากไปรู้อีกอย่างเสมอ
จนเมื่อโตขึ้น นิสัย “ขี้ถาม” ก็ยังติดตัวไม่หาย พูดให้หยาบต้องบอกว่ากลายเป็น “สันดาน” ของเราไป จะไปแก้ก็ลำบาก หรือถ้าใครมาบังคับให้เลิก เผลอๆ ผมก็ทำไม่ได้
เพราะผมไม่ได้มองเรื่องนี้ว่าคอขาดบาดตายอะไรนักหนา…
จะระวังนิดหน่อยก็ตรงที่ในสังคมออฟฟิศ การถามบางทีเสี่ยงต่อการถูกตำหนิ และประณามได้ ใครจะถามก็ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นๆ ไม่รู้จริงๆ หรือไม่สามารถหาคำตอบเองได้
เพราะโลกไซเบอร์ปัจจุบัน “กูเกิล” ช่วยเราได้สารพัด อยากรู้อะไร แค่เสิร์ชหาเอง หรือตั้งกระทู้ ก็จะมีกูรูตัวจริงบ้าง ตัวปลอมบ้าง มาตอบกันให้เยอะไปหมด บางทีต้องเช็กว่าอะไรถูก อะไรคลาดเคลื่อนด้วยซ้ำ
กลับมาที่เรื่องการถาม เมื่อลองเทียบกับยุคก่อนๆ ต้องบอกว่าเด็กสมัยนี้กล้าถามมากขึ้น กล้าพูด กล้าเจรจา แถมบางทีถามจนผู้ใหญ่หงายหลังไปก็มี
ต่างกับอดีตมากๆ ที่เด็กส่วนใหญ่เลือกเป็นผู้ฟังมากกว่า ครูสอนอะไรก็จดอย่างเดียว เผลอๆ บางทีครูสอนขัดแย้ง หรือผิดๆ ก็ยังไม่กล้าที่จะโต้เถียง เอาแต่นั่งอมความสงสัยไปตลอด
ยิ่งกว่านั้น ใครที่คิดผิดแผก ฉีกตัวเองตั้งตนเป็นคนถาม จบคลาสเพื่อนได้ล้อเป็น “ตัวตลก” มีไม่กี่คนหรอกที่จะชมเชยว่าเป็นฮีโร่ จุดประกายความรู้ให้เพื่อนๆ ในห้อง
แถมถ้าซวยหนัก แบบไปเจอครูหัวโบราณ การถามจะถูกมองเป็นการท้าทายซะงั้นไป
แต่จะโดนยังไง ผมก็ยังสนับสนุนให้ถามอยู่ ถ้ามั่นใจว่ามีเจตนาดี และเรื่องนั้นมีผลต่อการตัดสินใจ ยิ่งถามมากก็รู้มาก ขจัดหรือลดปัญหาการเดาผิดๆ ไปได้
แต่สำคัญที่สุด ต้องทำการบ้านก่อน และใส่ความคิดในคำถามด้วย อย่ามัวแต่ถามไปพร่ำเพรื่อ อยากได้คำตอบดีๆ ก็ต้องถามฉลาดๆ ด้วย
ไม่นานมานี้ มีคนมาปรึกษาผมว่ามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ควรลงทุนทำธุรกิจอะไรดี?
ผมแหย่กลับว่า ถามอย่างนี้กว้างไปมั้ย? น่าจะเปลี่ยนคำถามใหม่ โดยเริ่มจากสำรวจตัวเองก่อนว่า ชอบอะไร เสี่ยงหรือไม่เสี่ยง มีความรู้ด้านไหน ถนัดอะไร แล้วให้คิดคำถามมาดีๆ
คราวนี้มาแปลกกว่าเดิมครับ?
ผมอยากลงทุนคอนโด อยากรู้ว่ามีความเสี่ยงด้านใดบ้าง? ถ้าจะให้เช่า ควรคิดเท่าไหร่ โดยหวังผลตอบแทนดีกว่าฝากเงินกินดอกเบี้ยแบงก์? การลงทุนคอนโดต่างกับลงทุนตึกแถวมั้ย? และอีกสารพัด
ผมชื่นชมกับการบ้านที่เขาทำมา และพยายามตอบเท่าที่ความรู้ผมมี เล่นเอาน้องสนุกไปด้วย ยิ่งถาม ยิ่งตอบ ยิ่งตอบ ยิ่งถาม ก็ได้ความรู้ใหม่กันทั้งสองฝ่าย
คราวนี้เชื่อหรือยังครับว่าถามดีๆ มีประโยชน์แค่ไหน? “ถ้าคุณตั้งถามขยะ ก็ได้คำตอบขยะกลับไปเช่นกัน”
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



