
อภิสิทธิ์สวดทหาร-ตร.เกียร์ว่างคุมแดง
"นายกฯ" เครียด แดงบุกไทยคมต่อสัญญาณพีทีวีจอสว่าง แถลงทราบดีถึงความรู้สึกของประชาชนที่มีความผิดหวัง เจ็บปวด ยัน ศอฉ.ไม่ท้อ เดินหน้าให้บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย พร้อมกำชับ ทหาร ตำรวจ ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว
เมื่อเวลา 22.09 น. วันที่ 9 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ร่วมกันแถลงข่าวหลังจากที่คนเสื้อแดงบุกเข้าไปในบริษัทไทยคม จำกัด อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้ในช่วงบ่ายวันนี้เพื่อไปต่อวงจรพีเพิลชาแนลหลังจากที่รัฐบาลใช้อำนาจตามความในพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปิดการออกอากาศของพีเพิลชาแนลไปเมื่อวันที่ 7-8 เม.ย. รวมทั้งมีการออกหมายจับแกนนำนปช. 7 คนของบช.น. ตาม พ.ร.บ.บริหารความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและหมายจับแกนนำนปช. 17 คนของกองปราบปรามตามพ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และนายอภิสิทธิ์ได้ระบุว่าจะทำให้คนไทยเล่นสงกรานต์ได้ตามปกติ
นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ประชาชนที่เคารพ ตนกราบเรียนไปแล้วว่าจะรายงานความคืบหน้าการทำงานในแต่ละวันให้รับทราบนับตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลและศอฉ.ในการที่จะคลี่คลายสถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในบ้านเมืองของเรา ขอยืนยันอีกครั้งว่าภารกิจของรัฐบาลและทุกหน่วยงานยังคงเหมือนเดิมตามที่ได้ประกาศไว้ ตนทราบดีว่าวันนี้ประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ขอเรียนว่าวันนี้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายพยายามเดินหน้าปฏิบัติภารกิจที่ให้คำมั่นกับประชาชนไว้ว่า จะดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ได้มีการดำเนินการขอศาลออกหมายจับบรรดาแกนนำที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและผิดกฎหมายเพิ่มเติมอีก 17 ราย ขณะเดียวกันเห็นได้ชัดเจนว่า บรรดาผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมายนั้นได้แสดงออกอีกครั้งหนึ่งที่เหิมเกริมและไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง ได้เคลื่อนขบวนเพื่อเข้าไปยึดสถานีไทยคมเพื่อบังคับให้มีการเปิดสัญญาณให้พีเพิลชาแนลที่ได้ถ่ายทอดการชุมนุมในลักษณะที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง รุนแรงและกระทำผิดกฎหมายอย่างกว้างขวางตามที่ตนได้เรียนไปแล้ว
นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่พยายามต้านทาน แต่ตนเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามข่าวสารได้รับทราบว่า ไม่ประสบความสำเร็จในภารกิจดังกล่าว ขอเรียนว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นประชาชนจำนวนมาก หลายคนสะท้อนความรู้สึกมาที่ตนว่าผิดหวัง ท้อแท้ เจ็บปวดกับภาพที่เกิดขึ้นว่า แทนที่จะได้เห็นการบังคับใช้กฎหมายกลับกลายเป็นว่าผู้ที่ปฏิบัติการละเมิดกฎหมายนั้นกลับสามารถที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ โดยส่วนตัวของตนนั้นมีความรู้สึกไม่ต่างกับประชาชนที่สะท้อนความรู้สึกดังกล่าวเข้ามา สิ่งหนึ่งซึ่งตนบอกได้ว่าความรู้สึกที่ประชาชนสะท้อนมานั้น ไม่ใช่เป็นเพราะว่าบุคคลเหล่านั้นสนับสนุนตนและรัฐบาล แต่สิ่งที่เป็นความเจ็บปวดคือความรู้สึกที่ต้องการจะเห็นความถูกต้องและได้รับชัยชนะ และต้องการเห็นกฎหมายของบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์
นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ขอยืนยันว่าไม่ว่าใครจะรู้สึกท้อถอยอย่างไร ตนและผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองทุกคนไม่มีสิทธิท้อถอยและต้องเดินหน้าทำให้บ้านเมืองของเราปกครองด้วยกฎหมาย ตรงนี้คือภารกิจเดียวที่ต้องทำ ส่วนปัญหาอื่นๆเช่นปัญหาการเมืองและอื่นๆต้องเป็นเรื่องที่แก้ไขภายหลัง ฉะนั้นวันนี้ศอฉ.ยังเดินหน้าทำสิ่งนี้เต็มที่ ช่วงค่ำที่ผ่านมาตนกำชับกับข้าราชการ ทหาร ตำรวจทุกคน ว่าภารกิจนี้ นอกจากเราไม่มีสิทธิที่จะท้อแท้แล้ว เราไม่มีสิทธิที่จะล้มเหลว เราต้องเดินหน้าเพราะสิ่งที่เราทำนั้นเพื่อรักษาระบบของบ้านเมืองและรักษากฎหมายและรักษาสถาบันหลักของชาติ ตนยืนยันว่าบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนในขณะนี้ไม่มีใครท้อแท้ พร้อมเดินหน้าเพราะรู้ว่าภารกิจที่อยู่ข้างหน้ายิ่งใหญ่และสำคัญไม่มีสิทธิที่จะถอยไปจากภารกิจนี้ได้
นายอภิสิทธิ์แถลงว่า ขอย้ำกับประชาชนว่า เราจะเดินหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ ขอย้ำไปยังบรรดาผู้ที่กระทำผิดกฎหมายว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม และการกระทำทั้งหลายเหล่านี้ไม่อาจนำมาซึ่งความสำเร็จหรือความสุขของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เลยในสังคมนี้ อยากจะเรียนว่าแน่นอนเช้าวันนี้ประชาชนจำนวนมากและตนมีความคาดหวัง วันนี้อาจจะเป็นวันที่เราผิดหวังแต่เหตุการณ์ยังไม่จบ ตนเชื่อมั่นว่าหากเราดำรงอยู่ในความถูกต้อง ปกป้องกฎหมายและระบบของบ้านเมืองนั้นในที่สุดเราจะต้องได้รับชัยชนะ ตนขอยืนยันที่จะนำพาบ้านเมืองและระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายและขอความร่วมมือกับประชาชนที่จะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เสร็จสิ้นการแถลงข่าวแล้วนั้น นายอภิสิทธิ์และคณะได้ลุกเดินออกจากห้องแถลงข่าวทันทีและไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยทั้งหมดกลับไปที่ศอฉ.ทันที โดยมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน นายอภิสิทธิ์ได้เรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้องและติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงโดยเฉพาะการบุกไปที่บริษัทไทยคมได้ในช่วงบ่ายวันนี้โดยทราบว่านายกฯค่อนข้างเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันหลังจากนายอภิสิทธิ์ได้แถลงเสร็จลงแล้วสัญญาณพีทีวีได้มืดลงอีกครั้ง
นายกฯสวดทหาร-ตร.เกียร์ว่าง
ทั้งนี้รายงานข่าวเปิดเผยว่า การประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ผอ.ศอฉ.เป็นประธานการประชุมในช่วงค่ำ มี ผบ.เหล่าทัพทุกเหล่าทัพ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย โดยการประชุมสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 21.00 น.
รายงานข่าวกล่าวว่า นายสุเทพพร้อมด้วยเลขาฯ สมช.ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงความล้มเหลวในการดูแลรักษาพื้นที่สถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยเมื่อรายงานเสร็จ นายสุเทพได้ถามขึ้นว่าใครมีความเห็นอะไร ปรากฏว่าบรรดา ผบ.เหล่าทัพต่างเงียบ ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอะไร แต่นายอภิสิทธิ์ได้ยกมือแสดงความเห็น โดยยืนพูดต่อที่ประชุมว่า "วันนี้พี่น้องประชาชนผิดหวัง และเสียกำลังใจจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่รัฐบาลและพวกเราทั้งหมดไม่มีสิทธิจะเสียใจว่า จะรักษาความเป็นนิติรัฐ ท่านมีหน้าที่รักษากฎหมาย แต่ท่านไม่ได้ทำ ผมไม่เคยขอ และไม่มีวันที่จะขอให้ท่านเลือกข้างทางการเมือง ไม่เคยขอให้ท่านสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ผมจะขอให้ท่านปกป้องความเป็นนิติรัฐและรักษากฎหมายไว้ เพราะไม่มีรัฐบาลไหนจะอยู่ได้ ถ้าผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมจึงขอให้ท่านเชื่อในความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ที่จะรักษากฎหมายไว้ ผมมั่นใจว่าถ้าท่านทั้งหลายทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ประโยชน์ก็จะตกเป็นของประเทศชาติและประชาชน"
ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีพูดจบ ก็ไม่มีใครแสดงความเห็นอะไรอีก นายสุเทพจึงสั่งปิดการประชุม ศอฉ.ทันที
อย่างไรก็ดีภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีได้หารือนอกรอบกับนายสุเทพ โดยนายกฯ ได้ปรารภว่า กำลังทหารของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ไปป้องกันที่ไทยคม ถูกแทรกแซง มีการสับเปลี่ยนกำลัง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำที่แยกราชประสงค์ และมีการเผชิญหน้ากับกลุ่มเสื้อแดง ก็ออกอาการ "เกียร์ว่าง" ทำให้เห็นว่าทหารและตำรวจพยายามลอยตัวอยู่เหนือปัญหา จากนั้น นายกฯ ได้เรียก ผบ.เหล่าทัพไปคุยนอกรอบอีกครั้ง
สื่อนอกตั้งข้อสงสัยทหารตำรวจไทยใส่เกียร์ว่าง
บรรดาสื่อมวลชนต่างประเทศต่างติดตามเสนอข่าวการบุกสถานีถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยรายงานว่าเป็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ทางการหนแรก ตั้งแต่ที่เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมาร่วมเดือน และตั้งข้อสงสัยถึงความจริงใจในการทำงานของกองทัพและตำรวจ
แต่ ทิม จอห์นสตัน แห่งหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ก็แสดงความประหลาดใจที่ทหารซึ่งเฝ้ารักษาสถานีแห่งนี้ตัดสินใจถอยอย่างปุบปับหลังจากยิงก๊าซน้ำตา เขาระบุว่า ความล้มเหลวของกองกำลังความมั่นคงในการต้านทานขบวนแถวผู้ประท้วงเช่นนี้ จะเป็นเชื้อเพลิงราดรดให้ยิ่งมีความเชื่อกันมากขึ้นอีกว่า กองทัพจะเป็นพันธมิตรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ หากนายอภิสิทธิ์พยายามที่จะออกคำสั่งให้กองทัพใช้กำลังกับผู้ประท้วง



