
มาร์คปัดเลื่อนวันซักฟอกชี้ไร้เกมการเมือง
ประธานวิปรัฐบาลยันรัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบ พร้อมให้ฝ่ายค้านอภิปรายเต็มที่ ระบุไม่ตั้งองครักษ์พิทักษ์ รมต. ปธ.สภาฯกำหนด 19-21 มี.ค.นี้เปิดซักฟอก "เพื่อไทย"ยันพร้อมนัดถกด่วนปรับแผน อภิสิทธิ์ปัดเลื่อนวันอภิปรายยันไม่ใช่เกมการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 มี.ค. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการหยิบยกกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาเป็นระยะในช่วงนี้ โดยเท่าที่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็ตั้งข้อสังเกตกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีเวลาหลับนอนหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นสิทธิที่จะโฟนอินได้
ส่วนที่มีการโฟนอินเข้ามาบ่อย ๆ นั้น มองว่า อยู่ในระหว่างที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องใช้ยุทธศาสตร์การโฟนอิน เพื่อสร้างกระแสปลุกเร้าให้กับผู้ที่สนับสนุน ซึ่งข้อมูลที่พ.ต.ท.ทักษิณนำออกมาพูด ถือว่า มีน้ำหนักเบา และเป็นข้อมูลที่เหมือนเดิม ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จากผลสำรวจว่า ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ยุติบทบาททางการเมือง จะทำให้การเมืองในประเทศสงบขึ้น
"ที่สำคัญคือ ถึงแม้พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาเข้าประเทศ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างที่ได้โฟนอินไว้ในเวทีต่าง ได้ ดังนั้น ไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้กระบวนการใด ๆ ออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง หรือการอภิปราย ก็คงไม่ได้ผล เพราะขณะนี้ ประชาชนอยากเห็นการที่ทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาลในการแก้ปัญหา"
อย่างไรก็ตาม หากพรรคฝ่ายค้าน ยังยึดมั่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะทำให้บทบาทของฝ่ายค้านลดลง และเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอก ไม่สามารถเป็นสถาบันทางการเมือง ที่ประชาชนจะไว้วางใจได้
นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปได้ให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ชี้แจงประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณหรือพรรคฝ่ายค้าน พยายามลงพื้นที่บอกกับชาวบ้าน ถึงนโยบายและการทำงานของเขา ดังนั้น รัฐบาลจะละเลยไม่ได้
ปธ.สภาฯกำหนดซักฟอก19-21 มี.ค.นี้
นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า ได้รับการประสานงานจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าได้เลื่อนวันประชุมสภาฯ เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยให้มีการอภิปรายกัน 2 วัน ในวันที่ 19-20 มี.ค. และโหวตลงมติในวันที่ 21 มี.ค. โดยตนได้แจ้งประสานให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ซึ่งนายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พร้อมที่จะตอบชี้แจงญัตติของฝ่ายค้าน
นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ทางวิปรัฐบาลเห็นว่าเนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดมาก ดังนั้นจึงมีมติตั้งคณะทำงาน 10 คน มีตนเป็นประธาน และตัวแทนจากวิปพรรคร่วมรัฐบาล ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล เพื่อสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย รวมทั้งจะได้นำข้อมูลข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาต่าง ๆ มาชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยข้อมูลจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือในส่วนของข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งฝ่ายค้านคงจะเน้นไปที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และ อีกส่วนเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเรื่องเก่า ๆ ในอดีต เช่น เงินบริจาค 258 ล้าน ซึ่งคงจะพาดพิงไปถึงผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนจะได้ถือโอกาสชี้แจงไปด้วย
อภิสิทธิ์ปัดเลื่อนวันอภิปรายไม่ใช่เกมการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานสภาเป็นคนขอมา เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการอภิปรายครั้งนี้เป็นเพราะตรงกับวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้ต้องถามประธานสภาเพราะเป็นคนกำหนด เป็นเรื่องของประธานสภา และบอกว่าในสัปดาห์หน้าไม่สะดวกเพราะมีการประชุมอะไรสักอย่างตนไม่แน่ใจ เขาจึงได้สอบถามตนว่าหากเป็นสัปดาห์นี้จะพร้อมหรือไม่ ตนก็ตอบกลับไปว่าแล้วแต่ประธานฯ
เมื่อถามว่าเป็นการดักหน้าฝ่ายค้านหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่าไม่ทราบ เพราะตนก็เพิ่งรับทราบเมื่อช่วงบ่าย ( 16 มี.ค.) เพราะประธานสภาฯแจ้งมาว่ามีปัญหาในสัปดาห์หน้าจึงขอเลื่อนมาเป็นสัปดาห์นี้ ต่อข้อถามว่าฝ่ายค้านอาจจะมองว่าเป็นการเร่งรัดมากเกินไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา ในเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้วก็ต้องมีความพร้อมอยู่แล้ว และประธานยังบอกด้วยว่าก็เหมือนกับครั้งที่แล้วที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็กำหนดแบบนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ากำหนดให้วันอภิปรายมีจำนวน 2 วัน ไม่มีการเพิ่มใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตกลงกันระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อถามว่าหากกำหนดให้วันเสาร์ที่ 21 มี.ค.เป็นวันลงมติจะต้องเลื่อนกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประธานสภากำหนดอย่างนั้น แล้วจะกระทบกับงานก็ต้องเลื่อนไป เพราะสภาจะต้องมาก่อน
เมื่อถามว่าเรื่องการเลื่อนวันอภิปรายยืนยันว่าไม่ใช่เป็นเกมของทางรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนแล้วแต่สภา เมื่อสภาถามว่าพร้อมหรือไม่ตนก็บอกว่าตนพร้อมชี้แจง ซึ่งประธานเพิ่งแจ้งมาเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ( 16 มี.ค.)
ต่อข้อถามว่าคิดว่ารัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายจะเตรียมตัวทันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องทัน ซึ่งในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 17 มี.คงก็จะมีการซักซ้อมเพื่อเตรียมรับมือในการอภิปรายครั้งนี้ และไม่มีอะไรหน้าหนักใจ เรามีหน้าที่ชี้แจง
รองประธานสภาฯงง!วันซักฟอก
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังวิปรัฐบาลมีมติให้บรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 5 คนในวันที่ 19-20 มี.ค.นี้ว่า ไม่เป็นไร แสดงว่ารัฐบาลพร้อมที่จะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านแล้ว ซึ่งเป็นสิทธิของรัฐบาล
ส่วนฝ่ายค้านเองต้องพร้อมทุกเวลาอยู่แล้วเมื่อเป็นผู้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเข้ามาก็แสดงว่าฝ่ายค้านต้องมีข้อมูลเพียงพอที่จะอภิปราย เพียงแต่เข้าใจว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ออกวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาเงินกู้ 7หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลเสนอมาในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.นี้แล้ว จึงไม่ทราบว่าวิปรัฐบาลได้ทราบเรื่องการบรรจุระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาหรือไม่ จึงได้กำหนดวันประชุมตรงกัน ทั้งนี้ในการประชุมร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 17 มี.ค.นี้คงจะมีการนำเรื่องนี้มาหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันอีกครั้ง
"เพื่อไทย"ยันพร้อมซักฟอก นัดถกด่วนปรับแผน
นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่มีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล ในวันที่ 19-20 มีนาคมนี้และลงมติ 21 มีนาคมนั้นว่า ส่วนตัวเห็นว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องการให้พรรคฝ่ายค้าน ไม่สามารถเตรียมตัวได้ทันแต่พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า มีความพร้อม ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
“อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่าในการประชุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ในการตรวจสอบระเบียบวาระการประชุมวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.นี้ ยังเป็นวาระการพิจารณากระทู้ถามสดอยู่ แต่ในช่วงบ่ายได้มีการเปลี่ยนแปลง มีการบรรจุระเบียบวาระการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงไป ซึ่งทำให้เห็นว่านายชัย มีความเอนเอียง ไม่เป็นกลาง เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่เอนเอียงตามลูกไม้” นายวิทยา กล่าว
ด้านนายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย คณะทำงานอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กล่าวยอมรับว่า เบื้องต้นเพิ่งทราบว่า รัฐบาลเลื่อนให้มีการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้น หากจะถามว่าเราพร้อมหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรคได้เตรียมข้อมูล และจัดวางผู้อภิปรายไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็คงต้องหารือกันในส่วนของคณะทำงาน เพราะการขยับวันอภิปรายขึ้นมา ถือว่าเร็วขึ้นแต่เราก็พร้อม
เมื่อถามว่าเป็นเกมของรัฐบาลที่เลื่อนเวลาเร็วขึ้นเพื่อแก้เกมพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ ไม่รู้แต่คณะทำงานจะมีการหารือด่วนวันนี้ เมื่อถามว่าหมายความว่าการขยับเวลาขึ้นทำให้ฝ่ายค้านเตรียมตัวไม่ทัน นายพีระพันธ์ ตอบเลี่ยงว่าขอไปคุยกับคณะทำงานฯก่อน
วิปรัฐรับ "กษิต"จุดอ่อนในรัฐบาล
นายชินวรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าพร้อมที่จะรับการตรวจสอบ และจะไม่มีการตั้งองครักษ์มาไว้พิทักษ์รัฐมนตรี เพราะต้องการยกระดับการอภิปรายให้สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็อยากให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ และถ้าฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกระชับ ไม่พาดพิงบุคคลอื่น รัฐบาลก็เปิดโอกาสให้เต็มที่ แต่ถ้าฝ่ายค้านเบี่ยงเบนประเด็น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็มีสิทธิจะชี้แจง ทั้งนี้ตนคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะเท่าที่ดูจากญัตติยังไม่พบว่ามีน้ำหนักพอที่จะล้มรัฐบาลได้
ด้านนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล หลายคนก็แสดงความกังวลเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะต่อตัวนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมามีหลักฐานและข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างชัดเจน โดย ส.ส.ส่วนมากหารือกันว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ที่จะลงหรือไม่ลงมติให้กับนายกษิต เพราะถือว่าหลักฐานที่ฝ่ายค้านมีค่อนข้างจะมีข้อมูลที่ชัดเจน
จุดนี้ตนเกรงว่าจะมีส.ส.หลายคนไม่ลงมติหรืองดออกเสียงให้กับนายกษิต แต่ในส่วนของนายกรัฐมนตรีไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าสามารถผ่านไปได้ แต่สำหรับนายกษิตถ้ามี ส.ส.งดออกเสียงให้จำนวนมาก และเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ ไม่ถึง 234 เสียง ก็อาจจะมีแนวโน้มให้มีการปรับเปลี่ยนครม.ได้ เพราะเสียงในรัฐบาลมี 267 เสียง แต่ไม่รวมกับรัฐมนตรีอีก 20 กว่าเสียงที่หายไป ดังนั้นถ้า ส.ส.รวมตัวกันใช้เอกสิทธิไม่โหวตเพียงแค่ 10 กว่าเสียงก็ตายแล้ว
“พรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ เชื่อว่าส.ส.จะโหวตให้รัฐมนตรีของพรรคร่วมทุกคนอยู่แล้ว แต่สำหรับตัวนายกษิต เกรงว่า ส.ส.พรรคร่วมหรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์บางคน จะไม่โหวตให้ เพราะถือเป็นการกำจัดจุดอ่อนของรัฐบาลด้วย และถ้านายกษิตโดนพิจารณาจาก ส.ส.ถึงการทำหน้าที่ก็จะเป็นการลดกระแสสังคมที่กดดันพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการดำเนินคดีของกลุ่มพันธมิตรฯลงไปได้ ยอมรับว่า ส.ส.ในรัฐบาลได้คุยกับ ส.ส.ฝ่ายค้านว่าอย่าเล่นแรงจนเกินไป เพราะถือว่าอย่างไรก็ยังเป็นเพื่อนกัน และถ้ามีการเปลี่ยนขั้วก็ยังสามารถจับมือกันได้” นายเกียรติกร กล่าว
พท.บี้ยุบสภาหลังเสร็จศึกซักฟอกเย้ยไม่มีโอกาสปรับครม.แน่
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี หลังพรรคเพื่อไทยอภิปรายแล้ว มีข้อมูลชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่โอกาสได้ปรับครม.แน่นอน ทางออกมีมาตรการเดียวต้องตัดสินใจยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากข้อมูลหลักฐานที่อภิปรายชัดเจน
เขาบอกว่า ขณะนี้ ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศหนัก มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างหนัก แต่เด็กสองคนที่เป็นลูกเศรษฐี บริหารประเทศ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ในที่สุดระบบเศรษฐกิจของประเทศจะพัง ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก แสดงให้เห็นว่า นายกฯไม่เข้าใจปัญหาของประเทศ
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวอย่างหนัก เพื่อต้องการนำระบอบทักษิณกลับคืนมานั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ ระบอบทักษิณยังคงอยู่ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม ที่รัฐบาลได้สานต่ออยู่ ใครจะหาว่า ระบอบทักษิณใช้นโยบายประชานิยม และมีการทุจริตด้วยนั้น ตอนนี้ก็มีการใช้นโยบายประชานิยม และมีบางกลุ่มนักการเมืองเข้าไปร่วมรัฐบาล พร้อมมีพฤติกรรมทุจริตเหมือนกัน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะดูสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งที่กองทัพออกมา กลุ่มเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อนไหว ดูแล้วบ้านเมืองไม่มีวันสันติสุข จะวุ่นวายไปอย่างแบบนี้ตลอด จะยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ก็เหมือนเดิม บ้านเมืองยังแตกแยกทางความคิด ทางออกมีมาตรการเดียว หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยจะนำหลักฐานที่ได้ยื่นถอดถอนนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผ่านประธานวุฒิสภา ไปถึงปปช. ขอให้องค์กรอิสระรีบพิจารณาที่ความผิดถึงขั้นยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ และส่งข้อมูลให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อล้างไพ่กันใหม่
"ไม่ขอบอกว่า เป็นประเด็นอะไร กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่สนุก และเมื่อถึงช่วงนั้น ทุกฝ่ายต้องเลิกลาต่อกัน เชื่อมั่นว่า ถึงตอนนั้น นายอภิสิทธิ์จะตัดสินใจยุบสภา ก่อนที่จะถูกยุบพรรค เพื่อเลือกตั้งกันใหม่ เมื่อถึงช่วงหาเสียงพรรคเพื่อไทย จะชูนโยบาย ถ้าชนะการเลือกตั้ง จะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 และชูนโยบายออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดูว่า ประชาชนจะเลือกใคร ให้ใครมาบริหารบ้านเมือง มาตรการแบบนี้จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ทุกคนต้องใจกว้าง"
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าไม่มีใครถอยคนละก้าว ปัญหาความแตกแยกในชาติจะไม่จบ อย่าลืมประเทศไทยคือสวรรค์ แต่คนไทยดันทำสวรรค์ให้เป็นนรก ถึงเวลาจะต้องช่วยกันทำให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์อีกครั้ง
สำหรับการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วในเรื่องข้อมูลและเอกสารหลักฐาน รอเพียงการประชุมแบ่งทีมรับผิดชอบในวันที่ 17 มี.ค.นี้
"ขณะนี้ เริ่มมีการล็อบบี้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้เบาหน่อยนะเพื่อน จะจัดสรรงบประมาณให้ในจังหวัดคุณ ปากก็บอกว่า ข้อมูลของพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไร เป็นข้อมูลจากการตัดปะจากหนังสือพิมพ์ กลับมีการวิ่งล็อบบี้กัน แสดงว่า กลัวความจริงจะปรากฎต่อสาธารณะ กลัวสูญเสียอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ที่มีการชักเยอะกันในหลายโครงการ" นายสุรพงษ์ กล่าว
"บุญจง”ลั่นพร้อมถูกตรวจสอบมั่นใจแจงในศึกซักฟอกได้
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย (มท. 2) กล่าวถึงการเตรียมวอร์รูมกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องวอร์รูมเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไร แค่เป็นการประเมินว่า ประเด็นที่มีการกล่าวหาเป็นอย่างไร และมีการประสานข้อมูลกัน ซึ่งเขาพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในสภา ยืนยันว่า สามารถชี้แจง และให้ตรวจสอบได้
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีกลุ่ม ส.ส.ที่คอยเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอผลจากการประชุมพรรควันที่ 17 มี.ค.นี้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการพูดนอกประเด็น หรือพูดขัดกับข้อบังคับการประชุม พูดเยิ่นเย้อ ซ้ำซาก หยาบคาย สมาชิกสภา ก็มีสิทธิ์ที่จะลุกมาประท้วง เป็นเรื่องปรกติ
ส่วนที่ว่า การเป็นรัฐบาลผสม และ ส.ส. มีเอกสิทธิ์ จะทำให้ผู้ถูกอภิปรายได้รับเสียงสนับสนุนไม่เท่ากันหรือไม่นั้น เขาเชื่อว่า เมื่อมีการชี้แจงสิ่งที่ถูกอภิปรายด้วยเหตุผล สมาชิกก็พร้อมให้การสนับสนุน
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า เขาล้วงลูกการทำงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นั้น ก็ขอให้อภิปรายมาก่อน และจะตอบให้ฟัง ยืนยันว่า งบของ สถ. เป็นงบที่ฝ่ายบริหารมอบนโยบายให้ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าใครทุจริตก็ต้องรับผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สถ.ได้มีการซื้อเนื้อที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง (นสพ.ไทยรัฐ หน้า 15 วันที่ 16 มี.ค.) ขอให้ประชาชนช่วยกันจับผิด การใช้งบประมาณของ สถ.จำนวน 17 ก้อน รวม 30 , 490.86 ล้านบาท โดยเฉพาะงบอุดหนุนเฉพาะกิจเร่งด่วน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 12 , 000 ล้านบาท และงบโครงการตามยุทธศาสตร์การพัฒนา อปท. จำนวน 2,999 ล้านบาท
โดยบทความระบุว่า ขอให้ช่วยกันจับตาดูผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากงบเหล่านี้ โดยอ้างว่า สนิทกับนักการเมือง หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยเฉพาะถ้า อปท.ใดไม่วิ่งเต้น ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเร่งด่วน ซึ่งถ้ามีข้อมูลการวิ่งเต้นงบ ขอให้แจ้งที่ 02-2419016
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าว ได้นำบทความดังกล่าว ให้นายบุญจง ดู นายบุญจง กล่าวเพียงว่า เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก และจะตรวจสอบอีกครั้ง
"สามารถ"เผย"ชัย"เรียกหารือ17มี.ค.นี้สรุปวันอภิปราย
ที่รัฐสภา นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เปิดเผยว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดรองประธานทั้งสองคน รวมถึงฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17 มีนาคม เพื่อหารือและตรวจสอบความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี โดยตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 169 กำหนดให้ตรวจสอบความถูกต้องของญัตติภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งหากการหารือวันที่ 17 มีนาคม ตรวจสอบแล้วไม่ต้องแก้ไขอะไร ก็ไม่ต้องส่งเรื่องคืนไปยังผู้ยื่นญัตติ และประธานสภาก็จะบรรจุเข้าระเบียบวาระได้เลย และประธานก็จะแจ้งเรื่องให้รัฐบาลทราบ รวมถึงแถลงให้สาธารณะทราบ ซึ่งทราบว่า รัฐบาลพร้อมมาชี้แจงวันที่ 25 - 27 มีนาคม ก็น่าจะเป็นไปตามนั้น



