ข่าว

ผอ.เว็ปประชาไทจวก"เทือก"สั่งปิดเว็ป

ผอ.เว็ปประชาไทจวก"เทือก"สั่งปิดเว็ป

09 เม.ย. 2553

ผอ.เว็ปประชาไทออกโรงจวกสุเทพฉวยโอกาสปิดเว็ป เผย รัฐทหารยังไม่เคยปิด เร่งย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปต่างประเทศคาดเข้าชมได้เร็ว ๆ นี้ทาง http://prachatai.net “ชี้"ยิ่งปิดกั้นยิ่งสร้างความตื่นตระหนก-วุ่นวาย

(9เม.ย.) "จีรนุช เปรมชัยพร" ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไทออนไลน์ ชี้แจงถึงกรณีการปิดเว็บไซต์ประชาไทว่า วันนี้เวลา 09.00 น.ไม่สามารถเข้า http:// prachatai.com ซึ่งเป็นส่วนของเว็บข่าวและบทความได้ จึงทำการตรวจสอบกับบริษัทอินเตอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือไอเน็ต ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ data center ที่ประชาไทได้ใช้บริการฝากวางเซิร์ฟเวอร์ไว้ ทางไอเน็ตยืนยันว่ามีคำสั่งให้ ปิดเว็บดังกล่าว เป็นผลให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บได้ และเป็นการบล็อกในระดับเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่สามารถใช้ proxy ในการเข้าถึงด้วยรายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่งดังกล่าวลงนามโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

 "จีรนุช"กล่าวว่า ในบรรยากาศขัดแย้งทางการเมือง เว็บไซต์ประชาไทก็ไม่เคยถูกปิดกั้นแม้กระทั่งในช่วงรัฐประหาร นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีการปิดกั้นอย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมาประชาไทไม่ได้ย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปไว้ต่างประเทศ เพราะเชื่อมั่นว่าสังคมไทยเคารพในเสรีภาพของสื่อมวลชน

 อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบเหตุผลในการปิดเว็บ ไซต์ และได้ส่งจดหมายไปถามเหตุผล ที่กระทรวงไอซีที รัฐมนตรีประจำสำ นักนายกรัฐมนตรี  และร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว รวมทั้งจะดำเนินการผ่านช่องทางของศาลปกครองด้วย เพราะถือว่าเป็นการปิดกั้นอย่างไม่ชอบธรรมที่สุด

 ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไทกล่าว ด้วยว่าขณะนี้กำลังย้ายข้อมูลไปไว้ยังเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้ จะสามารถเปิดให้เข้าถึงเว็บได้อีกครั้งผ่านทางhttp://prachatai.net ระหว่างนี้ผู้สนใจสามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารได้ในhttp://facebook.com/prachatai ในส่วนของเว็บบอร์ด (http://prachataiwebboard.com) ยังใช้การได้ตามปกติ

 “สถานการณ์ตอนนี้ดูสับสนและเริ่มมีการปิดกั้นข่าวสารอย่างชัดเจน แต่ยิ่งปิดกั้นยิ่งสร้างความตื่นตระหนก และจะสร้างความวุ่นวายในทางข่าวสาร ทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาใหญ่มากขึ้น เราเห็นว่าข่าวสารควรมีสมดุล ผู้อ่านควรได้รับการรับรู้ข้อมูล อย่างรอบด้าน” จีรนุช กล่าว

 นายจอน  อึ๊งภากรณ์  ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งปัจจุบันเป็นคณะกรรมการนโยบายทีวีไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจถึงเหตุผลในการปิดเว็บไซต์ ประชาไท เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้  และตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดพื้นที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในสื่อ โดยตนและเพื่อนได้ริเริ่มก่อตั้งในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยุคนั้นมีปัญหาความรุนแรง ใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่ถูกเปิดเผย หลังจากนั้นในปี 2549 ประชาไทก็เป็นพื้นที่สำหรับผู้ต่อต้านการรัฐประหาร หากดูเนื้อหาของเว็บไซต์ในขณะที่ถูกปิดนี้ก็พบว่าไม่มีเนื้อหา ใดที่จะผิดกฎหมาย หรือน่าเป็นห่วง

 ในระยะหลังแม้ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาไท รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับประชาไทในหลายเรื่องแต่ก็ไม่ใช่เหตุที่ใครจะมาปิดกั้นได้ พื้นที่นี้อาจมีความเห็นที่รัฐบาลหรือคนบางส่วนไม่ชอบ แต่ยังอยู่ในกรอบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เราต้องปกป้องสิทธิสื่อที่ประชาชนจะใช้เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นแม้จะเป็นอย่างไรก็ตาม ตราบเท่าที่ไม่ได้เป็นการยุยง ให้คนฆ่ากัน หรือก่อความรุนแรง การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญไทยก็ได้รับรองสิทธิ ในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพสื่ออยู่แล้วและมองว่าประชาไทไม่ใช่เวทีของนปช.แม้จะมีผู้นิยมฝ่ายเสื้อแดงเขียน บทความมาร่วมเยอะแต่ที่ผ่าน มาก็ถือมีความหลากหลายของ ข่าวสารข้อมูลพอสมควร และเป็นเวทีให้คนทุกฝ่าย บทความที่เชียร์พันธมิตรฯ หรือวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายแดงก็มี

 ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สั่งการในเรื่องนี้และข้อมูลที่นำเสนอต่อศาลเป็นอย่างไรแต่เรื่องนี้ต้องมีการอุทธรณ์และควรต้องนำสู่ศาลปกครอง เพราะถือเป็นการดำเนินการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

 ในส่วนของการปิดกั้นสื่ออื่นเช่นสื่อของคนเสื้อแดงโดยตรงในสถานการณ์เช่นนี้นั้นนายจอนกล่าวว่า กรอบที่ควรจะมีคือการมีกฎหมายในการควบคุมไม่ให้มีสื่อที่ปลุกปั่นหรือยุยงคนให้ทำผิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรง  ขณะที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ประกาศใช้นั้น คือสิ่งที่พิสูจน์ว่ากฎหมายฉุกเฉินต่าง ๆ ทำให้รัฐสามารถละเมิดสิทธิของประชาชนได้อย่างง่ายดาย อยากปิดปากใครก็ทำได้โดยไม่ต้อง รีรอ