
โพลล์ชี้นักท่องเที่ยวมั่นใจความปลอดภัย
โพลล์ชี้นักท่องเที่ยวต่างชาติมั่นใจในความปลอดภัยแม้มีการชุมนุม เผย อาหารไทยเป็นสิ่งดึงดูดอันดับหนึ่ง
(9เม.ย.) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดผลสำรวจความเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อการมาเที่ยวกรุงเทพ ช่วงวันที่ 26-29 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่กลุ่มนปช.จะเคลื่อนย้ายมาปักหลักชุมนุมที่แยกราชประสงค์พบชาวต่างชาติให้คะแนนความพอใจต่อการมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯในภาพรวมเฉลี่ย 7.58 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน
โดยความพอใจด้านอาหารและเครื่องดื่มมีคะแนนสูงสุด ขณะที่ด้านคุณภาพอากาศมีคะแนนต่ำสุด และถึงแม้ว่าในช่วงดังกล่าวจะเริ่มมีการชุมนุมทางการเมืองแล้วแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้คะแนนด้านความปลอดภัย 7.82 คะแนน พร้อมกันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังสนใจเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ถนนข้าวสาร
สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย (5 อันดับแรก) คือ อันดับที่ 1 อาหารไทยร้อยละ 19.8 อันดับที่ 2 แหล่งช้อปปิ้ง ร้อยละ 19.5 อันดับที่ 3 โบราณสถานและโบราณวัตถุ ร้อยละ17.3 อันดับที่ 4 วัฒนธรรมประเพณีและศิลปะพื้นบ้าน ร้อยละ 15.5 อันดับที่ 5 อัธยาศัยไมตรีของคนไทยร้อยละ 13.5
3. สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ชาวต่างชาติประทับใจมากที่สุด (5 อันดับแรก) (เป็นคำถามปลายเปิดให้นักท่องเที่ยวระบุเอง) 1. พระบรมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)ร้อยละ 19.5 / 2. ตลาดนัดสวนจตุจักรร้อยละ 15.7 3. แหล่งช้อปปิ้ง ย่านประตูน้ำและปทุมวัน ร้อยละ 13.4/4. ถนนข้าวสาร ร้อยละ 12.1/5. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และสวนลุมไนท์บาร์ซา ซึ่งอยู่ในอันดับเดียวกันร้อยละ 7.3
4. ความสนใจเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง สนใจ ร้อยละ 61.0 โดยสิ่งที่ดึงดูดให้สนใจเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ คือ เป็นประเพณีที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถร่วมสนุกกับคนไทยได้ ร้อยละ 26.8 เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดจนเป็นเอกลักษณ์ของไทย ร้อยละ18.0 ได้สัมผัสบรรยากาศการเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน ร้อยละ 16.2 ไม่สนใจร้อยละ 17.6 ไม่รู้จักร้อยละ 21.4
5.สถานที่ๆคาดว่าจะไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์(ถามเฉพาะผู้ที่สนใจเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์)ถนนข้าวสารร้อยละ 34.6 เชียงใหม่ ร้อยละ 22.5 ถนนสีลมร้อยละ 15.7 พัทยาร้อยละ 12.9 อื่น ๆ ได้แก่ ทะเลและเกาะต่างๆ ทางภาคใต้ และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 14.3



