ข่าว

กทม.รณรงค์"ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพัก”28มี.ค.นี้

กทม.รณรงค์"ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพัก”28มี.ค.นี้

16 มี.ค. 2552

กทม.รณรงค์ “ ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพัก ” 28 มี.ค.นี้ “ สุขุมพันธุ์ ชม “ โอบามา ” ใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโครงการปิดไฟในจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ

 เมื่อเวลา 11.00น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ WWF ประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)พร้อมทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมรณรงค์ “ ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพัก - 60 Earth Hour”  โดยมีศิลปินนักร้อง นักแสดง เข้าร่วมมากมาย เช่น บีม -นายกวี ตันจรารักษ์ , น้องฟ้า - นางนาตาลี (เกลโบวา ) ศรีชาพันธุ์ และ พอล- นายภัทรพล ศิลปาจารย์ เป็นต้น   

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม. จัดกิจกรรมรณรงค์ปิดไฟเพื่อลดภาวะโลกร้อน ร่วมกับ 1 , 181 เมืองทั่วโลก อาทิ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ   ปักกิ่ง ประเทศจีน ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น โดยขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ชุมชน และประชาชนร่วมกันปิดไฟที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง   ตั้งแต่เวลา 20.00 - 21.00 น. ในวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.นี้ เพื่อช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนและลดการใช้พลังงาน ทั้งนี้ในปีหน้าจะขยายโครงการปิดไฟไปยังจังหวัดใหญ่ในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

 นอกจากนั้น ได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์บริเวณถนน 4 สายหลัก คือ วันที่ 18 มีนาคม เดินรณรงค์ถนนสีลม   วันที่ 20 มีนาคม เดินรณรงค์ถนนเยาวราช , วันที่ 21 มีนาคม เดินรณรงค์สยาม (ถนนพระราม 1) และวันที่ 25 มีนาคม เดินรณรงค์ถนนข้าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงกิจกรรมดังกล่าว และตระหนักถึงการลดใช้พลังงานในอนาคตด้วย

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาโลกร้อนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ กทม.เชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้เมื่อเทียบจากปี 2551 ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าว สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 1 , 384 เมกกะวัตต์ คิดเป็น 30 % และสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 364 ตัน สำหรับปีนี้ตั้งเป้าลดพลังงานให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา จึงอยากเชิญชวนประชาชนปิดไฟอย่างน้อยคนละ 1 ดวงเพื่อสร้างความตระหนักในการปรับพฤติกรรมที่เคยใช้พลังงานสิ้นเปลือง และปฏิบัติในชีวิตประจำวันซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการอนุรักษ์และลดการใช้พลังงานได้อย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่านายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้นำที่ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากอดีตประธานาบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ที่ไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร เห็นได้จากสนธิสัญญาเกียวโต ที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญอย่างมาก แต่สหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งเวลานั้นเป็นสมัยของจอร์ช ดับเบิลยู บุช ทั้งที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ใช้พลังงานต่อหัวสูงที่สุดในโลก