ข่าว

ปูดเบื้องลึก"พีทีวี"จอดับสนิททหารยิงเครื่องกวนสัญญาณ

ปูดเบื้องลึก"พีทีวี"จอดับสนิททหารยิงเครื่องกวนสัญญาณ

09 เม.ย. 2553

สงครามไอทีระอุ ! ทหารใช้เครื่องกวนสัญญาณถล่มช่องสัญญาณพีทีวีที่อิสราเอลล่ม "ไทยคม" ขอให้หยุดยิงสัญญาณสู้หวั่นดาวเทียมเจ๊ง งง! ปิดไทยคมอีก ทั้งที่ไม่ใช่จุดยิงสัญญาณ เชื่อแผนแบ่งกำลังแดง ไอซีทีพ่วงเว็บโป๊-เว็บหมิ่นอีกกว่าหมื่นเว็บ

หลังจากประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 รัฐบาล โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ก็ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สั่งปิดสถานีพีเพิลแชนแนลของคนเสื้อแดงทำให้ช่องทางสื่อสารของคนเสื้อแดงตีบตันหนักยิ่งขึ้น

 รายงานข่าวจากกระทรวงไอซีที แจ้งว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงไอซีที ประสานงานไปยัง บมจ.ไทยคม เพื่อขอให้ระงับการออกอากาศช่องพีเพิล แชนแนล ของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ถูกระงับสัญญาณโดยสมบูรณ์ทั้งระบบซีแบนด์ และเคยูแบนด์

ไอซีทีประสานไทยคมปิดพีทีวี

 รายงานข่าวระบุด้วยว่า ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ได้เรียกนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม ไปพบเมื่อเที่ยงวันที่ 7 เมษายน 2553 พร้อมกับทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ไทยคมปฏิบัติ มิฉะนั้น จะผิดสัญญาสัมปทานบางข้อที่นำช่องสัญญาณไปให้เช่า หรือเผยแพร่สิ่งที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

 อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของกระทรวงไอซีทีทำเพียงส่งสัญญาณรบกวนระบบตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 7 เมษายน เท่านั้น เนื่องจากได้พิจารณาตามสัญญาสัมปทานแล้วเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะหากปิดสัญญาณการออกอากาศ เท่ากับเป็นการดำเนินการบนสองมาตรฐาน เนื่องจากวิธีการที่พีเพิล แชนแนล ถ่ายทอดสัญญาณ ถือเป็นวิธีการเดียวกับที่เอเอสทีวีดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะถูกระบุว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงของรัฐ แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใดกับเอเอสทีวี ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ถูกข้อกล่าวหา กระทรวงไอซีทีจึงไม่มีท่าทีหรือดำเนินการเรื่องนี้มากนัก และเมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยัง รมว.ไอซีที ก็ไม่สามารถติดต่อได้
กวนสัญญาณ-พีทีวีจอมืดทุกระบบ

 ด้านแหล่งข่าวจาก บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ไทยคมได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น โดยได้เจรจาขอความร่วมมือไปยังลูกค้าผู้เช่าช่องสัญญาณในอิสราเอล ให้ระงับการอัพลิงค์สัญญาณจากพีเพิล แชนแนล ตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้ช่องพีเพิล แชนแนล ไม่สามารถออกอากาศผ่านระบบซีแบนด์ (ดีทีวี หรือจานเหลือง) ของไทยคมได้

 ทั้งนี้ ไทยคม จะต้องเจรจากับลูกค้าอิสราเอลถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากการขอความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดเงื่อนไขสัญญาที่ทำไว้ อย่างไรก็ตาม ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการใดๆ นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่นี้ได้

 แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พีเพิล แชนแนล ไม่สามารถออกอากาศผ่านระบบเคยูแบนด์ได้ด้วยนั้น เป็นการดำเนินการของรัฐบาลด้วยวิธีทางเทคนิคในการระงับสัญญาณการอัพลิงค์ตั้งแต่ในประเทศ ด้วยการระงับไม่ให้พีเพิล แชนแนล ซึ่งมีสถานีออกอากาศอยู่ที่อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว สามารถส่งสัญญาณขออัพลิงค์จากดาวเทียม NSS6 ของเนเธอร์แลนด์ที่มีสถานีส่งสัญญาณที่ฮ่องกงได้ ทำให้การถ่ายทอดระบบเคยูแบนด์ ไม่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน

งงปิดไทยคม-ชี้ช่องสัญญาณอยู่อิสราเอล

 แหล่งข่าวใน บมจ.ไทยคม อีกราย กล่าวสอดคล้องกันว่า พีเพิล แชนแนล ได้ติดต่อเช่าช่องสัญญาณจากประเทศอิสราเอลไว้ในกรณีที่ถูกรัฐบาลสั่งปิด หลังจากมีบทเรียนมาแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2552 ซึ่งถูกรัฐบาลส่งกำลังทหารมาปิดดีสเตชั่น แต่เนื่องจากทางทหารสื่อสารได้ยิงเครื่องรบกวนสัญญาณขนาดกำลังขับ 3,000 วัตต์ไปรบกวนช่องสัญญาณของช่องพีเพิล แชนแนล ทำให้สัญญาณล่ม ซึ่งแม้ทางอิสราเอลจะพยายามยิงสัญญาณขึ้นสู้ แต่เราก็โทรไปขอให้ระงับการดำเนินการ เพราะจะทำให้ดาวเทียมที่มีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทพังได้

 แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าว แม้จะอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดสิทธิเคเบิลทีวีของประเทศอื่น เช่น ตุรกี อินเดีย และประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งใช้ดาวเทียมดวงเดียวกับพีเพิล ทำให้ไม่สามารถรับชมรายการได้ จึงอาจถูกเอกชนในต่างประเทศฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาได้ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดทหารจึงต้องมาปิดสถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี อีกครั้ง ทั้งที่เราก็อธิบายแล้ว และทหารก็เข้าใจแล้วว่า จุดยิงสัญญาณพีเพิล แชนแนล ไม่ได้อยู่ที่สถานีไทยคม แต่เป็นการใช้ช่องสัญญาณจากอิสราเอล

 "ตอนแรกมีทหารหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน(ปตอ.) เข้ามาที่สถานีไทยคม โดยอ้างว่าต้องการมารักษาความปลอดภัย และอยากให้เราปิดช่องสัญญาณดาวเทียมของช่องพีเพิล แชนแนล ซึ่งเราก็ชี้แจงว่าจุดที่ยิงสัญญาณไม่ใช่ที่นี่ เพราะที่นี่รับผิดชอบสัญญาณเฉพาะของทรูวิชั่นส์ และทีวีดาวเทียมใน 10 กว่าประเทศ รวมแล้วกว่า 200 ช่อง แต่ไม่มีช่องสัญญาณของพีเพิล แชนแนล ซึ่งตอนแรกทหารก็ไม่เชื่อ ต่อมาพอมีทหารสื่อสาร และเจ้าหน้าที่ กทช.มาเขาก็เข้าใจ แต่ก็ยืนยันที่จะปิดสถานีไทยคม โดยอ้างปฏิบัติตามกฎหมาย" แหล่งข่าว กล่าว

เผยทหารยิงเครื่องกวนสัญญาณทำจอดับ

 แหล่งข่าวคนเดิม ระบุว่า เมื่ออธิบายให้ทหารสื่อสาร และเจ้าหน้าที่ กทช. เข้าใจ ทหารรายหนึ่งก็พูดขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นคงต้องยิงสัญญาณรบกวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฎหมาย และผิดมารยาทอย่างมาก เพราะเท่ากับละเมิดสิทธิเอกชนรายอื่นด้วย แต่ทหารก็ไม่สนใจโดยใช้วิธียิงสัญญาณที่มีความถี่เดียวกับช่องสัญญาณของพีเพิล แชนแนล เพื่อรบกวนสัญญาณ ทำให้สัญญาณล่ม ซึ่งในทางเทคนิคสามารถยิงสัญญาณขึ้นสู้ได้ แต่ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ดาวเทียมพัง คล้ายกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้าแรงสูง 2 แหล่งยิงเข้าสู่เครื่องรับในเวลาเดียวกัน

 เมื่อถามว่า หากพีเพิล แชนแนล ย้ายที่เช่าช่องสัญญาณ แล้วจะสามารถออกอากาศได้อีกหรือไม่ แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวว่า การย้ายช่องสัญญาณสามารถทำได้ แต่ทหารก็สามารถยิงเครื่องกวนสัญญาณได้อีก โดยยิงสัญญาณที่มีคลื่นความถี่เดียวกันขึ้นไปรบกวนทำให้สัญญาณล่ม และช่องสัญญาณดังกล่าวก็ไม่ใช่ความลับ เพราะต้องขึ้นหน้าจอให้ลูกค้าทราบ เพื่อทำการเปลี่ยนช่องสัญญาณตามอยู่แล้ว

เชื่อแผนยั่วเสื้อแดง-แบ่งกำลังมาปิด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อทหารก็รู้อยู่ว่า จุดนี้ไม่ใช่จุดยิงสัญญาณ เหตุใดจึงนำกำลังมาปิดล้อมอีก แหล่งข่าว กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน แต่หลังจากอธิบายแล้วดูเหมือนว่า ทหารจะเข้าใจแล้ว แต่อาจเป็นแผนหลอกมวลชนคนเสื้อแดงให้รู้สึกโกรธ และแบ่งกำลังมาที่นี่ก็เป็นได้

 แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบมีการพยายามบล็อกการออกอากาศทางอินเทอร์เน็ตของช่องพีเพิล แชนแนลด้วย โดยจุดที่ถูกบล็อกอยู่แถวย่านลาดพร้าว ซึ่งมีห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว อันเป็นที่ตั้งของสถานีพีเพิล แชนแนลด้วย โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตย่านดังกล่าวรายงานเข้ามาว่า อินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย ใช้งานไม่ค่อยได้ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นความพยายามบล็อกช่องทางการออกอากาศของพีเพิล แชนแนลทางอินเทอร์เน็ตด้วย โดยหากมีการเปิดเว็บไซต์ใหม่ๆ ก็จะมีการตามไปปิด โดยขอข้อมูลการจดทะเบียนจากผู้ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต

ปิดเว็บหมิ่น-โป๊กว่าหมื่นเว็บ

 รายงานข่าวจากกระทรวงไอซีที กล่าวด้วยว่า อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทรวงได้สั่งปิดเว็บหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยไม่ต้องขออำนาจศาลเหมือนสถานการณ์ปกติ พร้อมกันนี้ ได้พ่วงการปิดเว็บโป๊ ลามกอนาจารไปด้วยในตัว ถือเป็นการดำเนินการด้านความมั่นคง และงานด้านสังคมควบคู่กัน

 ทั้งนี้ ตั้งแต่มีสถานการณ์ชุมนุมเดือนมีนาคม 2553 กระทรวงไอซีที ยื่นเรื่องขออำนาจศาลปิดเว็บหมิ่นไป 4-5 ครั้ง รวมประมาณ 9 พันยูอาร์แอล และเตรียมยื่นอีกกว่า 700 ยูอาร์แอล เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็สามารถสั่งปิดได้เลย และเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา คาดว่า รวมๆ แล้วน่าจะปิดเว็บไปกว่า 1 หมื่นเว็บแล้ว โดยขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) เป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์