
ประกาศศอฉ.เรื่องห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม
ประกาศศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเรื่อง ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 แล้วนั้น
เนื่องจากมีความจำเป็นต้องกำหนดการห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติได้โดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อาศัยอำนาจตามข้อ 1 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ผู้อำนวยการศูนย์การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงออกประกาศกำหนดดังนี้
ข้อ 1 ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยง ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง อันมีลักษณะดังต่อไปนี้
(1) กีดขวางการจราจนไม่อาจใช้สัญจรได้ตามปกติ
(2) กีดขวางทางเข้าออกของอาคารหรือสถานที่ อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงาน การประกอบกิจการ หรือการใช้ชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนโดยทั่วไป
(3) มีการประทุษร้ายหรือใช้กำลังอันใช้กำลังอันทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหาย และเกรงกลัวอันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน
(4) ขัดขืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งการเกี่ยวกับการชุมนุมเพื่อให้เป็นไปโดยสงบ และไม่เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน
ข้อ 2 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามประกาศนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ข้อ 3 ให้ผู้อำนวยการศูนย์การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตร หรือเทียบเท่าเป็นผู้ดำเนินการตามประกาศนี้
ข้อ 4 ประกาศกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2553
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรี
หัวหน้าผู้รับผิดชอบ



