
จุดเปลี่ยนประเทศไทย
การต่อสู้ทางการเมืองได้นำประเทศให้เข้าสู่ความเสื่อมด้านศีลธรรม จรรยา ผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมไม่ต่างจากกลุ่มนอกกฎหมาย เอาแต่ได้ ไร้เหตุผล ขาดจิตวิญญาณในประชาธิปไตย และไม่ทำเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม มีแต่จะกอบโกยทรัพย์สินด้วยวิธีการสกปรกต่างๆ จนทำให้
การลุกฮือของมวลชนเสื้อแดง ส่วนหนึ่งจากการใช้เงินมหาศาลว่าจ้างให้ระดมคนจากต่างจังหวัดเข้าเมืองหลวง สะท้อนให้เห็นการทุ่มเงินอย่างมากมายเพื่อใช้เป็นเดิมพันในการล้มรัฐบาล มีวิธีการต่างๆ ทั้งสกปรก ซ่อนเร้นและเปิดเผยจากหลายกลุ่ม ในลักษณะแยกกันตี แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ดังเช่นรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นการท้าทายความสามารถและการจัดการบริหารบ้านเมืองอย่างยิ่ง
อันที่จริง ถ้าผู้นำรัฐบาลมีความเชี่ยวชาญ ตั้งใจทำงานด้วยสติปัญญา ความกล้าหาญ ประเทศไทยคงไม่ได้เห็นการเจริญงอกงามของมวลชนเสื้อแดง ซึ่งมีทั้งรากหญ้าในชนบท จนถึงผู้มีการศึกษาในเมือง แต่มีเป้าหมายตรงกัน คือการแสวงหารายได้จากนักการเมือง ซึ่งสามารถใช้อำนาจในการกอบโกยความมั่งคั่ง ถ้าการลงทุนในการเมือง เช่นการซื้อเสียง เป็นไปด้วยดี
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ น่าจะเป็นผู้นำไทยซึ่งมีประสบการณ์หลายแบบภายในเวลาอันสั้น เช่นการถูกไล่ล่าสังหารโดยม็อบบ้าคลั่ง การประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อจัดการม็อบเสื้อแดงสองครั้ง ไม่นับการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งใช้ปิดกั้นการรณรงค์ทางการเมือง และมีการใช้ความรุนแรงเป็นตัวเสริม
ผู้มีประสบการณ์ในเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมไม่ควรให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่สิ่งที่พิลึกพิลั่นได้เกิดขึ้น นั่นคือกลุ่มคนชุดเดียวกันสามารถปลุกระดมมวลชนเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองคนเดียว ซึ่งอยู่ในสภาพคนหนีคุก ถูกรังเกียจโดยประเทศเกือบทั่วโลก แทบไร้แผ่นดินเหยียบ เพราะเป็นคนทุจริต ใช้อำนาจในทางที่ผิด และบ่อนทำลายความมั่นคงโดยใช้เงินมหาศาลเป็นอาวุธและอามิสสินจ้างให้คนอื่นต่อสู้เพื่อตัวเอง
คนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยคนที่ขาดความน่าเชื่อถือ ประวัติมัวหมอง ไร้คุณสมบัติ หยาบคาย ก้าวร้าว พร้อมละเมิดกฎหมาย หรือปลุกระดมอันธพาลการเมืองให้รุมทำร้าย หรือฆ่าคนกลางเมือง โดยไม่รู้สึกหวั่นเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง โดยพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้กระทำ ยังไม่ได้มีการพิจารณาคดีในขั้นศาลด้วยซ้ำ หลังจากกระทำความผิดไปแล้ว 1 ปี
การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วันอย่างไร้เหตุผลรองรับ ได้นำไปสู่การปลุกระดมโดยคนเสื้อแดงให้เผชิญหน้ากับรัฐบาล พร้อมจะให้เกิดการนองเลือดเพื่อหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ถึงขั้นล้มล้างระบอบพระมหากษัตริย์ นำระบบอื่นมาใช้ปกครองประเทศ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อวิกฤติยืดเยื้อ เหมือนสงครามกลางเมืองในเลบานอน หรือในรัฐอื่นๆ โดยความขัดแย้งทางสังคมการเมืองได้หยั่งลงรากลึก เพราะเงินเป็นตัวกำหนด นับเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับประเทศไทย ซึ่งได้ปล่อยให้ระบอบเลวร้ายหยั่งรากลงลึกจนยากที่จะกำจัด แต่ไม่เกินความสามารถหากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการฟื้นฟูความสงบและประสานรอยแตกแยกในสังคม เห็นผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง



