ข่าว

303นักวิชาการประณามแดงม็อบแรงยุบสภาไร้เหตุผล

303นักวิชาการประณามแดงม็อบแรงยุบสภาไร้เหตุผล

08 เม.ย. 2553

303 นักวิชาการชื่อดังของไทยรวมตัวร่วมฝ่าวิกฤติสังคมไทย เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมประณามม็อบแดงชุมนุมด้วยความรุนแรงข่มขู่-จี้ยุบสภาโดยไม่มีเหตุผล ร้องรัฐเร่งนำความสงบสุขมาโดยเร็วภายใต้กรอบ ก.ม. ส่วน ส.ว.ระดมถกนัดพิเศษแก่ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุมวันนี้

กลุ่มนักวิชาการ 303 คน จากมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน 14 แห่ง และนักวิชาการอิสระ รวมตัวกันอย่างเฉพาะกิจที่อาคารอเนกประสงค์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประกาศจุดยืนในสถานการณ์การเมืองที่วิกฤติของสังคมไทย โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ดังนี้ 1.การชุมนุมทางการเมืองเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่การกระทำผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อสาธารณะ การใช้ความรุนแรงข่มขู่ และสร้างความรู้สึกหวาดกลัวแก่ประชาชน เป็นสิ่งที่สังคมควรประณาม

 2.ข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดการยุบสภา เป็นข้อเรียกร้องที่ปราศจากเหตุผลอันควร การกล่าวอ้างถึงสังคมที่ไม่สงบจนเป็นเหตุต้องยุบสภา เป็นการส่งเสริมให้เกิดแบบอย่างในการใช้กำลังรุนแรง และการกะเกณฑ์คนมาสร้างความเสียหาย เพื่อหวังผลในเชิงการเมือง จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องรับฟังหรือเจรจาด้วยแต่อย่างใด

 3.รัฐต้องเร่งรีบรักษากฎหมายและสร้างสังคมให้คืนสู่ปกติสุขโดยเร็ว ก่อนที่บ้านเมืองจะเสียหายไปมากกว่านี้ และ 4.การปฏิรูปทางการเมืองและสังคม โดยระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนมามองปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมกันออกแบบกลไกเพื่อการปฏิรูปการเมืองและสังคม ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และต้องทำด้วยความจริงใจเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจจะแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

 รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กลุ่มนักวิชาการ 303 คน เป็นการรวมตัวกันอย่างเฉพาะกิจ ใช้เวลารวบรวม 24 ชั่วโมง ในการสื่อสารถึงกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และส่งเอสเอ็มเอส ระหว่างนักวิชาการที่เห็นตรงกันว่าสถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้เข้าขั้นวิกฤติจนน่าเป็นห่วง ซึ่งเราในฐานะนักวิชาการต้องแสดงจุดยืนบางอย่างต่อสังคม หากไม่พูดอะไรคนส่วนใหญ่จะเห็นว่านักวิชาการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เหมือนอย่างที่นักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรมออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา

 ศ.นพ.ประมวล วีรุตมเสน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สังคมไทยเราใช้สีเป็นสัญลักษณ์ แต่ในความเชื่อก็เป็นเรื่องสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะสัญลักษณ์ไม่ได้สื่อให้เห็นว่าแบ่งแล้วจะนำไปสู่ความถูกต้องทางสังคมไทย ดังนั้นการกระทำของบุคคลใดที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะต้องยุติ เพราะการกระทำดังกล่าวสังคมยอมรับไม่ได้
ชี้รัฐบาลนิ่งเฉยไม่ทำอะไรก็อย่าอยู่เลย

 "ผมขอเรียกร้องรัฐบาลจงเห็นใจประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีความบริสุทธิ์ให้เขาสามารถใช้สิทธิในการใช้ชีวิตอันเป็นปกติสุขได้ แต่คนอีกกลุ่มกลับได้ใช้สิทธิมากกว่าคนอื่น ดังนั้นรัฐบาลควรดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในการปกป้องผู้บริสุทธิ์ ไม่เช่นนั้นท่านคงเป็นรัฐบาลต่อไปไม่ได้" ศ.นพ.ประมวล กล่าว

 ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วันนั้น คนส่วนใหญ่เห็นชัดแล้วว่าหลายปัญหาต้องใช้เวลาแก้ ฉะนั้นการเร่งรัดให้ยุบสภาไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง ขณะที่ข้าราชการทุกหมู่เหล่าต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ถ้าปล่อยให้สังคมแตกแยกมากกว่านี้คงไม่ถูกต้อง รวมถึงการใช้สื่อโจมตีกันอย่างเลวร้ายที่สุด และนำมาใช้บิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งขณะที่พีทีวีก็จอมืดไปแล้ว

 "ผมขอเสนอให้มีการทำประชามติ ด้วยการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องฟังเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-9 เดือน แต่การให้เวลา 15 วัน เป็นไปไม่ได้" ศ.ดร.สุรชัย ระบุ

แนะรัฐบาลทำประชามติเรื่อง "ยุบสภา"

 ผช.ศ.ทวี สุรฤทธิกุล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เห็นว่าประเทศชาติเข้าสู่ภาวะวิกฤติแล้ว การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น่าจะที่สุดแล้วและคิดว่าน่าจะแก้ไขอะไรได้บ้าง เพื่อให้สังคมไทยก้าวเดินต่อไปได้ โดยรัฐบาลต้องแก้ปัญหาวิกฤติของชาติ เมื่อคนเสื้อแดงไม่เจรจา รัฐบาลต้องเข้าไปเจรจากับประชาชน ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ให้ทำประชามติก่อน อาจใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ถามให้ชัดเจนว่า 1.ต้องการยุบสภาหรือไม่ 2.นิรโทษกรรมให้คนบางคนหรือไม่ และ 3.แก้รัฐธรรมนูญข้อใดบ้าง ต้องปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ไม่เช่นนั้นสังคมไทยจะไปไม่รอด

 รศ.ธีระ สูตะบุตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การยุบสภาจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ตามมา เพราะทุกฝ่ายต้องการชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นจะต้องทำทุกวิถีทาง สุดท้ายแล้วจึงยากที่การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งบ้านเมืองขณะนี้อยู่ในวิกฤติอย่างยิ่งแล้ว ตนจึงอยากเรียกร้องทุกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ไม่สงบ ออกมาแสดงออกช่วยเหลือรัฐบาลอีกแรงหนึ่ง เพราะการใช้กฎหมายคงเป็นไปได้ยาก

 ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยในระยะสั้นและเร่งด่วนรัฐบาลจะต้องดำเนินการปิดกั้นและระงับการสื่อสารที่ยุยง ปลุกปั่นและให้ข้อมูลที่เป็นเท็จกับประชาชน ส่วนในระยะยาวรัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยทำอย่างละมุนละม่อม ถูกต้องตามหลักสากล แต่เราไม่อยากให้เกิดความรุนแรง

พีเน็ตจี้ทหารออกมาดูแลประชาชน

 พล.อ.สายหยุด เกิดผล รองประธานองค์การกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว รัฐก็ควรทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะทหารในฐานะผู้ลงมือปฏิบัติการ ที่สำคัญเราไม่ต้องการความรุนแรง ไม่ต้องใช้ปืน แต่มีวิธีอยู่หลายประการที่สามารถทำได้ แต่ทหารต้องออกมาคลี่คลายแล้ว คือการแสดงกำลัง (Show of f Force) เป็นตัวแทนกำลังที่แท้จริง ให้ประชาชนเคารพนับถือ และในลักษณะที่ให้ประชาชนเกรงกลัว

 "ผมรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสทหารกับรัฐบาลแตกแยกกัน และไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่ารัฐมอบอำนาจให้ใคร ทำไมถึงยังไม่ออกมา ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าทหารกลัวอะไร ที่ผ่านมาผมมองว่าทหารทำได้ดี แต่เป็นการดูแลทหารพวกเดียวกันเองเท่านั้น ไม่สามารถดูแลประชาชนได้ ดังนั้นทหารจะต้องออกมาให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์อุ่นใจ สิ่งที่พูดไม่ได้ยุให้ทหารทำการปฏิวัติ ทำร้ายประชาชน เราไม่ต้องการเห็นการเสียเลือดเนื้อ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการความสงบเช่นเดียวกัน" พล.อ.สายหยุด กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักวิชาการที่ร่วมลงชื่อในครั้งนี้ที่สำคัญๆ เช่น ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ราชบัณฑิต ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค นักวิชาการอิสระ เป็นต้น

กสม.นัดพบอานันท์-ผู้นำอิสลาม 12 เม.ย.

 นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการประสานเพื่อหาแนวทางยุติปัญหาการเมืองกับอดีตนายกรัฐมนตรี 4 คน ในขณะนี้ว่า ในวันที่ 12 เมษายนนี้ จะเข้าพบผู้นำศาสนาอิสลาม และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนนายชวน หลีกภัย และนายบรรหาร ศิลปอาชา คาดว่าจะเป็นหลังเทศกาลงกรานต์ ซึ่งรวมถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วย

 "เราตั้งใจจะหารือกับทุกภาคส่วน อาทิ นักวิชาการ ผู้นำสังคม ผู้นำชุมชนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมความเห็นมาประมวลและสังเคราะห์ก่อนนำเสนอต่อสังคม เพื่อให้ร่วมกันขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองทั้งด้านโครงสร้างและการปกครอง" นพ.ชูชัย ระบุ
เครือข่ายสันติวิธีขอลดความรุนแรง

 ขณะเดียวกันเครือข่ายสันติวิธีได้ออกแถลงการณ์ขอร่วมมือลดความรุนแรงจากทุกฝ่ายว่า การตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ของรัฐบาล รวมทั้งแรงกดดันให้รัฐบาลใช้ความเด็ดขาดในการจัดการผู้ชุมนุม ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลถึงการเผชิญหน้าอันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นที่จะไม่ใช้ความรุนแรงและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมให้มากที่สุด และรีบคลี่คลายสถานการณ์อันจะนำไปสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ด้วย