ข่าว

นปช.โคราชขู่ปิดถนนมิตรภาพพธม.นัดหนุนพรก.

นปช.โคราชขู่ปิดถนนมิตรภาพพธม.นัดหนุนพรก.

08 เม.ย. 2553

นปช.โคราช พร้อมตามราวีรัฐบาลแกนนำเผยทนไม่ไหวอาจจะปิดถนนมิตรภาพ โดยระดมมวลชนไปร่วมเวทีใหญ่ เป็นแนวกันชนป้องกันการใช้กำลังสลาย นัดหมายตี 3 คืนนี้ที่เอ้าล์เล็ต อ.ปากช่อง ส่วนพันธมิตรโคราช นัดรวมสำแดงพลังสนับสนุน รบ.ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเมืองในเขตพื้นที่สายล่อฟ้า จ.นครราชสีมา หลังจากรัฐบาล ใช้มาตรการปิดหู ปิดตา กลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน โดยตัดสัญญาณดาวเทียมช่องสถานีพีเพิลชาแนล เมื่อคืนวานนี้ เริ่มแรกในพื้นที่โคราช จะมีผลเฉพาะจานที่รับสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม แต่ดาวเทียมช่องอื่น และสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่น ยังคงรับชมได้ตามปกติ ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. สัญญาณที่ลิงค์มาจากเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ได้ถูกตัดอีก ทำให้บรรดาแนวร่วม นปช.ฯ หรือกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช ไม่พอใจ นัดสำแดงพลัง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ที่นำสองมาตราฐานมาใช้กับคนเสื้อแดงอีก  

 นายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มอีสานล้านนา ผู้ประสานงาน กลุ่ม นปช.โคราช เปิดเผยว่า แนวทางการต่อสู้กับรัฐบาลอำมาตย์ ที่มีการคำสั่งพรก. โดยพยายามจะใช้กำลังสลายการชุมนุม ล่าสุดยังปิดช่องทางการรับข่าวสารของคนเสื้อแดง ในการประชุมร่วมกัน ซึ่งมี 23 องค์กร ที่เป็นเครือข่ายกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงในเขตนครราชสีมา เมื่อ 18.00 น.ที่ผ่านมา ได้มีมติใช้แผนยุทธศาสตร์แยกกันเดิน รุมกันตี จัดตั้งเวทีคู่ขนาน 2 แห่ง คือบริเวณข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ริม ถ.ราชดำเนิน และสนามหน้าศาลากลางจังหวัด ซึ่งทั้งสองแห่ง อยู่ในเขตเทศบาลนคร นครราชสีมา เราจะจัดกิจกรรมทุกวัน จนกว่ารัฐบาลจะยุบสภา ขณะนี้สัญญาณดาวเทียมถูกตัดแล้ว เราจะใช้การรับชมผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของ อาหาร น้ำดื่ม ฯ พร้อมเป็นจุดรับ-ส่ง มวลชน ที่ต้องการจะไปร่วมกิจกรรมกับเวทีใหญ่ กทม.ทุกวัน 

  แกนนำกลุ่มอีสานล้านนา กล่าวต่ออีกว่า ค่ำคืนนี้ เราได้นัดหมายมวลชนไปพบกันที่จุดนัดพบ หน้าเอ้าล์เล็ต ริม ถ.มิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในเวลา 03.00 น. โดยมี ส.ส.เขตพื้นที่ เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งคาดว่าจะมี กลุ่มแดงหลานย่าโม จำนวนร่วม 2,000 คน ที่ไม่พอใจกับการถูกตัดสัญญาณดาวเทียมไปร่วมเป็นแนวกันชนกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องการจะใช้อำนาจปราบปรามประชาชน

 จึงเชิญชวนให้ให้พี่น้อง ประชาชน ที่รักประชาธิปไตย แต่ไม่สามารถเดินทางไปที่ กทม.ได้มีโอกาสมาร่วมแสดงจุดยืนที่ไม่เอาอำมาตย์ และให้ยุบสภา หรือจะเดินทางไปที่ กทม.กิจกรรมเวทีคู่ขนาน เป็นความต้องการของคนเสื้อแดง และ มติของ แกนนำใหญ่ที่จะเป็นร่วมชุมนุมตามหัวเมืองใหญ่ และกดดันรัฐบาล หากมีการใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม คนเสื้อแดงหลานย่าโม ก็พร้อมจะเคลื่อนมวลชนไปปิดล้อมศาลากลางจังหวัด และบ้านแม่ทัพซึ่งเป็นบ้านพักประธานองคมนตรีที่โคราช รวมทั้งอาจจะใช้วิธีปิดถนนมิตรภาพ ให้การจราจรเข้าสู่ภาคอีสานเป็นอัมพาต เพราะฉะนั้น รัฐบาลอำมาตย์ อย่ากลั่นแกล้งพวกเราเลย ทุกวันนี้คนเสื้อแดง ก็ถูกตามรังแกมาตลอด หากปิดช่องทางเขาไม่ให้ดิ้น ก็จะต้องสู้ตาย

 รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มพันธมิตรโคราช ได้นัดหมายรวมพลที่แยกไนท์บาร์ซ่า วัดบูรพ์ ถ.จอมพล เขตเทศบาลนคร ฯ ในเวลา 14.00 น.ในวันพรุ่งนี้ ( 9 เม.ย ) เพื่อสำแดงพลัง เดินขบวนสนับสนุน รัฐบาลที่ประกาศใช้ พรก.และให้เร่งสลายการชุมนุมของ นปช.

แดงสกลฯโวยปิดพีเพิลชาแนลปิดถนนประท้วงหน้าศาลากลาง

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 เมษายน ที่ถนนหน้าศาลากลางจังหวัสกลนคร บริเวณศูนย์ราชการ ตรงข้ามจวนผู้ว่าฯ ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมารวมตัวกันที่จุดนัดหมายบริเวณศาลากลางจังหวัด นำโดย นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร เขต 1 พรรคเพื่อไทย นางทัศนีวรรณ วิลาลัย ประธานกลุ่มสกลรักประชาธิปไตย 51 พร้อมด้วย นายถนอม สมผล นางเครือวัลย์ ศิริสวัสดิ์ แกนนำกลุ่มสกลรักประชาธิปไตย 51 พร้อมมวลชนคนเสื้อแดงจาก 18 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร และคาดว่าอาจมีประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ นครพนมเข้ามาร่วมด้วยประมาณ 500 คน

 จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดช่องทางจราจรขาเข้า 1 เส้นทาง  โดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาเข้าร่วม เพื่อรับชมและติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ ที่ถ่ายทอดสัญญาณช่องพีเพิลชาแนลจากดาวเทียมต่างประเทศ รวมถึงการเตรียมการรับสัญญาณภาพผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตที่ยังสามารถรับชมได้  เนื่องจากสัญญาณที่ถ่ายทอดสัญญาณของสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลจากดาวเทียวไทยคมถูกรัฐบาลประกาศระงับการถ่ายทอด หลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (7เม.ย.)

 ทั้งนี้กลุ่มแกนนำได้มีการปรึกษาหารือกันเพื่อเตรียมแผนการเดินทางเข้าไปร่วมสบทบกับกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ ในระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.อีกประมาณ 1 หมื่นคน ในส่วนการเดินทางนั้นปัจจุบันไม่สามารถเดินทางโดยอิสระเหมือนเช่นที่ผ่านมาได้ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว จึงอาจมีการใช้วิธีโดยการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและขณะเดินทางจะไม่สวมใส่เสื้อสีแดงป็นสัญญาลักษณะ  ไปในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการถูกสกัดในการเข้าร่วมชุมนุม

 ส่วนบรรยาการการชุมนุมมีการตั้งเวที พร้อมเครื่องขยายเสียง ติดตั้งเครื่องฉายจอโปรเจ็คเตอร์ การเตรียมการกางเต็นท์เพื่อปักหลักยืดเยื้อ มีการเตรียมหุงหาอาหาร  ที่คาดว่าในช่วงเวลา 18.00 น.วันนี้ (8 เม.ย.) จะมีประชาชนทยอยมาบริเวณการชุมนุมอย่างแน่นถนัด ประกอบกับได้มีแกนนำในพื้นที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย สลับกับการเปิดให้ผู้เข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดสัญญาณการชุมนุมจาก กทม.เพื่อฟังการปราศรัยการกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฝ่ายความมั่นคง และรัฐบาลรวมถึงฝ่ายอำมาตย์ ที่มีการ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเตรียมจะเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่ง ทาง นปช.ยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาล ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนพร้อมขับไล่อำมาตย์ เรียกร้องให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอันแท้จริง 

  ด้านนายนิยม กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศมีการระงับการถ่ายทอดสัญญาณสถานีพีเพิลชาแนลจากดาวเทียมไทยคม และผลจากที่มีการระงับสัญญาณการถ่ายทอดจากดาวเทียมไทยคมจนจอดำ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดสกลนคร ที่ไม่สามารถรับชมได้เป็นอย่างมาก เพราะรัฐบาลปิดหูปิดตาประชาชน และยืนยันว่า มารวมตัวกันอย่างสงบ สันติ เป็นการมารวมตัวกันตามสัญญาณนัดหมายของแกนนำนปช ที่ให้ทุกจังหวัดมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัด หากมีการตัดสัญญาณขึ้น จึงมีกลุ่มคนเสื้อแดงในเขตจังหวัดสกลนคร ทั้ง 18 อำเภอ ได้ทยอยเดินทางมารับชมการถ่ายทอดสัญญาณสถานีพีเพิลชาแนลเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.อย่างใกล้ชิด 

 ในส่วนการชุมนุมคาดว่าจะมีประชาชนเริ่มมาร่วมจากทุกแห่งรวมถึงจากจังหวัดใกล้เคียงในเวลา 18.00 น.คาดว่าอาจสูงถึง 3,000 คน โดยบริเวณการชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนครสามารถเชื่อมต่อรับสัญญาณดาวเทียมทั้งในส่วนของดาวเทียมต่างประเทศ  และผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตได้จึงทำให้ยังคงสามารถรับชมได้ตามปกติ  ในส่วนของแกนนำคนเสื้อแดงเหล่านั้นก็ได้มีการปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมแผนการที่จะรวมตัวกันเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯคาดว่าจะมีมวลชนเข้าร่วมอีกไม่น้อยกว่าหมื่นคน

 นายถนอม สมผล แกนนำนกลุ่มสกลรักประชาธิปไตย 51  กล่าวว่า ขณะนี้แกนนำในพื้นที่ต่างจังหวัดทุกแห่งพร้อมมวลชนคนเสื้อแดงก็เตรียมชุมนุมในพื้นที่ยืดเยื้อ  และยังพร้อมเข้าบุกยึดศาลากลางจังหวัดทุกแห่งทันที   และเหตุการณ์อาจเกิดเหตุบานปรายจนถึงกับการเผาสถานที่ราชการหากมวลชนไม่พอใจ  เพื่อเป็นการต่อต้านสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฝ่ายความมั่นคง และรัฐบาลรวมถึงฝ่ายอำมาตย์  หากสั่งการใช้ความรุนแรงหรือสั่งฆ่าต่อประชาชนผู้ชุมนุมโดยสันติ

 ในส่วนด้านการดูแลความปลอดภัย  และดูแลสถานที่ราชการ ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองสกลนครแต่งการชุดปราบปรามจราจล  และกำลังเจ้าหน้าที่ กองร้อย อส.จ.สกลนคร  เข้ามาดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด จำนวนกว่า 250 นาย  โดยมีนายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ และ พล.ต.ต.อุดม จำปาจันทร์ ผบก.ภ.จว.สกลนครลงมาควบคุมสั่งการด้วยตัวเอง  ในส่วนการเฝ้าสถานที่ราชการโดยเฉพาะบริเวณศาลากลาง  และศาล ซึ่งอยู่ติดกับจุดการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดประตูใส่กุญแจ และมีกำลังเฝ้าหน้าประตูในตลอด 24 ชม.เพื่อป้องกันการก่อเหตุสร้างสถานการณ์

คนระนองกว่า3,000คนรวมพลังต้านเสื้อแดง

 นายจิรวรรต สังข์เสือ ประธานชมรมผู้ใหญ่บ้าน จ.ระนอง แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน จ.ระนอง กล่าวว่าวันนี้แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน จ.ระนอง ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ในเขต จ.ระนอง ร่วมแสดงพลังกว่า 3,000 คน คัดค้านการยุบสภา และให้กำลังใจรัฐบาลในการบริหารราชการบ้านเมืองต่อไป พร้อมยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผวจ.ระนอง เพื่อส่งต่อยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายะรัฐมนตรี ให้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของประชาชนชาว จ.ระนอง
"วัตถุประสงค์สำคัญที่มวลชนในเขตพื้นที่ จ.ระนองกว่า 3,000 คนมาร่วมชุมนุม มีเหตุผลสำคัญ 4 ประการดังนี้ 1.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. เพื่อสนับสนุนไม่ให้ใช้ความรุนแรง 3.เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการบริหารบ้านเมือง 4. เพื่อสนับสนุนไม่ให้มีการยุบสภา"

 นายจิรวรรต กล่าวต่อไปว่า จากเหตุการณ์วิกฤติของชาติ บ้านเมือง ในขณะนี้ เป็นผลมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ความคิดเห็นแตกต่างกัน ทำให้ประชาชนชาวไทยเกิดความแตกแยก แบ่งพรรค แบ่งพวก เป็นชนวนเหตุก่อให้เกิดการชุมนุมเคลื่อนไหว โดยมีกลุ่มตัวแทนออกมาแสดงพฤติกรรมและวาจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง เยกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วัน ถือเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายในสังคมไทย ประชาชนเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตโดยรวม เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวต้องชะลอตัว สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล ประชาชนชาวจ.ระนองจึงออกมาชุมนุมแสดงให้กลุ่มผู้เรียกร้องเห็นว่าการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วยกับพฤติการดังกล่าว