
เปิดทางปั๊มน้ำมันปิดตามเหมาะสมไม่ถือเข้าข่ายกักตุน
พลังงานเตือนผู้ค้าน้ำมันและก๊าซเกาะติดสถานการณ์ชุมนุมใกล้ชิด เปิดทางใช้ดุลพินิจปิดปั๊มตามความเหมาะสม หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เผยยอดใช้น้ำมันเดือน มี.ค.ลดลง เหตุประชาชนกังวลการเมืองป่วน ส่งผลท่องเที่ยวลด
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรมได้เตือนผู้ประกอบการน้ำมันและก๊าซดูแลทรัพย์สินและกิจการให้รัดกุมมากขึ้น โดยให้เป็นดุลพินิจของเจ้าของปั๊มในการเปิดและปิดบริการ หากเห็นว่าสถานการณ์ชุมนุมมีความเสี่ยงผู้ประกอบการสามารถปิดหรือหยุดส่งก๊าซและน้ำมันได้ทันที
ส่วนสถานการณ์ใช้น้ำมันเฉลี่ยต่อวันช่วงที่ผ่านมา พบว่า ลดลงต่อเนื่อง โดยเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา การใช้ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยน้ำมันเบนซิน รวมแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ 20.1 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงจาก 21.1 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซลอยู่ที่ 53.9 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงจาก 55.2 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การใช้ก๊าซปิโตรเลียม (แอลพีจี) มียอดการใช้อยู่ที่ 432,200 ตันต่อเดือน ลดลงเล็กน้อย โดยภาคครัวเรือนใช้อยู่ 204,200 ตันต่อเดือน ภาคขนส่ง 54,600 ตันต่อเดือน ภาคอุตสาหกรรม 67,000 ตันต่อเดือน และภาคปิโตรเคมี 106,400 ตันต่อเดือน
ด้านนายองอาจ พร้อมจรรยากุล รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่บางสถานีบริการกังวลว่าการปิดสถานีบริการเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่ปลอดภัยจากการชุมนุมจะเข้าข่ายความผิดการกักตุนสินค้านั้น ได้รับการยืนยันจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การปิดสถานีบริการเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการชุมนุม โดยไม่เพิ่มราคาจำหน่ายผิดปกติ ถือว่าไม่เข้าข่ายกักตุนสินค้า ดังนั้นผู้ประกอบการจึงสามารถตัดสินใจเปิดหรือปิดได้ตามความเหมาะสม



