
ต้องเริ่มเดินตาม "โรดแม็พ"
ในขณะที่ความตึงเครียดค่อยๆ เพิ่มขึ้นในทุกนาทีที่ผ่านไปของผู้คนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและที่สี่แยกราชประสงค์ เพราะความเชื่อที่ค่อยๆ ได้รับการยืนยันว่า ทหารจะเข้าสลายการชุมนุมนั้น ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร หลังเหตุการณ์นี้จบลงแล้ว บาดแผลที่เกิดขึ้
สภาพอันปกติที่สะพานผ่านฟ้าฯ และที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อเทียบกับความรู้สึกของประชาชนคนในชาติแล้ว "ความเชื่อ" ได้เกาะกุมหัวจิตหัวใจจนไม่เหลือที่ว่างให้พิสูจน์หาความจริงให้กระจ่าง
ความสมานฉันท์ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าพยายามทำแล้วแต่ไม่สำเร็จนั้น เมื่อเกิดเหตุซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะยินยอมให้ความล้มเหลวนั้นเป็นเครื่องมือตัดสินใจไม่ให้ทำอีกต่อไป
ไม่ว่าจะต้องเริ่มด้วยอะไรก็ตาม ที่เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ไม่ขัดกับประเพณีอันดีงาม รัฐบาลก็จำเป็นต้องทำ
โรดแม็พที่ อภิสิทธิ์ ประกาศต่อประชาชนหลายล้านคนในวันที่เจรจากับแกนนำคนเสื้อแดงนั่นแหละที่จะเป็นพิมพ์เขียวชั้นดีนำไปแจ้งต่อประชาชนทุกสี ทุกหมู่เหล่า ว่ารัฐบาลจะทำอย่างนี้ๆ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง
ให้มีคณะกรรมการที่อาจจะมาจากตัวแทนประชาชนที่คัดเลือกมาเพื่อตรวจสอบว่า โรดแม็พที่รัฐบาลประกาศนั้นเป็นไปตามกำหนดหรือไม่ สำเร็จหรือเปล่า
ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ เพราะมันจะนำไปสู่การหันหน้ามาฟัง มาพูดคุย
ไม่มีประโยชน์ที่หากวันนี้รัฐบาลจะพูดจาเหมือนกับว่าได้ฉันทานุมัติไปแล้ว เป็นสิทธิของรัฐบาลว่าจะยุบเมื่อไหร่ก็ได้
สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้เป็นช่วงที่ไม่ปกติ ท่าทีอันแข็งกร้าว ท้าทาย ไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปสู่ทางออก
ถึงแม้คนเสื้อแดงจะไม่รับโรดแม็พของรัฐบาล แต่หากรัฐบาลเห็นว่าแนวทางนี้จะนำไปสู่การหันหน้ามาพูดมาคุยกันของคนในชาติก็ต้องทำให้เกิดผลสำเร็จ
เริ่มกำหนดวันให้ชัดเจนว่าเมื่อใด จบวันไหน ขั้นต่อมาจะทำอะไร เสร็จวันไหน บวกลบได้ไม่เกินกี่วัน
เพราะจะว่ากันตามจริงทั้งคนพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงบางส่วน ก็ยินดีที่จะรับข้อเสนอของรัฐบาล เพียงแต่ว่า แกนนำบางคนเท่านั้นที่ยืนกรานว่าต้องได้ตามที่ยื่นคำขาดไปเท่านั้น
ในจังหวะที่คลี่คลายการชุมนุม กำหนดวันที่จะเริ่มทำงานตามโรดแม็พ ก็น่าจะเริ่มได้ทันที
ทำเถอะถ้าคิดว่ายังเป็นรัฐบาลอยู่



