ข่าว

รางวัลกับการสร้างกระแสความรู้สึก

รางวัลกับการสร้างกระแสความรู้สึก

09 เม.ย. 2553

ความสูญเสียและความตายของบรรดานักรบที่มีส่วนร่วมในสถานการณ์ความไม่สงบที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งที่เป็นฝ่ายรัฐและฝ่ายที่ต่อต้านอำนาจรัฐที่ใช้กำลังอยู่ ดูเหมือนจะสามารถตอบแบบง่ายๆ ว่านี่คือความล้มเหลวในกระบวนการจัดการแก้ปัญหาก็คงไม่ผิดมากนั

 ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่ใกล้ชิดและเพื่อนผู้ร่วมอาชีพร่วมอุดมการณ์ต่างก็เกิดความรู้สึกเสียใจเสียดายในความสูญเสียทั้งปวง ในอดีตที่ผ่านมากว่า 5 ปีความสูญเสียมักจะเดินเคียงคู่กับความรู้สึกอยู่อย่างใกล้ชิดกันชนิดที่ดูจะห่างเหินกับการแสวงหาความเป็นจริงที่มีเหตุและผลอันควร

 พี่น้องตำรวจทหาร พระสงฆ์องค์เจ้า นักการศาสนาอิสลาม หรือผู้นำในทุกประเภทเกือบทุกระดับ ตลอดจนประชาชนทั่วไปเด็กเล็กเด็กโตที่ไร้เดียงสาในพื้นที่ต่างก็ประสบเหตุพบกับปัญหาและความสูญเสียเฉกเช่นเดียวกัน ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานเช่นนี้ ผู้เขียนต้องเดินทางทำภารกิจและมีโอกาสพูดคุยกับผู้อาวุโสที่ผ่านร้อนผ่านฝนมากว่า 80 ฤดูหลายท่าน เขาทั้งหลายต่างพูดในทำนองคล้ายๆ กันว่าคนในพื้นที่ที่เชื่อมั่นในหลักการศาสนาอิสลามอย่างมั่นคงต่างเห็นว่าปรากฏการณ์เหล่านี้คือการทดสอบ การกลั่นกรอง การคัดแยก ความเลวร้ายและความดีงามต่างๆ ที่เกิดขึ้นของทุกฝ่าย แต่เมื่อถามว่าจะหาทางออกอย่างไรกับสภาวะเช่นนี้ ดูเหมือนจะมีคำตอบเหมือนกันหมดคือนี่คือช่วงเวลาที่เราทุกคนต้องอดทนอดกลั้น มีสติ แยกให้ออกระหว่างความจริงความเท็จ ความสำนึก ความรัก ความชัง ความเป็นเพื่อนร่วมสำนัก เพื่อนต่างอุดมการณ์ ตั้งมั่นในความเชื่อและความศรัทธาที่มั่นคง ต่างก็ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าอย่างหนักแน่นตลอดเวลาเมื่อปฏิบัติศาสนกิจวันละอย่างน้อยวันละ 5 เวลา เพื่อความเลวร้ายต่างๆ ผ่านพ้นให้เร็วๆ

 เมื่อมีคำถามว่าอะไรคือการกลั่นกรอง อะไรคือการคัดแยก ทำไมต้องอดกลั้นอย่างมีสติ มีเหตุผลใดที่ต้องเข้าใจในสภาวการณ์เช่นนี้ เพราะประสบการณ์ความเลวร้ายทั้งหลายที่ผ่านมาในชีวิตของเขาส่วนหนึ่งต่างมีคำตอบที่สำคัญที่เขาได้รับคือ “วิทยปัญญา” ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่ามันมีและเกิดขึ้นจริงมาหลายครั้งหลายครา เพียงแต่ว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ถนัดที่จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่มากกว่าจะสืบสอบตรวจทานประสบการณ์ของวันวานมาพิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางที่ดีสำหรับวันนี้และวันพรุ่งนี้ว่าเราจะหาทางออกกันอย่างไร เรื่องของบ้านเราจึงเวียนว่ายอยู่ใต้โลกของกะลามะพร้าวใบนั้นเท่านั้น

 ครั้นข่าวคราวความสูญเสียกรณีหนึ่งที่ประจวบเหมาะกับการที่จะบดบังความเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง กำลังจะถูกยกมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแต่ไม่สามารถทะลุทะลวงฝ่าคลื่นลมแดงได้ เรื่องนี้คงจะเงียบหายไปในอีกไม่กี่วัน แต่ในความเป็นจริงของพื้นที่ที่น่าตั้งคำถามอีกมากมายว่าระหว่างความรู้สึกของความสูญเสียของใครก็ตามจะมีความแตกต่างกับอีกความรู้สึกของอีกคนหนึ่งในสังคมมากน้อยเพียงใด เพราะการโหมกระหน่ำของสื่อรัฐที่พยายามจะยกย่องความเป็นวีระบุรุษหรือวีระสตรีกลับกลายเป็นกระบอกเสียงอย่างดีของฝ่ายสูญเสียที่อยู่คนละฝั่งได้มากมายเช่นกัน

 ในหลายครั้งต่างก็สร้างหรือถูกสร้างหรือถูกปล่อยข่าวออกมาว่าคนฝ่ายตรงกันข้ามเป็นคนทำก็มีให้ได้ยินบ่อยๆ จะเป็นเพราะความอ่อนแอของระบบการสืบสวนสอบสวนของรัฐและการละเลยที่จะพูดให้แก่สาธารณชนหรือเปล่าว่าในแต่ละกรณีว่ามีเนื้อหาเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เป็นจริงอย่างไรแบบใด แทนที่จะเพิ่มความระมัดระวังในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้ละเอียดถี่ถ้วนในทุกรอบด้านแต่กลับละเลย จนทำให้วีระบุรุษและวีระสตรีที่เสียสละจริงๆ กลับตกสำรวจจากการเป็นข่าวเพราะโอกาสและเงื่อนไขเฉพาะ แต่กลับเอื้อกับความรู้สึกที่เหมาะสมกับเงื่อนไขแห่งเวลามากไป จนทำให้เหตุและผลที่แท้จริงกลับหาค่าแทบไม่ได้ สื่อคงจะต้องช่วยกันหาแนวทางในการนำเนื้อหาความจริงทุกด้านเพื่อชี้นำสังคมอย่างตรงไปตรงมาและเสมอภาคเท่าเทียมกัน

 วีระบุรุษที่แท้จริงในสนามรบที่พลเมืองคนไทยควรให้การยอมรับร่วมกันให้กำลังใจกัน ณ วันนี้มิใช่มีเหตุผลเพียงจะย้ายออกจากพื้นที่เพื่อพักผ่อนในบั้นปลายชีวิตราชการ หรือไม่ต้องการตายในเครื่องแบบหรอก...แต่ขวัญกำลังใจและความเป็นจริงที่กำลังสู้รบขณะนี้มันเป็นคำตอบที่แท้จริงของผู้มีอุดมการณ์หรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างอารมณ์ความรู้สึกเพื่อสร้างพื้นฐานความชอบธรรมของระบบฉ้อราษฎร์บังหลวงในกลไกการจัดการในองค์กรนี้ให้เข้มแข็งมากขึ้น ?

อัฮหมัด สมบูรณ์  บัวหลวง
[email protected]