
สงกรานต์แดง
ไม่ต้องดูปฏิทินว่านางสงกรานต์ปีนี้ชื่ออะไร เสวยภักษาหารอะไร คนไทยทั่วไปก็ดูออกว่าสงกรานต์ปีนี้เมืองไทยท่าทางจะร้อนรุ่มเช่นเดียวกับสงกรานต์ปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุณหภูมิแถวๆ สี่แยกราชประสงค์
ในบรรดาเทศกาลทั้งหมดของไทย สงกรานต์นับว่าเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญต่อจิตใจและวิถีชีวิตของคนไทยมากที่สุด เพราะสะท้อนวัฒนธรรม คตินิยม และปรัชญาแบบไทยไว้อย่างสมบูรณ์
ทั้งความกตัญญูต่อบุพการีและผู้ใหญ่ ความเมตตาแก่ลูกหลานและผู้น้อย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และน้ำใจไมตรีที่มีให้แก่ญาติมิตรและคนอื่นๆ ในสังคม ซึ่งแม้ในระยะหลังๆ ประเพณีอันดีงามเหล่านี้จะถูกละเลยและเบี่ยงเบนไป ด้วยสภาพสังคม ภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งระบบธุรกิจของการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่สงกรานต์ก็ยังคงความสำคัญในฐานะของวันแห่งครอบครัว ที่ลูกหลานซึ่งทิ้งถิ่นฐานมาทำมาหากินในกรุงเทพฯ หรือที่อื่นๆ จะใช้วันหยุดในช่วงนี้เดินทางกลับไปกราบไหว้เยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอยากจะเสนอแนะความคิดบางอย่างว่า ทุกฝ่ายน่าจะใช้เทศกาลสงกรานต์และบรรยากาศของสงกรานต์ไปในทางสร้างสรรค์และผ่อนความตึงเครียดทางการเมือง เช่น กทม.อาจหารือกับคนเสื้อแดงเพื่อจัดงานสงกรานต์ที่ผ่านฟ้าฯ หรือสี่แยกราชประสงค์ ให้คนกรุงเทพฯ กับคนเสื้อแดงตลอดจนทหารตำรวจได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการใส่บาตร ปล่อยนกปล่อยปลา กินอาหารร่วมกัน รดน้ำผู้สูงอายุ และเล่นน้ำวันสงกรานต์ด้วยกัน ซึ่งจะเป็นหนทางที่ดีในการสร้างความเข้าใจและความรู้สึกที่เป็นมิตรต่อกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง คนกรุงเทพฯ หรือทหารตำรวจที่ปฏิบัติงาน ต่างก็ล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน และไม่เคยมีเหตุบาดหมางใจกันมาก่อน เพียงแต่ต่างคนต่างก็ทำตามความคิด ความเชื่อ และหน้าที่ที่ตนมีอยู่
ในงานเดียวกันนี้ คนกรุงเทพฯ ที่อยู่ในพื้นที่ก็อาจจัดรายการพาคนเสื้อแดงเยี่ยมชมวัดวาอารามหรือสถานที่สำคัญในท้องถิ่น เพื่อให้มีความรู้จักบริเวณที่มาชุมนุมกันมากขึ้น อันจะนำไปสู่ความรู้สึกรักและหวงแหนในมรดกของแผ่นดินร่วมกัน ขณะเดียวกันคนเสื้อแดงที่มาจากต่างจังหวัดก็อาจจะถ่ายทอดประเพณีพื้นเมืองที่ดีงามสู่คนกรุงเทพฯ
ความชุลมุนวุ่นวายต่างๆ ในกรุงเทพฯ เวลานี้นั้น สาเหตุประการหนึ่งมาจากช่องว่างระหว่างเมืองหลวงกับชนบทที่ถ่างห่างออกจากกันเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความแปลกแยกแตกต่าง และมีความคิดมุมมองไปคนละทาง ก่อให้เกิดความรู้สึกเรื่องชนชั้นแบบใหม่ขึ้นในสังคม เป็นชนชั้นของคนที่มีโอกาสกับคนที่ด้อยโอกาส ชนชั้นของคนที่เสพสุขกับคนที่สิ้นไร้ไม้ตอก ทั้งๆ ที่โอกาสและความสุขที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ได้รับหรือเสพนั้น แท้จริงแล้วจะเป็นแค่เรื่องจอมปลอมก็ตามทีซึ่งวิธีหนึ่งที่จะขจัดความรู้สึกแตกต่างก่อนที่จะเกิดเป็นความแตกแยกได้ก็คือ ทั้งคนเมืองหลวงและคนชนบทจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เพื่อเข้าใจในกันและกันมากขึ้น ช่วยเหลือกันมากขึ้น ซึ่งโอกาสอันดียิ่งที่จะพบปะกันก็คือในช่วงสงกรานต์นี้แหละครับ...ช่วงที่คนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดได้เข้ามาใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนในกรุงเทพฯ
ครับ ความคิดนี้ของผม คงต้องขอฝากไว้กับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และแกนนำ นปช. ไม่ว่าจะเป็นคุณวีระ คุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร หรือคุณหมอเหวง ให้ร่วมกันนำบรรยากาศของความสุข ความเป็นมิตรไมตรี และประเพณีอันดีงามของวันสงกรานต์ มามอบให้เป็นของขวัญแก่คนไทยและคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยเถอะครับ



