
ปณิธานชี้ศอฉ.ประกาศคุมสื่อหวังหยุดบิดเบือน
"ปณิธาน" ชี้ "ศอฉ."ออกประกาศคุมสื่อ หวังให้หยุดการบิดเบือนข่าวสาร และหยุดชักจูงปชช.ให้หลงร่วมชุมนุม ระบุสื่อที่ทำงานด้วยจรรยาบรรณจะไม่ได้รับผลกระทบแน่ พร้อมประกาศพรก.หวังคุมคนนอกกรอบที่ละเมิดกม. และมีการกระทำที่กระบความมั่นคง
(8เม.ย. ) เมื่อเวลา 15.45 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงข่าวหลังจากที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรงและประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายปณิธาน แถลงว่า ตามที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้ ดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ 6 จังหวัด 16 อำเภอตามที่ประชาชนทราบแล้วนั้น รัฐบาลขอชี้แจงทำความเข้าใจหลักการปฏิบัติ อำนาจหน้าที่และผลการปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาดังนี้ จุดประสงค์ของการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้คือคลี่คลายสถานการณ์ให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความประสงค์ที่ต้องการให้สถานการณ์การชุมนุมตอนนี้ชัดเจนว่าไม่เป็นไปตามการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ ขอให้ผู้ที่มาชุมนุมเดินทางกลับถิ่นฐานและภูมิลำเนาจากพื้นที่ที่สั่งห้ามชุมนุม
โดยขอให้กลับภูมิลำเนาโดยปลอดภัย รัฐบาลไม่มีจุดประสงค์ใดที่จะใช้กำลังความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนชักจูงอย่างที่มีการโน้มน้าวโดยคนบางกลุ่ม รัฐบาลต้องการให้การชุมนุมอยู่ภายใต้กติกาและกฎหมาย สำคัญที่สุด คือ ต้องการให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนและสังคมโดยรวม ต้องการให้เกิดความสงบสุขและสันติสุขกับประเทศและสังคม ฉะนั้นจึงมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้ในพื้นที่ข้างต้น และแต่งตั้งศอฉ.เป็นกรณีพิเศษเป็นหน่วยงานเฉพาะมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยคลี่คลายสถานการณ์ และดำเนินการให้เป็นไปตามจุดประสงค์คือดูแลประชาชนให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ยุติการชุมนุม คลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวพปกติโดยเร็วที่สุด
นายปณิธาน แถลงว่า รัฐบาลได้แต่งตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผอ.ศอฉ.มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและควบคุมดูแลพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการ 28 คนที่ตอนนี้ประชุม และกำเนิดแนวทางปฏิบัติขั้นต้น 2 - 3 แนวทาง คือ ยุติการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ไม่เป็นจริง ชักจูงโน้มน้าวให้ผู้ที่รับฟังสื่อสารมวลชนบางกลุ่มเหล่านี้เข้าใจผิดจุดประสงค์ของรัฐบาล การดำเนินการได้รับความร่วมมืออย่างดีอาศัยอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉบับนี้ หน่วยงานต่างๆให้ร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดี และสามารถประสานงานควบคุมการใช้สื่อวิทยุ โทรทัศน์ นสพ. อินเตอร์เน็ต และปิดสถานีโทรทัศน์บางแห่งได้ และตอนนี้ได้ควบคุมการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตบางประเภทโดยเฉพาะสื่อที่ยั่วยุ ปลุกระดมให้มาชุมนุม บิดเบือนข้อเท็จจริงโดยเฉพาะในด้านจุดประสงค์การใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้โดยได้ดำเนินการต่อเนื่อง ในชั้นนี้จะพิจารณาสื่อสิ่งพิมพ์และอื่นๆด้วย ยืนยันว่าสื่อโดยทั่วไปจะไม่มีผลกระทบหากใช้ความเป็นมืออาชีพ รายงานข่าวตรงไปตรงมา ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ยืนยันว่าประชาชนทั่วไปสามารถดำเนินชีวิตโดยปกติได้ ข้อห้ามของพ.ร.ก.ฉบับนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงเพราะพ.ร.ก.ฉบับนี้นั้นประกาศเพื่อควบคุมดูแลกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ละเมิดกฎหมาย มีพฤติกรรมที่ละเมิดและกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนและสังคมโดยรวม



