
สาทิตย์แจงศอฉ.ปิดทีวีแดงปลุกระดมบิดเบือนภัยมั่นคง
สาทิตย์แจงศอฉ.ไล่ปิดทีวีเสื้อแดง ชี้ปลุกระดมบิดเบือนเป็นภัยความมั่นคง คุมเข้มสื่อทุกประเภทระวังการเสนอข่าวม็อบแดง จ่อเรียกแกนนำนปช.รายงานตัว ศอฉ.ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ นายกฯงดบินร่วมประชุมอาเซียนซัมมิทฮานอย - เวทีนิวเคลียร์วองชิงตัน ดีซี กาะติดเคล
(8เม.ย.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ภายหลังการที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯและข้อกำหนดต่าง ๆ ทางศอฉ.ให้ความสำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของสื่อสารมวลชน ซึ่งตามข้อกำหนดข้อ 2 ตามาตรา 9 เขียนไว้ชัดเจนห้ามการเสนอข่าว การจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อหนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความาอันอาจทำให้ประชาชนหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารฯ ขอเรียนบรรดาสื่อสารมวลชนทั้งหลายว่าท่านยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ แต่สิ่งใดที่กระทบถึงเรื่องทำให้ประชาชนหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินฯเป็นข้อห้ามซึ่งครอบคลุมสื่อทุกประเภทรวมทั้งเว็ปไซด์ เอสเอ็มเอส หรือวิทยุชุมชน ถ้าทำการในลักษระข้อห้ามก็เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ ซึ่งได้มีหนังสือเตือนไปยังบรรดาโอปอเรเตอร์เอสเอ็มเอสต่างๆ แล้ว และกระทรวงไอซีที และกทช.ได้แจ้งเตือนไปผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเช่นกัน
“ศอฉ.ขอแจ้งไปยังเคเบิ้ลที่ยังไม่ได้แจ้งไปอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวีที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการมาตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวีและการสื่อโดยช่องทางอื่นที่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อความที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่เป็นการปลุกระดม เนื่องจากมีการถ่ายทอดเวทีการชุมนุมซึ่งมีข้อความที่เป็นการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างจงใจ และส่งผลกระทบทั้งต่อสถาบัน บุคคลและองค์กร เป็นการปลุกระดมประชาชนทำให้เกลียดชังรัฐและเจ้าหน้าที่และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งการนำคลิปตัดต่อมาเผยแพร่ และได้ทำผิดกฎหมายไปถ่ายทอดการชุมนุม ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญที่แยกราชประสงค์ “ นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวว่า สถานีพีทีวีนั้นมีการดำนินการที่สลับซับซ้อนและใช้ดาวเทียมมากกว่า 1 ดวง ใช้การสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตและดาวเทียม โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบุคคลบางพวกที่ที่มีเกี่ยวโยงกับอำนาจเก่าในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องระงับยับยั้งไม่ให้มีการถ่ายทอดที่บิดเบือนข่าวสารและจงใจที่จะทำให้เกิดสถานการณ์ปั่นป่วนต่อไปอีก
ขอเตือนสื่อสารมวลชนว่าในการนำเสนอข่าวของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นขอให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง หากมีการนำข้อมูลการปราศรัยที่เป็นการบิดเบือนปลุกระดมบนเวทีมาเผยแพร่ต่อ ก็อาจเข้าข่ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯด้วย ทราบว่าขณะนี้กลุ่มผุ้ชุมุนมยังไม่มีการแจ้งไปยังผู้ชุมนุมในพื้นที่ว่าสถานีโทรทัศน์ถูกปิดแล้ว เพราะเกรงว่าผู้ชุมนุมจะวิตกกังวลและออกจากที่บริเรวณชุมนุมได้
ส่วนที่เกรงว่าจะมีการปลุกระดมคนได้มากขึ้น ทราบว่ามีการพยายามทำอยู่แล้ว จึงได้ประสานงานไปยังผวจ.ทั่วประเทศให้ดูแลด้วย และได้เพพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสื่อของรัฐไม่ว่าเอ็นบีทีหรือสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น เพราะอาจจะมีการตอบโต้ได้ เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าระงับยับยั้ง
นายสาทิตย์ กล่าวว่า นอกหนือจากการระงับการถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์พีทีวีแล้ว ทางศอฉ.ก็ยังมีมาตรการตั้งด่านสกัด ในการชี้แจงทำความเข้าใจไม่ให้ประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมการชุมนุม และจะระงับการใช้เครื่องขยายเสียงในบริเวณโดยรอบพื้นที่แยกราชประสงค์ที่จะเป็นการรบกวน และจะมีการพยายามจะดำเนินการกับแกนนำ ทั้งในส่วนของการออกหมายเรียกหรือหมายจับก็จะมีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต่อไป รวมทั้ง ศอฉ.อาจะเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมมาสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริง
ส่วนเหตุการณ์ลอบยิงถล่มพรรคการเมืองใหม่และตึกทีพีไอนั้น หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ.ก็ติดตามอย่างใกล้ชิดและอยู่ในความกังวลของศอฉ.อยู่แล้ว ว่าทางหนึ่งก็เป็นการชุมนุม ทางหนึ่งมีกลุ่มไปก่อกวนวินาศกรรมใช้ความรุนแรง และอีกทางก็มีปัญหาในสภาฯ ซึ่งทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันและอยู่ในการประเมินของศอฉ.อยู่แล้ว
นอกจากนี้เดิมที่นายกฯมีกำหนดจะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเซียน ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 8 - 9 เม.ย.แต่เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ นายกฯได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีการดำเนินการในหลายทางก็อาจจะเกิดแรงกดดันต่อกลุ่มผู้ชุมนุมได้ อาจจะมีการปฏิบัติใด ๆ ที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นมา นายกฯจึงได้ตัดสินใจไม่ไปร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมอบหมายให้รมว.ต่างประเทศปฏิบัติหน้าที่แทน ทางเวียดนามเองก็เข้าใจในสถานการณ์ในไทยและได้แจ้งต่อประเทศเจ้าภาพเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่า กรณีของม็อบพันธมิตรฯ ที่ผ่านมา ก็ไม่มีการปิดสถานีเอเอสทีวี อาจถูกมองว่าเป็นการดำเนินการสองมาตรฐาน นายสาทิตย์ กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลายร้อยแห่ง ถ้าเนื้อหาไม่เป็นการดำเนินการที่ผิดกฏหมายหรือบิดเบือนปลุกระดมเข้าข่ายทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ก็ยังดำเนินการต่อได้โดยการอนุโลมของทางอนุกรรมการกทช. แต่ถ้ามีเนื้อหาที่ปรากฎอย่างพีทีวีก็ต้องปิดไป กรณีของดีสเตชั่นในยุควันที่ 11- / 12 เม.ย.ก็มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้ายกกรณีเอเอสทีวีขึ้นมาจะเป็นกรณีที่แตกต่าง ในยุคที่เอเอสทีวีต่อต้านรัฐบาลในขณะนั้นก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบของรัฐบาลขณะนั้นจะดำเนินการ แต่ในขณะนี้เอเอสทีวีไม่ได้มีลักษณะของการใช้ข้อมูลบิดเบือนหรือไปถ่ายทอดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายที่ราชประสงค์
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับกำหนดการเดินทางของนายกฯที่จะไปร่วมการประชุมความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซีในวันที่ 10-15 เม.ย. ว่า ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะผู้แทนระดับสูงเป็นตัวแทนของนายกฯไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ เป็นหัวหน้าคณะ และมีนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศไปด้วย



