ข่าว

แดงเชียงใหม่ลั่นบุกศาลากลางแลกถอดปลั๊กทีวีแดง

แดงเชียงใหม่ลั่นบุกศาลากลางแลกถอดปลั๊กทีวีแดง

08 เม.ย. 2553

แดงเชียงใหม่ลั่นบุกศาลากลางแลกถอดปลั๊กพีเพิลชาแนล วิทยุชุมชนคนเสื้อแดงขอนแก่นปล่อยข่าวทหารปลุกยึดสถานีวิทยุ เร่งปลุกระดมมวลชนชุมนุมหน้าศาลากลาง และสถานีวิทยุหวั่นถูกปิดกระบอกเสียงคนเสื้อแดง "มท.1”สั่งผู้ว่าฯปรับระดับรปภ.สถานที่ราชการขั้นสูงสุด ประธานกลุ่

 บรรยากาศความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ ตลอดทั้งวันนางสาวกัญญาภัคร มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และแกนนำคนอื่น ๆ มีการระดม มวลชนผ่านสถานีวิทยุชุมชุน ให้ร่วมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมเรียกร้องกรณีสั่งปิด สถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล โดยเบื้องต้นตั้งเป้ามีคนเสื้อแดงร่วมเดินทางไม่น้อยกว่า 200  คน โดยจะออกเดินทางในช่วงค่ำวันที่ 8 เม.ย.

 ส่วนใน จ.เชียงใหม่ นางสาวกัญญาภัคร ระบุว่า หากสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล ยังไม่ได้ออกอากาศตามปกติในเวลา 19.00 น. วันนี้ จะระดมคนร่วมกับเสื้อแดงกลุ่ม อื่น ๆ บุกไปกดดันที่ศูนย์ราชการจังหวัด แต่หากถูกเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่สามารถเข้าไปได้ จะเปลี่ยนแผนเดินทางไปชุมนุมที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แทน

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากระดมมวลชนแล้ว แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงยัง โจมตีโทรทัศน์ช่อง 11 และเอกชนบางสื่อ โดยอ้างว่าเสนอข่าวด้านเดียวและบิดเบือนข้อเท็จจริง จนสร้างความแตกแยกให้กับผู้คนในสังคมอย่างไม่จบสิ้น

เสื้อแดงขอนแก่นปลุกระดมชุมนุมศาลากลาง

 เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 8 เม.ย.53 ที่เวทีปราศรัยกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ขอนแก่น บริเวณสวนรัชดานุสรณ์ ถนนศูนย์ราชการ หน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น ที่จัดคู่ขนาดกลับการชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร ได้มีคนเสื้อแดงในเขต จ.ขอนแก่นประมาณ 200 คน ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม และติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.อย่างใกล้ชิด หลังไม่สามารถชมการถ่ายทอดสดการชุมนุมทางสถานีโทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียมพีเพิลชาแนลได้

 ทั้งนี้บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงขอนแก่น หลายกลุ่มทั้งชมรมเสื้อแดงขอนแก่น 51, ชมรมคนรักประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่น และ ชมรมคนขอนแก่นรักทักษิณ  ได้ร่วมมือร่วมใจปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ให้ร่วมต่อสู้ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อทวงคืนประชาธิปไตย โดยได้ใช้สถานีวิทยุชุมชน F.M.98.75 MHz และ อีกหลายคลื่นเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมสมาชิกคนเสื้อแดงขอนแก่นไปชุมนุม

 โดยดีเจแต่ละคลื่น ต่างปล่อยข่าวว่า สถานีวิทยุคนเสื้อแดงขอนแก่นถูกทหารเข้ายึด จะได้ประกาศระดมมวลชนให้มาเฝ้าที่สถานีวิทยุคนเสื้อแดง และให้รวมพลใหญ่ที่เวทีการชุมนุมคู่ขนานข้างศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อเตรียมความพร้อมหากรัฐบาลมีการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการประกาศให้คนเสื้อแดงที่สนใจเดินทางเข้าสมทบกับคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และแยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานครมารวมตัวเพื่อเดินทาง โดยจะมีรถเดินทางตลอด 24 ชม.

เช็คเสื้อแดงอีสานเคลื่อนไหวหลังจอมืด

อย่างไรก็ตามสำหรับการเครื่อนไหลของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคอีสาน ดังนี้ จ.มหาสารคาม- เสื้อแดง 200 คน โดยมีนายอดิศร  วัฒนบุตร  แกนนำคนเสื้อแดงมหาสารคาม ชุมนุมบริเวณข้างศาลากลาง จ.มหาสารคาม ถนนนครสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.มหาสารคาม

จ.หนองคาย - เสื้อแดง หนองคาย ยังไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ที่ศาลากลางจังหวัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน ประมาณ 50 คน ปิดประตูศาลากลางป้องกันอันตราย

จ.เลย - เสื้อแดง 30 คน ชุมนุมที่สนามกีฬากลาง ถ.เจริญรัฐ เขตเทศบาลเมืองเลย โดยที่ ศาลากลางจังหวัดเลยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน 50 นาย ปิดประตูศาลากลางป้องกันเหตุร้าย

จ.นครพนม - เสื้อแดง 20 คน โดยมีนพ.ประสงค์  มูลพงษ์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนครพนม 52 ชุมนุมอยู่หน้าเทศบาลเมืองนครพนม ข้างศาลากลาง จ.นครพนม

จ.กาฬสินธุ์- เสื้อแดงกาฬสินธุ์ยังไม่มีการเคลื่อนไหว

จ.ชัยภูมิ - เสื้อแดงชัยภูมิไม่มีการชุมนุม ในพื้นที่ เดินทางเข้า กรุงเทพฯ 160 คน

จ.นครราชสีมา - ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ที่บริเวณแยกจักราช ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา คนเสื้อแดงประมาณ 10 คน เดินทางขึ้นรถปิกอัพเพื่อเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร

จ.อุดรธานี- กลุ่มคนเสื้อแดงจากชมรมคนรู้ใจ ประมาณ 700 คน ปิดล้อมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณถนนอธิบดี หลังพลับพลารับเสด็จ  โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ อส.จำนวน 80 นาย พร้อมกำลังตำรวจปราบจราจล 1 กองร้อย มาคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย  กระทั่ง 12.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้สลายตัวแล้ว

อุบลราชธานี- เสื้อแดง 300 คน โดยการนำของนายพิเชษฐ์ ดาบุตดา หรือ ดีเจต้อย  แกนนำกลุ่มชักธงรบ ชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด โดยมีตำรวจ 20 นาย ดูแลความเรียบร้อย

ประธานกลุ่มสันติธรรมนำการเมืองถามยุบสภาได้ปชต.คืนจริงไหม

 นายจิระเดช   ศิลารักษ์  ประธานกลุ่มสันติธรรมนำการเมือง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่า  อยากถามกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องประชาธิปไตยว่าเข้าใจความหมายของประชาธิปไตยขนาดไหน  ประชาธิปไตยไม่ใช่การรวมกลุ่มกันเยอะๆแล้วใส่เสื้อสีเดียวกัน  คอยฟังคำสั่งแกนนำบนเวที  อย่างนั้นก็เท่ากับประชาธิปไตยแบบชี้นำ เป็นรูปแบบกองโจรมากกว่า  ไม่ใช่ขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนเหมือนในอดีต ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง
 "ถ้าเข้าใจว่าการชุมนุมคือประชาธิปไตยแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับประชาชนคนทั่วไปที่เขาไม่มีสี คนเหล่านี้จะเดินทางไปไหนมาไหนทุกวันนี้ รู้สึกไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถูกลูกหลง  ไม่รู้ว่านั่งบนรถทัวร์ รถเมล์จะโดนอะไร จะถูกปิดถนนเดินทางไปทำงาน หรือไปเรียนหนังสือทันหรือไม่ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไปหมด"นายจิระเดช กล่าว


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่สัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมไทยคม สถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลจอมืดลงกลุ่มคนเสื้อแดงก็ทยอยกันเดินทางมาร่วมกันที่เวทีคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกันที่สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ถนนประชาสโมสร เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อป้องกันไม่ให้ทหาร-ตำรวจเข้ายึดสถานีซึ่งถือว่าเป็นแหล่งกระจายข้อมูลข่าวสารสำหรับคนเสื้อแดง

 สำหรับการรักษาความปลอดภัยศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ทางจังหวัดได้มีการร้องขอรถดับเพลิงจากเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 2 คัน จอดประจำการอยู่ภายใน นอกจากนี้ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดสลายฝูงชนจำนวน 2 กองร้อยเข้าประจำการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง จ.ขอนแก่น
ด้านพ.ต.อ.สุจินต์  นิจพานิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม 50 นาย  ซึ่งขณะจากการสอบถามทางแกนนำคนเสื้อแดงขอนแก่นยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวไปไหน และจะปักหลักติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่กรุงเทพฯเท่านั้น โดยจะไม่มีการเคลื่อนมวลชนไปปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที อย่างแน่นอน

"มท.1”สั่งผู้ว่าฯปรับระดับรปภ.สถานที่ราชการขั้นสูงสุด

 ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 4/2553 รวมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไป จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดถือปฏิบัติ คือ 1.ให้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้ทราบถึงสาเหตุของการออกประกาศดังกล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกัน และระงับ ยับยั้งเหตุร้าย ที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ 2. ให้ดูแลรักษาสถานที่ราชการ ปรับระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นขั้นสูงสุด มิให้มีการบุกรุก หรือปิดล้อมศาลากลางจังหวัด และสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด และ3.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา เพื่ออำนวยการ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หากมีเหตุเร่งด่วน ให้รายงานกระทรวงมหาดไทยโดยเร็วที่สุด

 ด้านนาย ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีสื่อบางช่องได้ถูกปิดจอดำไปแล้ว ดังนั้น คนมหาดไทย ต้องระวังเรื่องการปล่อยข่าวลือเพื่อปลุกระดมประชาชน จนอาจทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมได้ในที่สุด ซึ่งผู้ว่าฯ นายอำเภอ ต้องนำประกาศของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นำไปออกผ่านเสียงตามสายที่มีการชุมนุม เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ นอกจากนี้ ถ้า ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งที่เดินทางกลับด้วยรถโดยสารที่รัฐบาลจัดให้ หรือ กลับด้วยตนเอง อยากให้คิดว่าประชาชนเหล่านี้หวังดีต่อบ้านเมือง จึงอยากให้ทางจังหวัดต้อนรับด้วยการจัดหาอาหารคาวหวาน น้ำดื่ม และจัดให้มีรถส่งถึงบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คนมหาดไทย เป็นที่ประทับใจของคนทุกสี

 “ สิ่งใดที่ทำให้ประชาชนได้รับโทษจากการกระทำฝ่าฝืนประกาศของ ศอฉ. จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจว่าทำไมถึงได้รับโทษ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด ยืนยันว่าเราไม่ใช้ความรุนแรง และจะปฏิบัติตามนิติรัฐ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเดินทางของประชาชน ขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวขอติดรถมาด้วย ดังนั้นเมื่อมีการตรวจค้น ขอให้เจ้าหน้าที่กระทำด้วยความถูกต้องตรงไปตรงมา อย่าจับผิดฝาผิดตัว เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขได้ ” รมช.มหาดไทย กล่าว