
ชาญชัยเปิดงานเอสเอ็มอีไทยเข้มแข็งอย่างยิ่งใหญ่
รมว.อุตฯเปิดงานโครงการเอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010ระดับประเทศ ครั้งแรกที่เชียงใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เผยนโยบายรัฐบาล - กระทรวงอุตฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันเอสเอ็มอี ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระบุรับงบ 300 ล้านบาท เสริมศัยภาพเอสเอ็มอีไทย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 เม.ย. 2553 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เครือเนชั่น กรุ๊ป สำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) และหอการค้าจ.เชียงใหม่ ร่วมกันจัดงาน”โครงการเอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010” ระดับประเทศ โดยมีนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด มีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สสว. นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ นายอาทิตย์ วุฒิคโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดงานฯพร้อมแขกผู้มีเกียรติอีกกว่า 1,000 คน
นายชาญชัย กล่าวปาฐกถาเรื่อง”นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อภาคเศรษฐกิจและธุรกิจเอสเอ็มอี” ว่า รัฐบาลไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สสว.และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น กรุ๊ป เป็นเจ้าภาพจัดงานโครงการ”เอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010” เพื่อนำมาซึ่งการมีส่วนร่วมสำคัญในการส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่อยู้ในจ.เชียงใหม่และภาคเหนือ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมภายใต้การผลักดันของกระทรวงอุตสาหกรรม
ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะของกระทรวงอุตสาหกรรมมีโอกาสเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวเชียงใหม่ ที่บริษํท คลีเอทีฟคิงดอม กลุ่มทุนรายใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เข้าร่วมในการศึกษาดูงานและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการโรงถ่ายภาพยนต์ของฮอลลิวู้ด บริษัทดังกล่าวมีแผนใช้เงินลงทุนกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจ.เชียงใหม่ รวมทั้งยังเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศที่จะก้าวไปอย่างเข้มแข็ง ในสัปดาห์หน้าผู้บริหารของบริษัทดังกล่าวจะเข้าพบตนเอง เพื่อแนะนำโครงการที่เตรียมลงทุนบนพื้นที่ 1.8 พันไร่
นายชาญชัย กล่าวอีกว่า สสว.เป็นตัวตั้งตัวดีในการจัดงานครั้งนี้ขึ้นมา และยังเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ฯลฯ ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการส่งเสริมเอสเอ็มอีก้าวสู่ความสำเร็จ การทำงานเป็นทีมครั้งนี้ มีสำนักงานเศรษบกิจอุตสาหกรรมเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย งานครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพบปะกะบสถาบันการเงินเพื่อรับคำปรึกษาด้านธุรกิจ และแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ส่วนการเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆเพื่อการมีส่วนร่วมในการผลักดันเอสเอ็มอีก้าวสู่ความสำเร็จ จะชเอมโยงตั้งแต่ระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ รัฐบาลได้กำหนดเป็นโยบายให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆดำเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม มีเป้าหมายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดำเนินงานจากระดับจังหวัด สู่ระดับภูมิภาคและระดับประเทศภายในปี 2553 - 2555 นิ้ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีก้าวสู่ความสำเร็จ เพื่อให้ธุรกิจที่มีอยู่แล้ว และเกิดกำลังจะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ผลักดันก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ผลิตสินค้าตรงกับความติ้งการของลูกค้า และผลิตสินค้าภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์ หรือ คลีเอทีฟ อีโคโนมี
กระทรวงฯได้รับงบประมาณจากรัฐบาลวงเงิน 300 ล้านบาท เพื่อนำร่องขับเคลื่อนเอสเอ็มอีไปสู่ความเข้มแข็ง ภายใต้ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 3 เรื่อง คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน การสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากการผลิตสินค้าภายใต้นวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับจังหวัด สู่ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ให้เกิดการร่วมตัวเป็นกลุ่มจังหวัด
“กระทรวงฯ จะใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ใน 4 โครงการ คือ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ โครงการพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิดไอเดียสร้างสรรค์ และโครงการจับคู่ทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2553 จะจับคู่ธุรกิจให้ได้ 100 คู่”นายชาญชัยกล่าว
ด้านนายุทธศักดิ์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศกว่า 2.82 ล้านราย คิดเป็น 99.7% ของจำนวนผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั่วประเทศ มีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวม 3.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานสูงถึง 9 ล้านคน หรือประมาณ 76% และสร้างรายได้จากการส่งออกคิดเป็นเงินมากกว่าปีละ 1.44 ล้านบาท นอกจากนี้เอสเอ็มอียังมีส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในระดับฐานราก ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวชุมชน ช่วยสร้างเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เข้มแข็ง
นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า สสว.มีเป้าหมายพัฒนาและผลักดันให้เอสเอ็มอีผลิตสินค้าภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยมีเป้าหมาย 100 ผลิตภัณฑ์ ช่วยส่งเสริมการตลาด และการจับคู่ธุรกิจ การให้ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการจัดโครงการเอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010 ทั้งในระดับภาคและระดับประเทศที่มีเป้าหมายยอดขายรวมตลอดการจัดงาน 1,000 ล้านบาท
“สสว.มีเป้าหมายจัดงานเอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010 ทั่วประเทศ 20 ครั้ง แบ่งเป็นงานในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ สำหรับการจัดงานโครงการเอสเอ็มอีไทยเข้มแข็ง 2010 ที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเป็นครั้งแรกของประเทศ สสว.คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 - 10 เม.ย. ไม่ต่ำกว่า 50,000 คน และมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท”นายยุทธศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพ่มเติมบรรยากาศการจัดงานเอสเอ็มอี ไทยเข้มแข็ง 2010 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 8 - 10 เม.ย. มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งในจ.เชียงใฟหม่และภาคเหนือเข้าร่วมงานไม่ต่ำ 200 รายโดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ฯลฯ สนใจเข้าร่วมชมงาน และร่วมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นอย่างคึกคัก



