ข่าว

ประเวศเสนอปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยปฏิรูปการเลือกตั้ง

ประเวศเสนอปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยปฏิรูปการเลือกตั้ง

08 เม.ย. 2553

นายแพทย์ประเวศ วะสี พลเมืองอาวุโส ได้เสนอบทความเรื่องขัดแย้งใหญ่–ปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยความว่า ความขัดแย้งใหญ่ คือโอกาสของการปฏิรูปใหม่ประเทศไทย ถ้ารักษาความขัดแย้งอย่างสันติไว้ได้ ซึ่งสังคมไทยมีความก้าวหน้ามามากในประเด็นนี้ สังคมต้องอดทนอดกลั้น

อย่าให้เกิดความรุนแรง และอย่าเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งแก้ปัญหาไม่ได้จริง ถ้าไม่ปฏิรูปใหญ่ วิกฤตการณ์จะเกิดซ้ำและในที่สุดหลุดไปสู่มิคสัญญีกลียุค

 ปฏิรูปใหญ่ คือปฏิรูปให้เกิดความเป็นธรรมทุกทางทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางกฎหมาย ทางการเมืองการปกครองความเป็นธรรมทางการเมืองอย่างหนึ่ง คือ ความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง

 การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมเป็นบ่อเกิดของวิกฤตการณ์ทางการเมือง

 การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมเกิดจากเงินมีอำนาจมากเกิน ทำให้เกิดระบอบธนาธิปไตย แทนที่จะเป็นประชาธิปไตย

 เริ่มจากพรรคการเมืองที่มีเงินมากกว้านซื้อ หรือตกเขียว ส.ส. ทุ่มทุน ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อาจตก ๓๐-๔๐ ล้านบาทต่อคน ถ้าส่งสมัคร ๓๐๐ กว่าคนก็เป็นเงินกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท  เมื่อได้รับ “เลือก” เข้ามาแล้ว หัวหน้าคอกก็ยังจ่ายเงินเลี้ยงดู หัวหน้าคอกที่มี ส.ส. ในสังกัดพอก็มีอำนาจต่อรองไปเป็นรัฐมนตรี เมือเป็นก็หาทางคอร์รัปชั่นถอนทุนและหากำไร ทำให้การเมืองกลายเป็นการค้าหากำไร แทนที่จะเป็นการทำนุบำรุงบ้านเมืองและประชาชน วิธีการนี้ทำให้ ส.ส. ต้องฟังคำสั่งซ้ายหันขวาหันจากนายทุนพรรค  ไม่เป็นตัวของตัวเอง นายทุนพรรคคนเดียวอาจสั่ง ส.ส. ได้หมดทั้งพรรค ถ้า ส.ส. มีความรู้ มีศักดิ์ศรี มีวิจารณญาณด้วยตัวของตัวเอง  รัฐสภาจะเป็นกลไกที่แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศได้ดีที่สุด แต่ระบอบธนาธิปไตยได้ทำให้เกิดระบอบเผด็จการรัฐสภา รัฐสภาจึงไม่สามารถเป็นกลไกแก้วิกฤตชาติ

 ระบอบธนาธิปไตย ทำให้ได้นักการเมืองไม่มีคุณภาพ และคุณธรรมอย่างที่ควร ทำให้ระบบการเมืองไม่มีสมรรถนะในการพัฒนาชาติบ้านเมืองและนำการเมืองเข้าสู่วงจรอุบาทว์ คือ “การเมืองด้อยคุณภาพ-ปฏิวัติ-รัฐประหาร – เลือกตั้งได้นักการเมืองด้อยคุณภาพ”วนเวียนอยู่เช่นนี้โดยไม่มีทางออก และนำมาสู่วิกฤตการณ์ทางการเมือง

 เมื่อ เงินเป็นใหญ่ แต่เงินไม่เท่ากัน บางคนมีเป็นแสนๆ ล้าน ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม การแข่งขันอะไรที่ไม่เป็นธรรมไม่สนุกไม่เป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดี แม้แต่สุนัขมันยังมีจริยธรรมในการเล่น ที่ตัวที่เก่งกว่าต้องแกล้งแพ้เพื่อให้ตัวอื่นชนะบ้าง การเล่นจะได้สนุก และอยู่ร่วมกันได้ (ดู Scientific American Mind, March /April 2010, หน้า 16) การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม เพราะเงินเป็นใหญ่ จึงไม่ใช่เครื่องยุติความขัดแย้ง แต่ตรงข้ามมากกว่า

 ฉะนั้น การปฏิรูปใหญ่อย่างหนึ่ง คือ ปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นธรรมโดยขจัดอำนาจเงินลงให้มากที่สุด ควรศึกษาและระดมความคิดว่าจะขจัดอำนาจเงินในการเลือกตั้งได้อย่างไร คุณอุดร ตันติสุนทร   เป็นผู้หนึ่งที่พยายามศึกษา เรื่องการลดคอร์รัปชั่นทางการเมือง คุณอุดร ไปศึกษาการปฏิรูปการเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งเดิมก็มีคอร์รัปชั่นเยอะ ญี่ปุ่นทำ ๒ อย่าง คือ

๑. กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มที่
๒. ป้องกันการใช้เงินในการเลือกตั้ง

   สำหรับแนวคิดเรื่องการขจัดอำนาจเงินในการเลือกตั้งเท่าที่ผมรวบรวมจากคุณอุดร และบุคคลอื่นก็เช่น

๑.ไม่บังคับให้ผู้ลงสมัคร ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง (ซึ่งทำให้ต้องขึ้นกับนายทุนใหญ่)

๒.ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งโฆษณาหาสียงได้เท่าเทียมกัน คือ  จำกัดขนาดและจำนวน
โปสเตอร์ หาเสียงให้ทำได้เท่ากัน รัฐจัดสรรเวลาหาเสียงทางวิทยุและโทรทัศน์ให้เท่ากันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อตัดการต้องพึ่งอำนาจเงิน

๓.ผู้ที่ลงสมัคร ส.ส. หรือเมื่อได้เป็นแล้ว ห้ามแจกเงิน ห้ามแจกของขวัญทุกชนิด ห้าม

แจกพวงหรีด ห้ามจัดเลี้ยงทุกชนิด ห้ามไปงานเปิดป้ายร้านค้า ห้ามให้รางวัลนักกีฬา ที่ห้ามเช่นนี้เพราะการวิจัยพบว่านักการเมืองที่หาคะแนนนิยมจากราษฎรโดยเอาใจราษฎรอย่างนี้เป็นต้นเหตุของคอร์รัปชั่น

๔.ห้าม ส.ส. รับเงินอุดหนุนค่าครองชีพหรือสินน้ำใจใดๆ จากผู้ใด มีแต่เงินเดือนในตำแหน่งเท่านั้น
การทำผิดกฎหมายต้องรับโทษทางอาญาคือติดคุก ไม่ใช่ตัดสิทธิทางการเมืองเท่านั้นต้องปฏิรูป ส.ส. จากบทบาทอุปถัมภ์ราษฎร ไปเป็นผู้ทำนโยบายเพื่อราษฎรให้ได้ จึงจะแก้ปัญหาของราษฎรได้จริง

 เท่าที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง ควรปรึกษาหารือระดมความคิดกันอย่างจริงจังถึงการปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นธรรม
 ถ้าปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นธรรม การเลือกตั้งก็จะเป็นทางออกให้บ้านเมือง