
เสื้อแดงเล็งวิทยุชุมชนปลุกคนร่วมม็อบ
แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเบนเข็มไปใช้วิทยุชุมชนปลุกคนร่วมม็อบแดง ด้านแกนนำนปช.ถามฉุกเฉินร้ายแรงของใคร พร้อมระดมพลครั้งใหญ่ ขู่ ทหารแตงโม พร้อมหันปืนกลับ เรียกร้องทหาร-ตำรวจอยู่ข้างประชาชน ผิวปากรอรัฐฯ ใช้กำลัง
(8เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศแกนนำเสื้อแดงแต่ละภาคได้ขึ้นปราศรัยบนเวที ปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณรอบๆมารวมตัวกันหน้าเวทีพร้อมกล่าวด้วยว่าขณะนี้แม้สัญญาณพีเพิลชาแนลจะถูกปิดแต่ก็ยังมีช่องทางในการติดต่อกับกลุ่มผุ้ชุมนุมคนเสื้อแเดงอยู่นั้นคือการใช้วิทยุชุมชนแต่ละพื้นที่เรียกร้องให้ ผู้ชุมนุมที่อยู่ในแต่ละจังหวัดรวมพลเข้ามาในกรุงเทพเพื่อกดดันรัฐบาลต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนวันนี้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร บรรดาแกนนำภาคยังคงรอคำสั่งจากแกนนำหลักที่เวทีราชประสงค์อยู่และยังไม่คงไม่การเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาว่าการประกาศพ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถาน การณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นเหตุฉุกเฉินของใคร ในเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงยังยืนยันการชุมนุมโดยสันติ แต่เป็นรัฐบาลเองที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และเมื่อประกาศแล้วยังไม่สามารถบังคับใช้ต่อประชาชนได้ ดังนั้นขอประกาศว่าไม่ว่าพ.ร.ก.ฉบับนี้จะประกาศใช้นานกี่วัน คนเสื้อแดงจะต่อต้านโดยสันติ เพราะไม่ยอมรับพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
จากนั้นนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในวันที่ 9 เม.ย. จะเป็นการระดมคนเสื้อแดงทั้งประเทศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด และหากนายอภิสิทธิ์เข้าใจว่าการประกาศ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว จะสามารถควบคุมคนเสื้อแดงได้ตามอำเภอใจทั้งหมดนั้นคิดผิด ในทางกลับกันประชาชนจะใช้พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวจัเการนายอภิสิทธิ์แทน ดังนั้นขอให้นายอภิสิทธิ์แสดงศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายให้เท่าเทียมกับ ประชาชนที่ชุมนุมกันในวันนี้ ในเมื่อประกาศพ.ร.ก.ออกมาแล้ว ขอให้เตรียมกำลังทหาร และอาวุธไว้ให้พร้อมเพราะประชาชนไม่ยอมถอยอย่างแน่นอน ขอให้ในวันที่ 9 เม.ย. นายอภิสิทธิ์จงอยู่ในประเทศไทย เพื่อจะได้เห็นกับตาเองว่า การที่ประชาชนออกมาอย่างมากมายมหาศาล จนเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจะมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไรโดยในวันดังกล่าวประชาชนจะประกาศ สภาวะฉุกเฉินสำหรับรัฐบาล
“ หากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยังไม่รู้สำนึก คิดว่ายังควบคุมกลไกรัฐทั้งทหารและตำรวจได้ ขอให้นายอภิสิทธิ์โชคดี ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า หากในวันพรุ่งนี้รัฐบาลสั่งใช้กำลังและอาวุธ คิดฉวยโอกาสกดดันข่มขู่ประชาชน ทหารแตงโมและตำรวจมะเขือเทศ จะแสดงตัวออกมาอย่างชัดจน ทหารแตงโมจะไม่อยู่ในสภาพข้างนอกเขียว ข้างในแดงอีกต่อไป แต่จะผ่าออกมาให้เห็นสีแดงทั้งลูก หากคิดว่ายังบังคับบัญชาทหารแตงโมได้ขอเดิมพันกันในวันพรุ่งนี้ ”เลขาธิการนปช.กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวประณามการใช้กำลังเข้ายึดสถานีควบคุมดาวเทียมไทยคม ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และใช้สัญญาณจากดาวเทียมไทยคมยิงทับสัญญาณพีเพิลแชลแนล ในเครื่อข่ายสัญญาณซีแบนด์ จนเป็นเหตุให้ผู้ชมที่จานรับสัญญาณดาวเทียมสีดำ รับสัญญาณไม่ได้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีเพียงสถานการณ์เดียวเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ คือเมื่อมีรัฐบาลเป็นเผด็จการเมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาขับไล่ รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีต 3 นายกฯ ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ทั้งที่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยไม่อาจยอมรับวิธีการที่เป็นเผด็จการได้
“แต่รัฐบาลชุดนี้ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เกิดและเติบโต ในประเทศอังกฤษ ที่เป็นแม่แบบของระบอบประชาธิปไตยและแอบอ้างเสมอว่าเป็นรัฐบาลชอบธรรมตามวิถีประชาธิปไตยที่ถูกต้องมาตลอด กลับใช้วิธีเลวร้ายยิ่งกว่าเผด็จกรคนใดที่ผ่านมา วันนี้นายอภิสิทธิ์มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ที่จะสวมเสื้อคลุมทรราชอย่างเต็มตัว นอกจากนั้นยังทราบว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเรียกผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ในระบบเครือข่ายสัญญาณเคยูแบนด์เพื่อให้ยุติการออกอากาศ หรือยอมรับการส่งสัญญาณทับที่จะทำให้ทุสถานีต้องจอดำ ที่สำคัญสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียวเอเอสทีวี ใช้เครื่องข่ายสัญญาณดังกล่าวด้วย ดังนั้นเอเอสทีวีจะต้องจอดำด้วยเช่นกันยกเว้นเอเอสทีวีเป็นบิดาของรัฐบาลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และจะได้เห็นว่าประเทศเป็นอะไรไปแล้ว” เลขาธิการ นปช.กล่าว
ขอประกาศเรียกร้องทหารและตำรวจพิจารณาสถานการณ์และตัดสินใจว่าจะเลือกยืนอยู่ข้างใครหากเลือกอยู่ข้างรัฐบาลจะต้องจับอาวุธเข้าเผชิญหน้าประชาชนที่ปัหลักไม่ยอมถอย ต้องใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชนเพื่อรักษานายอภิสิทธิ์เพียงคนเดียวให้เป็นนายกฯต่อไปแต่หากทหารกล้าที่จะยืนอยู่ข้างประชาชนทันทีที่มีคำสั่งให้ใช้กำลังปราบปรามประชาชนให้ทั้งหมดวางอาวุธและเดิมมาอยู่ข้างประชาชน จะมีนายอภิสิทธิ์เพียงคนเดียวที่ต้องเดินลงจากอำนาจ แต่ประชาธิปไตยจะเดินหน้าต่อไป เป็นการนำคนเพียงคนเดียวแลกกับเสรีภาพทางประชาธิปไตยของประเทศ
“ หากรัฐบาลยังเดินหน้ากดดันและข่มขู่บังคับประชาชน พรุ่งนี้งานใหญ่แน่ ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสัญญาณโทรทัศน์ทั้งหมดทุกช่องทาง ล้อมปราบผู้ชุมนุมได้ ขอยืนยันว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีประชาชนอยู่อีกทั้งประเทศ เหตุการณ์จะเป็นตรงกันข้าม เพราะจะเพิ่มความโกรธแค้น เพิ่มความรู้สึกต่อต้าน ไม่ยอมรับขยายตัวออกไปจนพัฒนาเป็นการต่อสู้ที่ไร้รูปแบบในที่สุด หากใช้กำลังสลายการชุมนุมนายอภิสิทธิ์จะไปไหนไม่ได้ นอกจากขังตัวอยู่ภายในค่ายทหารเท่านั้นทุกวันนี้พิสูจน์แล้วว่า เพียงแค่กองกำลังไม่ทาบฝ่ายยิงระเบิดรายวัน รัฐบาลยังรับมือไม่ได้ หากต้องเผชิญหน้ากับประชาชนทั่วประเทศ รัฐบาลจะรับไหวได้อย่างไร” เลขาธิการ นปช.กล่าว
นายณัฐวุฒิถึงเหตุการณ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พกอาวุธสงครามในรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีส.ส.ดังกล่าว และนายสุเทพ เทือก สุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงในฐานะเจ้าพนักงานที่ปล่อยปละให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสถาบันนิติบัญญัติ ส่งผลให้ทั่วโลกไม่เข้าใจว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหรือซ่องโจรที่ส.ส.ลากอาวุธสงครามเดินไปมาเหมือนบ้านเมืองไม่มีขือแป สุดท้ายขอยื่นคำขาดให้รัฐบาลคืนสัญญาณการออกอากาศของพีเพิลแชลแนลทันที หากรัฐบาลยังคงลุแก่อำนาจประชาชนจะใช้สิทธิ์ในการต่อสู้โดยสันติวิธีอย่างถึงที่สุดในการนำสัญญาณพีเพิลแชลแนลกลับมาเมื่อต้องอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี เมื่อไม่มีเสรีภาพ ต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้เสรีภาพกลับคืนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้น มีเจ้าหน้าที่ นปช.มากระซิบที่ข้างหูนายณัฐวุฒิว่า สัญญาณโทรทัศน์ในเครือยข่ายสัญญาณ เค ยู แบนด์ ถูดตัดไปแล้ว นายณัฐวุฒิจึงประกาศให้ผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าวทราบ พร้อมระบุว่า เป็นฝีมือของรัฐบาลอย่างไม่มีข้ออ้างและจะมีการประกาศมาตรการเคลื่อนไหวต่อไปภายในวันนี้ส่วนเรื่องการเจรจากับรัฐบาลนั้น นปช.ไม่ได้เป็นผู้ปิดช่องทางการเจรจา แต่เป็นฝ่ายรัฐบาลเองที่ปิดโอกาสทุกทาง ปากบอกเจรจา แต่ใช้สื่อรัฐโจมตีคนเสื้อแดงตลอดเวลา และหาทางตัดช่องทางการสื่อสารของคนเสื้อแดงทุกทาง เป็นการมัดมือชก แล้วจะให้เจรจากันอย่างไรดังนั้นการเจรจาที่รัฐบาลพูดถึงนั้น หมายถึงการใช้กำลังเข้าประหารประชาชน การเจรจาต้องให้เสรีภาพประชาชนเต็มที่ ไม่ใช่ใช้การข่มขู่คุกคาม
“พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าคนเสื้อแดงทั้งประเทศจะรวมตัวกันที่ราชประสงค์ ส่วนการเคลื่อนไหวจะขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ในเมื่อบ้านเมืองเป็นแบบนี้ เมื่อขอร้องกันดี ๆ ไม่ได้ต้องใช้กำลังส่วนวันนี้จะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร เพียงนั่งผิวปาก กระดิกเท้ารออยู่ที่ราชประสงค์เท่านั้น และหวังว่าพรุ่งนี้นายอภิสิทธิ์จะนั่งผิวปากรออยู่ในประเทศ เนื่องจากไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้เห็นรูปแบบการชุมนุมของประชาชนที่เคลื่อนไหวยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา เพราะทุกวันนี้ต้องต่อสู้อย่างจำกัด ทุกตัดโอกาสทุกทางเหลือเพียงชีวิตและหัวใจเท่านั้นที่จะใช้ต่อสู้” เลขาธิการ นปช.กล่าว
ต่อมาเวลา 12.00 น. นายจตุพรขึ้นกล่าวบนเวทีว่า การที่นายอภิสิทธิ์และรัฐบาลคิดว่าการตัดสัญญาณพีเพิลแชลแนลทุกช่องทางเป็นการได้รับชัยชนะนั้นขอบอกว่ามันเป็นจุดจบของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (9เม.ย.)นอกจากนั้นยังจะเข้ามาตัดเครื่องกระจายเสียงถายในบริเวณจุดชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ เป็นเรื่องที่คิดผิด ขอให้คนเสื้อแดงและการณ์ด นปช. ทำหน้าที่เฝ้าระวัง และปกป้องทุกรูปแบบไม่ให้มีเจ้าหน้าที่หน่วยใดเข้ามา ควบคุมเครื่องกระจายเสียงหากวันนี้ประเทศจะฉิบหายแตกแยกเป็นเสี่ยง ๆ ก็เป็นเพราะนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ยืนยันว่าหากยุ่งกับเครื่องเสียงเมื่อไร จะต้องพบการตอบโต้ทันทีแน่นอน



