ข่าว

ฝ่ายค้านเคอร์กิสถานอ้างตาย100หลังจลาจล

ฝ่ายค้านเคอร์กิสถานอ้างตาย100หลังจลาจล

08 เม.ย. 2553

ฝ่ายค้านเคอร์กิสถานอ้างตาย 100 คนหลังก่อจลาจลยึดประเทศได้ ขณะที่ประธานาธิบดีหนีไปตั้งหลักทางภาคใต้

(8เม.ย.) บรรดาผู้นำฝ่ายค้านในเคอร์กิสถานอดีตสาธารณรัฐในเอเชียกลางของอดีตสหภาพโซเวียตประกาศเมื่อวันพุธว่าได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศได้แล้ว หลังเข้าควบคุมกองบัญชาการความมั่นคงของประเทศ กับสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของรัฐบาลและอาคารที่ทำการต่างๆของรัฐบาลในกรุงบิสเคค

 มีรายงานว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนจริงในการปะทะกับผู้ประท้วงทำให้กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 40 คนบาดเจ็บมากกว่า 400 คน แต่นายทอคเทอิมอูเมทาลีเยวา นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านอ้างว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน

 มีรายงานว่าประธานาธิบดีเคอร์แมนเบค บาคิเยฟ ผู้ขึ้นสู่อำนาจจากการก่อจลาจลแบบเดียวกันเมื่อ 5 ปีก่อน หลบไปอยู่ที่เมืองโอสช์ เมืองใหญ่อันดับสองทางใต้ของประเทศ ซึ่งเขามีบ้านอยู่ที่นั่น และยากที่จะประเมินในตอนนี้ว่าฝ่ายค้านสามารถเข้าควบคุมประเทศได้มากแต่ไหน

 โรซ่า โอตุนบาเยว่า อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่บรรดาผู้นำฝ่ายค้านระบุว่าจะเป็นนำรัฐบาลเฉพาะกาล เปิดเผยว่าทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทยต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของคนใหม่แล้ว

 รายงานข่าวระบุว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเพิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งเมื่อเร็วๆนี้ เพราะผู้คนโกรธแค้นที่รัฐบาลขึ้นค่าไฟฟ้าและระบบทำความร้อนถึง 200 % ทำให้พวกเขาเข้าร่วมชุมนุมกับฝ่ายค้าน โดยส่วนใหญ่เป็นคนจนจากชนบท หลายคนเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ตามสถานที่ก่อสร้าง และเดือดร้อนหนักขึ้นจากการขึ้นค่าไฟ จึงถูกกระตุ้นได้ง่ายด้วยข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่ว่ารัฐบาลคอรัปชั่น

 ฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้ปิดฐานทัพอากาศมานัสนอกกรุงบิสเคค ซึ่งสหรัฐฯใช้เป็นจุดผ่านสำคัญในการส่งการสนับสนุนให้กับสงครามในอาฟกานิสถานซึ่งอยู่ใกล้เคียง  โดยฝ่ายค้านให้เหตุผลว่าประเทศอาจอยู่ในความเสี่ยงหากสหรัฐฯเกิดความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่าน และการปิดฐานทัพสหรัฐฯที่นั่นจะสร้างความพอใจให้กับรัสเซีย

 นายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการลุกฮือ และยอมรับว่าแปลกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาก็วิจารณ์ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีบาคิเยฟทำผิดพลาดซ้ำรอยเดียวกับรัฐบาลชุดก่อนที่ถูกโค่น นั่นคือการนำเครือญาติมาคุมตำแหน่งสำคัญๆทาง
เศรษฐกิจของประเทศ