
สหรัฐฯตำหนิกลุ่มคนเสื้อแดงบุกรัฐสภาไทย
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯตำหนิผู้ประท้วงเสื้อแดงบุกอาคารรัฐสภาไทย นักวิเคราะห์มองอภิสิทธิ์กำลังเจอตัวเลือกที่ยากลำบาก หลังประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน
(8เม.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สหรัฐฯได้ออกมาตำหนิเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น กรณีที่ผู้ประท้วงเสื้อแดงบุกอาคารรัฐสภาของไทย โดยนายฟิลิปส์ คราวเลย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันว่า เคารพสิทธ์ในการแสดงความเห็นแต่ก็เสริมด้วยว่าการใช้
กำลังบุกเข้าไปในอาคารที่ทำการต่างๆของราชการไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่การใช้กำลังบุกอาคารรัฐบาลไม่ใช่วิธีการประท้วงที่เหมาะสม
นายคราวเลย์ย้ำด้วยว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะชุมนุมและประท้วงอย่างสงบแต่สหรัฐฯหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันได้โดยผ่านทางสถาบันประชาธิปไตยไม่ใช่ความรุนแรง
รายงานข่าวระบุว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ได้พยายามรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ โดยไทยได้ประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินในกรุงเทพฯและปริมณฑล ห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน และมอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้ตำรวจกับทหารหลังจากผู้ประท้วงบุกอาคารรัฐสภาทำให้ต้องมีการอพยพบรรดารัฐมนตรีออกจากที่นั่นทางอากาศ ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดของการประท้วงของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์แล้ว
นักวิเคราะห์มองอภิสิทธิ์กำลังเจอตัวเลือกที่ลำบาก
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดอะสตาร์ ของมาเลเซีย รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะของไทย กำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก ระหว่างการประนีประนอม ยอมยุบสภาและเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ที่อาจทำให้เขาพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย กับการกวาดล้างผู้ชุมนุมเรือนหมื่น ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาที่หนักหนากว่าเดิม
การประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ทำให้กองทัพมีอำนาจในการจับกุมหรือสลายฝูงชน โดยไม่ต้องขออำนาจศาล หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงยกกำลังเข้าบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธ ทำให้เจ้าหน้าที่และ ส.ส. บางคนต้องปีนกำแพงออกอีกทางหนึ่งก่อนจะเดินทางต่อไปโดยเฮลิคอปเตอร์
ปัจจุบัน ทหารได้ตั้งด่านตรวจบริเวณปริมณฑล เพื่อป้องกันไม่ให้คนเสื้อแดงไปสมทบกับพวกที่กระจายกันอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีประชากร 15 ล้านคน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเผชิญหน้าในเขตปริมณฑล แต่แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่หุ้นไทยและค่าเงินบาทยังคงพุ่งไม่หยุด ด้วยเพราะความเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และรัฐบาล ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากผู้นำกองทัพว่า จะรอดพ้นจากการสถานการณ์วิกฤตินี้ไปได้
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ พากันตั้งข้องสัยว่า รัฐบาลจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ที่ส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและชนชั้นแรงงาน ที่เข้ามาปักหลักชุมนุมกันในย่านศูนย์การค้าใจกลางเมืองกันตั้งแต่เมื่อวันเสาร์หรือไม่ ซึ่งถือเป็นการตัดสินที่เสี่ยงอย่างยิ่งสำหรับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผสมอายุ 16 เดือนของเขา ที่กำลังดิ้นรนเรียกเสียงสนับสนุนจากพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ
การชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ย่านศูนย์การค้าและโรงแรมหรู อันเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและช่องว่างที่กว้างที่สุด ระหว่างคนรวยและคนจนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่สับสนของผู้คนจำนวนมากว่า จะเกิดการกวาดล้างผู้ชุมนุมหรือไม่ แต่แรงกดดันทั้งหมด กำลังไปเพิ่มที่ตัวนายกรัฐมนตรี ที่ถือกำเนิดที่อังกฤษและจบการศึกษาชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด โดยเฉพาะจากคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อันเป็นฐานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อผู้ชุมนุม ให้ยุติการประท้วง ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม
แดนนี่ ริชาร์ดส บรรณาธิการอาวุโสของ อิโคนิโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิท ให้ความเห็นว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กำลังโดนกล่าวหาว่า ลำบากในการตัดสินใจ และกำลังดิ้นรนทำอะไรบางอย่าง แต่ก็ยาก เพราะมันมีชีวิตผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การกวาดล้างผู้ชุมนุมอาจนำไปสู่การปล้นสะดมภ์ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าหรู อันเป็นความวิตกของเหล่าผู้ประกอบการค้าปลีก ที่ตอนนี้ธุรกิจของพวกเขาก็สูญเสียรายได้อยู่แล้ว
นักวิเคราะห์ บอกว่า ในขณะที่พวกเสื้อแดง ได้ใจจากคนยากจนนอกกรุงเทพฯ แต่ก็สร้างความรำคาญและไม่พอใจให้กับชนชั้นกลาง ที่ส่วนใหญ่มองว่า คนเสื้อแดงรับใช้อย่างผิด ๆ ต่อ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีคอรัปชั่นอยู่ในต่างประเทศ
แต่สำหรับนักลงทุนต่างชาติแล้ว พวกเขายังคงทุ่มเม็ดเงินไปกับช่วงขาขึ้นที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังไม่ยอมถอนการลงทุนไปจากประเทศไทย แม้ว่าจะเกิดความผันผวนทางการเมือง ซึ่งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีนักลงทุนต่างชาติมาช้อนซื้อหุ้นไทยไปมากกว่า 1,700 ล้านบาท



