
สุเทพแถลงให้แดงออกพ้นราชประสงค์
สุเทพ ควง รมว.กลาโหม ผบ.เหล่าทัพ แถลงเตือนประชาชนออกจากพื้นที่การชุมนุม ลั่นไม่ยอมให้ม็อบแดงเข้า กทม.เหมื่อน 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ย้ำรัฐบาลจะทำอะไรจะต้องให้ประชานได้รับทราบก่อน
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 7 เม.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าภายหลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล
นายสุเทพ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ขณะนี้ที่พวกตนเป็นคณะกรรมการรับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาที่เป็นเหตุฉุกเฉินให้บรรเทาเบาบางคลี่คลายลงไปได้ และได้เริ่มทำงาน และมีการประชุมกำหนดมาตรการต่างๆ ที่ได้ทำงานแล้ว จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจในการทำงานของคณะกรรมการในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขั้นต้นต้องส่งข่าวไปถึง ประชาชนที่ร่วมชุมนุมให้ได้ทราบว่าการชุมนุมของท่านของทั้งหลายที่ชุมนุมอยู่นั้น เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงจะขอความร่วมมือให้ประชาชนได้รับข่าวนี้ ได้แจ้งความบอกกล่าวไปยังญาติ มิตร ที่ยังร่วมชุมนุมในสถานที่ได้ประกาศห้ามการชุมนุม ให้ได้เดินทางออกจากบริเวณการชุมนุมโดยทันที ทางราการก็จะจัดรถบริการรับส่งสำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาต่างจังหวัด โปรดได้บอกกับเจ้าหน้าที่ที่ได้ดูแลรักษาการณ์ในบริเวณรอบๆ อยู่แล้ว
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ประการที่สอง ในช่วงนี้จะมีข่าวลือข่าวปล่อยค่อนข้างมาก ตนอยากจะเรียนให้ประชาชนได้สบายใจว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้คืนสู่ปกติ นำความปกติสุขกลับมาสู่บ้านเมือง ฉะนั้นถ้าจะดำเนินการใดๆ รัฐบาลจะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน อย่าได้เชื่อข่าวลือใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มีการขยายตัวของการชุมนุมจนกลายเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของบ้านเมืองมากขึ้น รัฐบาลได้สั่งห้ามมิให้นำบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจากต่างจังหวัดเข้าร่วมชุมนุมในเขตพื้นที่กทม. และปริมณฑล ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจบัตรประชาชน และทำการสกัดกั้นไม่ให้คนที่จะนำผู้ชุมนุมเข้ามาเพิ่มเติมได้เข้ามาในพื้นที่กทม. นอกจากนั้นทาง ศอฉ. ได้แจ้งไปยังหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนได้ร่วมมือกันกวดขันดูแลความรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการทุกแห่งให้แข็งแรง และถ้าประชาชนได้ทราบเบาะแสเห็นเหตุการณ์ผิดปกติทั้งหลายขอให้โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ
“ในคืนนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันกระจายกำลังเพื่อที่จะคุ้มครองดูแลป้องกันมิให้มีการก่อวินาศภัยใดๆในพื้นที่กทม. ถ้าได้รับความมือกับประชาชนเป็นหูเป็นตาก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตนขอเรียนย้ำว่าทุกการกระทำของเจ้าหน้าที่จะชี้แจงอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบทุกระยะ ขอให้ประชาชนอย่าได้ตกใจ ให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐมุ่งหมายให้บ้านเมืองสงบสุขเป็นสำคัญ และขอให้ผู้ที่กำลังดำเนินการยุยง ปลุกปั่น ประชาชนได้ยุติการกระทำทันที มิฉะนั้นจะดำเนินคดีกับท่านทั้งหลายตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ากลุ่มคนเสื้อแดงได้มีการทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่ กทม. หลังจากที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านทุกเส้นทางที่จะเข้ามาในพื้นที่ กทม. อีกทั้งก็ยังไม่มีรายงานว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไปปิดล้อมศาลากลางในต่างจังหวัด ส่วนที่แกนนำเสื้อแดงบอกว่าได้มีประชาชนบางส่วนไปปิดล้อมนั้น ผมถึงได้บอกว่า ขอให้รอให้ฟังข่าวสารต่างๆ จาก ศอฉ. เพาะจะมีการชี้แจงเป็นระยะ ข่าวที่มาจากแหล่งอื่นอาจจะบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า ข่าวสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริงที่จะกระทบความมั่นคงจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนจะเปิดสถานีโทรทัศน์พีทีวี ที่เป็นของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่นั้น เราจะเข้าไประงับยับยั้งไม่ให้มีการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนที่มีการปลุกระดมบนเวทีว่าจะมีการสลายการชุมนุมหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น รัฐบาลไม่มีเจตนารมณ์ที่จะไปปราบปรามประชาชน และยืนยันจะไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางเข้ามาในพื้นที่ กทม.เหมือนเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด และไม่มีการโอนอ่อนผ่อนปรนเด็ดขาด และจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และจะดำเนินการตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป
แดงแปดริ้วผวาพรก.ฉุกเฉินเผ่นไปตั้งท่าที่บ้านเกิด
เมื่อเวลา 21.30 น. ที่บริเวณจุดรวมพลคนเสื้อแดง ข้างสนามกีฬาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ด้านฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา จำนวน 60-70 คน เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ และรับฟังแกนนำในกรุงเทพฯ กล่าวปราศรัย ผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิล ชาแนล จึงทำให้บรรยากาศการรวมตัวในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาก่อนหน้า ที่มีเพียงคนเสื้อแดงวัยชราภาพ อยู่เฝ้าพื้นที่ไว้เพียง 5-10 คนเท่านั้น
ส่วนการรักษาความปลอดภัยที่บริเวณศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นั้น นายสุพจน์ เกียรติบรรณากร อายุ 46 ปี สังกัดกองบังคับการรักษาดินแดน จ.ฉะเชิงเทรา หัวหน้าชุดกองรักษาการณ์ บริเวณประตูทางเข้าด้านหลังศาลากลาง กล่าวว่า หลังจากที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ ได้ประกาศให้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างจังหวัด บุกเข้าปิดล้อมยึดศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาได้สั่งกำชับให้ เจ้าหน้าที่ อส.ทุกนาย เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราบุคคลที่จะผ่านเข้าออกภายในบริเวณศาลากลางมากยิ่งขึ้น และหากพบความผิดปกติ ให้รีบรายงานให้ทราบโดยด่วนในทันที
ขณะที่ นายภุชงค์ รังสินธุ์ นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งได้เดินทางมาตรวจตรายังบริเวณกองรักษาการณ์ อส.พอดี ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังเข้ามาถ่ายภาพทำข่าว กล่าวว่า สำหรับในขณะนี้ พื้นที่ในเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา นั้นยังไม่มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แต่ได้รับรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางไปร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ นั้น ได้เริ่มพากันทยอยเดินทางกลับออกมากันแล้ว หลังจากรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ตลอดช่วงเย็นจนถึงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับสูงของจังหวัด ได้ต่างพากันเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยต่างพากันวนเวียนเข้ามาดูแลความเรียบร้อยยังบริเวณศาลากลางมากยิ่งขึ้น และได้กำชับให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ อส.ให้ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มข้น ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันจังหวัด และระดับอำเภอ



