ข่าว

ทางเลือกที่ 3 ของอภิสิทธิ์

ทางเลือกที่ 3 ของอภิสิทธิ์

08 เม.ย. 2553

กว่า 20 วันที่เกือบทุกภาคส่วนของสังคมโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ต้องใช้ความอดทนและอดกลั้นอย่างสูงปล่อยให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ชุมนุมเรียกร้องให้ยุบสภา เพื่อให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีโอกาสค

 แต่ขณะนี้กระแสสังคมได้ตีกลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง กระทั่งนายอภิสิทธิ์ตกเป็นจำเลยของสังคมและต้องหาทางลงที่สวยงามแทนกลุ่มเสื้อแดง เมื่อประชาชนทวีความไม่พอใจมากขึ้นว่ารัฐบาลไร้ความเด็ดขาดและไร้ความสามารถในการบริหารบ้านเมืองในภาวะไม่ปกติ ดีแต่เงื้อดาบขู่แต่ไม่เคยลงดาบฟันสักที ทั้งๆ ที่ศาลได้วินิจฉัยว่า กอ.รมน.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. มีอำนาจในการสลายม็อบเนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และทั้งๆ ที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศทั้งสิ้น

 แทนที่นายอภิสิทธิ์จะศึกษาบทเรียนและความผิดพลาดจากเหตุการณ์ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ตามด้วยสงกรานต์เลือดเมื่อปีที่แล้วซึ่งเกิดภาวะอนาธิปไตยคล้ายคลึงกับในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์กลับยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนยุทธวิธีการสลายม็อบตามอำนาจที่มีอยู่ในมือ ยังยืนกรานยึดมั่นในกรอบของกฎหมาย ซึ่งนัยหนึ่งเป็นการดีที่ช่วยปิดกั้นไม่ให้วังวนน้ำเน่าหวนกลับคืนมา รวมทั้งให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้กระบวนการคลี่คลายวิกฤติการณ์โดยสันติวิธี

 แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง หลายคนโดยเฉพาะภาคธุรกิจเริ่มมองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเริ่มจะไม่คุ้มกับความอดทนอดกลั้นอีกต่อไปแม้จะยืนยันไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาก็ตาม ผลเสียตามมาก็คืออาจทำให้บ้านเมืองหวนกลับไปติดกับการเมืองเหมือนในอดีตที่เปิดช่องให้มีการปฏิวัติเพื่อให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขโดยเร็ว ซึ่งไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและไม่ควรเป็นทางออกของประเทศด้วย

 ถึงเวลาแล้วที่นายอภิสิทธิ์จะต้องเร่งปรับยุทธวิธีใหม่ทันที ไม่ควรจะใช้หลักการบริหารแบบปกติมาใช้ในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติอย่างมาก เพราะถ้าเดินหมากพลาดเพียงตัวเดียว ท้ายสุดกลายเป็นว่ากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย คนที่จะเดือดร้อนจริงๆ ก็คือประชาชนทุกภาคส่วนเราหวังว่านายอภิสิทธิ์คงสามารถหาทางออกที่สวยงามได้ โดยไม่ถูกบีบให้เหลือทางออกแค่ 2 ทางคือแบบนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ประกาศยุบสภาแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือแบบคีร์กีซสถานที่ใช้กำลังสลายม็อบไม่กี่ร้อยคนที่บุกยึดสภา โดยไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมือง