ข่าว

“ชุมพล”ยันพรรคร่วมเห็นพ้องใช้พรก.ฉุกเฉิน

“ชุมพล”ยันพรรคร่วมเห็นพ้องใช้พรก.ฉุกเฉิน

07 เม.ย. 2553

“ชุมพล ” ยันพรรคร่วมเห็นพ้องใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ อ้างแค่ ยกระดับความเข้มกม. ไม่ห่วงม็อบแดงคลั่งเผาศาลากลาง วอนอย่าปิดสนามบิน ประชุมวันนี้ไม่มีการพุดถึงกรณีสลายม็อบเสื่อแดง รองเลขาฯกฤษฎีกาแจงกม. 6 ฉบับรองรับ พรก.ฉุกเฉิน

 เมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 7 เม.ย. นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีแถลงเสร็จสิ้นว่า ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว จากการที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ว่า ก็เป็นแต่เพียงการยกระดับมาตรการทางกฎหมายขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเพียงนิดเดียว เท่านั้นเพื่อความรอบคอบ ให้การดูแลให้เรียบร้อย ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวก็คงไม่ได้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผลกระทบจริงๆ จะอยู่ที่การกระทำหรือภาคผู้ปฏิบัติมากกว่าว่าจะมีการขยายวงรุนแรงขนาดไหน การประกาศสถานการณ์ฯก้เป็นแต่เพียงยกระดับกรอบ ซึ่งจะมีการปฏิบัติหรือไม่ก็ได้

 เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะใช้แนวอารยะขัดขืนต่อเนื่อง และจะนำไปสู่ความรุนแรง นายชุมพล กล่าวว่า ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทางพรรคร่วมรัฐบาลได้หารือร่วมกันเรียบร้อยมาตั้งแต่การประชุมวอร์รูมรัฐบาลเมื่อช่วงสายวันเดียวกันและได้มาหารือในที่ประชุมครม.นัดพิเศษ อีกรอบก็เห็นพ้องกันว่าจะต้องออกประกาศฯเพื่อยกระดับขึ้นมาอีกหน่อยเพื่อจะ ได้มีมาตรการเพิ่มเติม

 เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการสลายการชุมนุมทั้งที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า และสี่แยกราชประสงค์ นายชุมพล กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกันถึงการสลายการชุมนุม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ซึ่งไม่แน่ว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้นก็ได้ เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะเป็นแนวทางที่จะคลี่คลายปัญหาได้ นายชุมพล กล่าวว่า เป็นเพียงการยกระดับตามมาตรการทางกฎหมายเท่านั้นเพื่อป้องกันเหตุ ส่วนที่แกรงว่าจะเกิดการสร้างสถานการณ์หรือลอบวางระเบิดรายวันมากขึ้นนั้น เวลานี้มันก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยกระดับเพื่อให้เกิดความมั่นใจขึ้นไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ทั้งนี้เหตุผลที่ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯมาจากหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่เพราะม็อบเสื้อแดงบุกเข้าสภาฯอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อประกาศฯแล้วจะต้องทำตามที่ประกาศ

 เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ที่มีการขู่จะบุกเผาศาลากลางจังหวัด นายชุมพล กล่าวว่า ตนยังไม่เป็นห่วงปิดศาลากลาง เพราะไม่กระทบการท่องเที่ยว ขออย่างเดียวอย่าปิดสนามบินก็แล้วกัน ถ้าปิดสนามบินตนจะออกโรงเอง ถ้าปิดคนไทยไม่ยอมเด็ดขาด โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ยืนยันมีมาตรการรองรับไว้แล้วไม่ยอมให้มีการปิดสนามบิน และตนเชื่อว่าผุ้ชุมนุมเองก็คงไม่ปิดสนามบินด้วย

รองเลขาฯกฤษฎีกาแจงกม.6ฉบับในพรก.ฉุกเฉิน

 ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแถลงการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเสร็จสิ้น นายอัชพร จารุจินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แถลงอธิบายถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า มีทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยแบ่งเป็น 1.ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดปทุมธานี อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดนครปฐม อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง

 2. คำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอ ฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองผู้อำนวยการ และให้ปลัดกระรทวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ นอกจากนี้ยังให้หัวหน้าหน่วยราชการต่างๆ เป็นกรรมการ พร้อมกันนี้ยังให้เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการด้วย

 3.คำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยให้นายสุเทพ เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานตามประกาศ

 4.ประกาศเรื่องการกำหนด อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี โดยให้นายสุเทพ ใช้อำนาจตามกฎหมายต่างๆ รวม 18 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธีและสมาคม ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจาณณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

 5.ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีข้อห้าม 5 ข้อ ได้แก่ 1.ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป 2.ห้ามเสนอข่าว หรือทำให้แพร่หลายทางสื่อที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูล ทำให้เกิดความเข้าใจผิด 3.ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะตามที่กำหนด 4.ห้ามใช้อาคาร หรือเข้าไปในสถานที่ใดๆ ตามที่กำหนด 5.ให้ อพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ที่กำหนด

 “สำหรับประกาศฉบับนี้ ในข้อ 1,3,4,5 ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที ขึ้นอยู่กับนายสุเทพจะประกาศใช้หรือไม่ตามสถานการณ์ ส่วนข้อ 2 ว่าด้วยเรื่องบิดเบือดข่าวสารนั้นจะบังคับใช้ทันที” รองเลขาฯกฤษฎีกา  กล่าว

 6.ประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งจะให้อำนาจต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่เพื่อบริหารสถานการณ์ อาทิ ให้พนักงานมีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำให้ เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ต้องขอหมายศาล ให้อำนาจเรียกบุคคลใดมารายงานตัว ให้อำนาจยึดหรืออายัดอาวุธ หรือสิ่งต่างๆ ให้อำนาจตรวจค้นรื้อถอนทำลายสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ

 “ประกาศฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับโดยทันที เพียงแต่หากเจ้าพนักงานเห็นว่ามีการกระทำใดๆ ที่ผิดกฎหมาย ประกาศฉบับนี้ก็จะให้อำนาจเพื่อใช้ระงับเหตุอย่างทันท่วงที” รองเลขาฯกฤษฎีกา  กล่าว