ข่าว

โรดแม็พของใครจะไปไหน

โรดแม็พของใครจะไปไหน

08 เม.ย. 2553

พักนี้เราจะได้ยินคำว่า “โรดแม็พ” กันอยู่บ่อยๆ หลังจากที่รัฐมนตรีที่ดีที่สุดของโลก (คุณกรณ์ จาติกวณิช) ออกมาพูดถึงโรดแม็พของรัฐบาลในช่วงเวลา 9 เดือนก่อนยุบสภาตามความเห็นของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากการเจรจากับแกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อเร็วๆ นี้

 (ต้องยอมรับว่าเป็นวัฒนธรรมประจำชาติของไทยตั้งแต่โบราณมาว่าหากจะต้องการพูดจาถึงคำใดให้ดูขึงขังก็ต้องอ้างภาษาต่างชาติ เช่น สมัยโบราณก็มักจะอ้างภาษาแขก บาลี-สันสกฤต ในยุคนี้ก็มักจะต้องอ้างภาษาอังกฤษ คำว่า โรดแม็พ ก็หมายถึงแผนที่ในการเดินทางต้องกำหนดจุดหมายและเส้นทางที่จะเดินทางไป)

 โรดแม็พของคุณกรณ์นั้นปะปนระหว่างโรดแม็พของประเทศไทยและของส่วนตัวจึงทำให้เกิดการสับสนโดยโรดแม็พส่วนตัวของคุณกรณ์นั้นกำหนดแจ้งชัดได้ว่าจะเกษียณตัวเองจากวงการเมืองเมื่ออายุ 55 ปี หมายถึงอีก 9 ปีจากนี้ไปคุณกรณ์ได้วางโรดแม็พให้ตัวเองว่าจะมีอำนาจอยู่ในทางการเมืองอยู่ถึง 9 ปี อย่างน้อยก็ต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อเนื่องไป ผู้คนที่รู้เรื่องการเมืองไทยดีฟังแล้วก็ต่างพากันอมยิ้ม

 หวนมาดูโรดแม็พของประเทศจากปากคำของคุณกรณ์เองก็มีว่าวาระเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังจะเร่งผลักดันดำเนินการให้แล้วเสร็จคือ การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายปี 2554 พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท การผลักดันกฎหมายเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันซึ่งรวมถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ด้วย นอกจากนี้คุณกรณ์ยังได้แถมท้ายว่าในโรดแม็พนี้จะรวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ และการขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับ “ไมโครไฟแนนซ์” เป็นอาทิ

 โรดแม็พของคุณกรณ์นี้ถ้ามองในแง่การเตรียมการขนย้ายของเหมือนถูกไล่ที่ในเวลา 9 เดือนก็จะดูเหมาะสมดี แต่ก็มีคนอดถากถางไม่ได้ว่าเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์บริหารประเทศมาถึง 1 ปี 4 เดือนนั้นยังทำอะไรๆ ให้บ้านเมืองได้น้อยกว่าที่คุณกรณ์ได้กำหนดไว้ในโรดแม็พ ฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่เพียง 9 เดือน ตามกำหนดจะทำได้หรือ และบางพวกยังถากถางต่อไปอีกว่าโรดแม็พนี้เป็นของประเทศหรือเป็นของพรรคเพื่อปูทางให้พรรคกลับมามีอำนาจใหม่หลัง 9 เดือน

 ก็ว่ากันไป

 ต่อคำว่าโรดแม็พนี้ คอลัมนิสต์หลายคนได้ออกมาวิจารณ์ว่าโรดแม็พของเรานั้นหน่อมแน้มเกินไปโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ หลายประเทศโรดแม็พของเขายาวไกลและมีเป้าหมายกว้างขวางและสูงส่ง เช่นของมาเลเซียโรดแม็พของเขาวางไปถึง 10 ปีข้างหน้าจะให้ประชากรมีรายได้ต่อหัวพุ่งขึ้นถึง 1 เท่าตัว

 เรามีใครคิดไกลเช่นนั้นหรือไม่เพราะมีปัญหาเฉพาะหน้าพัลวันพัลเกกันอยู่ยังออกจากเขาวงกตไม่ได้ อย่างเช่น ปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่เรื้อรังกันมาหลายวันจนนักธุรกิจ อุตสาหกรรมและนายแบงก์ที่รวมตัวกันออกมาเรียกร้อง กกร.ก็อัดอั้นตันอุราต่อสถานการณ์เมื่อได้ประชุมหารือกันแล้วได้นำเอาความในใจของตนออกมาตีแผ่ว่าเป็นห่วงเศรษฐกิจการค้า การเงินจะย่ำแย่หากการชุมนุมยังยืดเยื้อ แต่ก็น่าเสียดายที่การแสดงออกของ กกร.ครั้งนี้ปราศจากกุศโลบายที่ดีจนทำให้เสมือนสาดน้ำมันเข้าสู่กองไฟหากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ได้ใช้กุศโลบายเช่นแจกน้ำแจกข้าวให้ผู้ชุมนุมและให้ความเห็นใจ พูดจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่ายจากข้อแตกต่างระหว่าง 9 เดือนกับ 15 วันให้บรรลุตัวเลขที่ตกลงกันได้ 3 สถาบันก็อาจจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้

 เสียดายที่ไม่มีใครคิดทำโรดแม็พพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างที่ชอบพูดกัน