ข่าว

นปช.พร้อมสู้พรก.ฉุกเฉินใช้กำแพงมนุษย์กันเวที

นปช.พร้อมสู้พรก.ฉุกเฉินใช้กำแพงมนุษย์กันเวที

07 เม.ย. 2553

แกนนำ นปช. กอดคอ พร้อมสู้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใช้กำแพงมนุษย์กำแพงป้องกันเวที ปลุกปชช.รวมตัวศาลากลาง ลั่น หากใช้กำลังเข้าสลายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ รบ.ต้องรับผิดชอบ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 7 เม.ย.เป็นช่วงที่มีการถ่ายทอดสดการประกาศพ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร หรหมพันธุ์ พร้อมด้วยแกนนำคนอื่นๆ ต่างมุงดูการแถลงข่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ โดยทั้งหมดมีสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะนายจตุพร ส่ายหน้าทุกครั้งที่นายกฯพูดจบประโยค

 จนกระทั่งเวลา 18.15 น. แกนนำได้ขึ้นเวทีและยืนกอดคอ โดยนายณัฐวุฒิได้ปราศรัยว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่ารัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า การประกาศ พ.ร.ก. จะประกาศต่อเมื่อ พบว่าประชาชนผู้มาชุมนุมพกพาอาวุธสงคราม แต่ พ.ร.ก.ฉบับนี้รัฐบาลกลับประกาศเพราะว่าประชาชนจับได้ว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์พกอาวุธสงครามเข้าสภา เรายืนยันว่าประชาชนที่ชุมนุมที่นี่ จะรอรับด้วยมือเปล่า จึงเชิญชวนให้ประชาชนคนเสื้อแดง ออกมาชุมนมเพื่อต่อสู้ร่วมกัน การชุมนุถมครั้งนี้จะถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ประชาชนจะมาเรียกร้องสิทธิเพื่อประชาธิปไตย เราจะใช้หัวใจต่อสู้กับอำนาจอยุติธรม ใครอยู่ใกล้สะพานผ่านฟ้าให้ไปที่สะพานผ่านฟ้า ใครอยู่ใกล้ราชประสงค์ก็ให้มาที่ราชประสงค์

 ขณะที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชน ที่อยู่จังหวัดต่างๆออกมาร่วมชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ขอร้องว่าอย่าย่อท้ออย่ายอมแพ้ หลังจากนี้จะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป

 ส่วนนายจตุพร กล่าวว่า สงครามนี้สั้นลงแล้ว ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมาเช่นนี้นายกฯจะรู้ว่านรกมีจริง หลังจากนี้จะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป

 ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ กล่าวว่า หลังจากนี้จะระดมคนเสื้อแดงให้มารวมตัวกันที่เวทีทั้งสองแห่ง หากทหารนำกำลังมาปิดล้อม เราจะกำแพงมนุษย์ เป็นกำแพงป้องกันเวที หากมีการใช้กำลังเข้าสลายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ส่วนข้อเรียกร้องให้คนเสื้อแดงออกจากพื้นที่ชุมนุมนั้น ตนยืนยันว่าออกแน่ แต่รัฐบาลต้องยุบสภา อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะไม่มีการเอาประชาชนทั้งสองเวทีมารวมกัน ส่วนมาตรการการป้องกันการสลายของทหาร จะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของแกนนำที่อยู่บนเวทีเท่านั้น

ราชประสงค์คึกคัด แดงกทม.-ตจว.แห่ชุมนุม
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมยืดเยื้อเป็นวันที่ 5 บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงเช้าจำนวนผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตา เนื่องจากตลอดทั้งคืนวันที่ 6 เม.ย. มีกระแสข่าวทหารตำรวจจะนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม ทำให้คนเสื้อแดงเหน็ดเหนื่อยกับการเฝ้าระวังเพื่อรักษาฐานที่มั่นในการชุมนุม ทำให้ช่วงเช้าถึงบ่ายของวันที่ 7 เม.ย. ผู้ชุมนุมบนถนนพระราม 1 และถนนราชดำริ มีจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับนัดชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-6 เม.ย.

 สันติบาลประเมินว่ามีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 3,500 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาปักหลักฟังการปราศรัยของแกนนำที่หน้าเวทีสี่แยกราชประสงค์ ส่วนบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้างอัมรินทร์พลาซ่า สยามเซ็นเตอร์ และด้านข้างโรงพยาบาลตำรวจ ผู้ชุมนุมกระจายตัวหลบแดดอยู่ไม่มากนัก โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้เป็นจุดจอดรถยนต์ ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถสัญจรไปมาผ่านถนนพระราม 1 ได้ โดยรถที่ตรงมาจากสี่แยกชิดลม จะมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริบริเวณศาลพระพรหม ส่วนรถจากถนนราชดำริก็สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 1 เพื่อผ่านไปด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ สำหรับรถยนต์ที่มาจากสี่แยกประตูน้ำสามารถเข้าสู่ถนนราชดำริ เลี้ยวเข้าไปยังอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ได้ ในช่วงบ่ายกลุ่มคนเสื้อแดงชลบุรี แหลมฉบัง ประมาณ 100 คน เคลื่อนขบวนรถเครื่องขยายเสียงออกจากสี่แยกราชประสงค์ ไปตั้งหัวขบวนและเวทีเคลื่อนที่อยู่บริเวณหน้าสวนลุมพินี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเที่ยงบรรยากาศบริเวณสี่แยกราชประสงค์ค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากเป็นเวลาพักรับประทานอาหารเที่ยง พนักงานในสำนักงานต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม ในส่วนของห้างอัมรินทร์พลาซ่าร้านแมคโดนัลด์และร้านกาแฟสตาร์บัคเปิดให้บริการเป็นวันแรก ทำให้มีพนักงานออฟฟิศและชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการ โดยมีคนเสื้อแดงบางส่วนเข้าไปใช้บริการในร้านแมคโดนัลด์

 สำหรับช่วงเย็น (17.00 ) มวลชนคนเสื้อแดงเริ่มทยอยเดินทางมารอฟังการปราศรัยของสามเกลอ และแกนนำนปช. ทำให้จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8,000 คน