ข่าว

แกนนำนปช.ประกาศระดมพลแดงครั้งใหญ่9เม.ย.

แกนนำนปช.ประกาศระดมพลแดงครั้งใหญ่9เม.ย.

07 เม.ย. 2553

ลั่นรบ.จะได้พบกับการต่อสู้ทุกรูปแบบของคนเสื้อแดงเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา "นครบาล" จ่อดำเนินคดี " อริสมันต์-เสื้อแดง "บุกรุก "รัฐสภา" สั่ง "มือกฎหมาย บช.น." ขึ้นแท่นเตรียมสำนวนคดี

 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 เมษายน ที่เวทีราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาชนขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเวทีประกาศมติและแนวทางเคลื่อนไหว ว่า แกนนำ นปช.หรือคนเสื้อแดง มีมติแนวทางการเคลื่อนไหวว่า เรายืนยันจะปักหลักชุมนุมที่ราชประสงค์เพื่อชัยชนะต่อไป ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่การชุมนุมและยังไม่มีการยุบรวมหรือขยายพื้นที่ชุมนุมเพิ่มเติม ยังคงเป็นสะพานผ่านฟ้าและราชประสงค์แห่งนี้ ประกาศต่อมา ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงท่ามกลางกระแสเจรจารอบ 3 หรือการปรับลดเวลายุบสภาลงของกลุ่มบุคคลองค์กรต่างๆ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีท่าทีชัดเจน จึงยืนยันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ยุบสภาภายใน 15 วัน

 นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สืบเนื่องจากวันนี้นายอภิสิทธิ์ และครม.ได้เดินทางไปประชุม ครม.ที่อาคารัฐสภาในช่วงเช้า ต่อมาในช่วงสายขณะมีการประชุมสภาผู้แทนฯ แกนนำคนเสื้อแดง นำโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายขวัญชัย ไพรพนา นำพาคนเสื้อแดงจากสะพานผ่านฟ้าจำนวนหนึ่ง ไปที่อาคารรัฐสภาเพื่อกดดัน ปรากฏว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ผมได้รับข้อมูลแน่ชัดว่า สุเทพได้มีคำสั่งเด็ดขาดจากห้องประชุมรํฐมนตรีให้กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ติดต่อไปยังไทยคมให้ตัดสัญญาดาวเทียมพีเพิลแชแนลทันที โดยอ้างเหตุแห่งความมั่นคงของประเทศ

 "มีความชัดเจนว่านายสุเทพ ได้มีคำสั่งให้ดาวเทียมไทยคมยุติการส่งสัญญาณออกอากาศของพีเพิลแชแนล โดยอ้างเรื่องของความมั่นคงของชาติ ต้องเรียนว่า หากการถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงกระทบความมั่นคงของชาติ แล้วเอเอสทีวีของคนเสื้อเหลืองที่เชิญชวนคนไปยึดทำเนียบ และสนามบินนานาชาติหมายความว่าอย่างไร หากรัฐบาลถือเอาอำนาจปิดพีเพิลแชแนล เอเอสทีวีก็ต้องถูกดำเนินคดีบ้างหรือไม่ และถ้าปิดพีเพิลแชแนลแล้วไม่ปิดเอเอสทีวี รัฐบาลจะปฏิเสธความเป็น 2 มาตรฐานได้อย่างไร"

 เลขาธิการ นปช. กล่าวต่อว่า เราจะขอประณามการออกคำสั่งดังกล่าวอย่างสันติที่สุด ไม่ให้รัฐบาลปิดการออกอากาศพีเพิลแชแนลได้ ขณะนี้คนเสื้อแดงที่นนทบุรีได้ไปปักหลักที่ศาลากลางนนทบุรีแน่นเป็นที่เรียบร้อย พี่น้องได้ไปร้องขอผู้บริหารดาวเทียมไม่ให้ตัดสัญญาณ และถ้าฝ่ายรัฐบังคับให้ปิดพี่น้องที่นั่นจะต่อต้านโดยสันติวิธี และขอเรียนทุกคนที่รักประชาธิปไตยมาที่ราชประสงค์ และพร้อมทวงถามความยุติธรรมจากนายกฯ ทันที ไม่ว่าจะซุกอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ หากปิดสัญญาณพีเพิลแชแนลยังมีอีกหลายสถานีที่ใช้ช่องสัญญาณเดียวกันก็เตรียมที่จะฟ้องร้องรัฐบาลเช่นกัน

 "เราจะต่อสู้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องการออกอากศของพีเพิลแชแนล การตัดสัญญาณไม่ใช่การยุติ เพียงแค่เป็นบันไดขั้นที่หนึ่งนำไปสู่การล้อมปราบ จะทำให้จอดำก่อนที่จะส่งกำลังเข้ามาสลายการชุมนุม" นายณัฐวุฒิ กล่าว

 นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากนายสุพร อัตถากร แกนนำ และคณะไปวางกำลังที่สถานีดาวเทียมไทยคม แคราย นายอริสมันต์กับคณะที่รัฐสภาเฝ้าสังเกตการณ์ภายในก็พบว่าคนของรัฐจะกระทำต่อประชาชนที่ชุมนุมนอกรั้ว มีคนกลุ่มหนึ่งขว้างแก๊สน้ำตาโดยไม่มีเหตุอันควร ไม่มีการเจรจา และไม่มีขั้นตอนใดๆ การใช้แก๊สน้ำตาจะต้องเป็นขั้นตอนสุดท้ายๆ นายอริสมันต์กับพวกจึงยึดของกลางพร้อมกับเรียกร้องทวงถามว่าให้ออกมารับผิดชอบว่าขว้างระเบิดแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนที่มาโดยสันติได้อย่างไร เรียกอยู่นานไม่สนอง จึงจำเป็นที่จะต้องส่งตัวแทน 20 คน เข้าไปตรวจสอบหานายสุเทพเพื่อสอบถามสิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันไม่ได้มีการบุกรุกรัฐสภาแต่อย่างใด จึงได้พบว่านายสุเทพรีบออกรัฐสภาโดยทันที

 "แต่หลังจากนายสุเทพหลบหนีไปทีมงานของเราก็ได้ไปพบอาวุธสงครามติดอยู่ที่ตัวบุคคล ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในรัฐสภา คำถามว่ามีอำนาจสิทธิอะไรถึงได้ให้คนเอาอาวุธสงครามเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งเป็นที่ทำการของฝ่ายนิติบัญญัติชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้ลุแก่อำนาจ ทำตัวเป็นแก๊งมาเฟีย แก๊งอิทธิพล สามารถให้คนนำอาวุธสงครมไปได้ นอกจากนี้ ยังพบปืน 11 มม. 2 กระบอก และแก๊สน้ำตาจำนวนหนึ่ง ทีมงานได้นำไปแจ้งความและส่งคืนเจ้าหน้าที่ไปแล้ว" นายณัฐวุฒิ กล่าว

 เลขาธิการ นปช. กล่าวต่อว่า เราจะขอประกาศมาตรการครั้งใหญ่อีกครั้งในวันศุกร์ที่ 9 เมษายนนี้ จะเป็นการระดมสรรพกำลังของคนเสื้อแดง เพื่อล้มรัฐบาลในวันศุกร์ที่ 9 เมษายนนี้ จะได้พบกับการต่อสู้ทุกรูปแบบของคนเสื้อแดงเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขอเชิญคนเสื้อแดงฮึดอีกหนึ่งยกชกรัฐบาลให้ล้มลงไป อยู่ภาคไหนให้ไหลกันมารวมกันที่ กทม. เราจะฉลองสงกรานต์พร้อมกับฉลองชัยชนะ ต่างจังหวัดนัดหมายกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ปราศรัยว่า กรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงแสดงความคิดเห็นต่างๆ พูดเข้าหูหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการที่รัฐบาลจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน การปิดสถานีโทรทัศน์ พีเพิลแชลแนล ควรปิดสถานีโทรทัศน์อื่นด้วยเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่สิ่งที่นายบรรหารพูดไม่เข้าหู คือการขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อถึง 9 เดือนค่อยยุบสภา ยืนยันว่า เรารอถึงวันนั้นไม่ได้ ถ้ารอถึงวันนั้นถือเป็นนรกของเมืองไทย ทันทีที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกระดับถึงขั้นปราบปรามประชาชนแล้ว เมื่อเขายกระดับ เราก็ควรยกระดับการต่อสู้เช่นเดียวกัน อย่าว่าแต่อยู่ถึง 15 วันเลย แค่ 1 วันรัฐบาลนี้ก็อยู่ไม่ได้

 นายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เตรียมการนำกำลังทหารจากปราจีนบุรี กาญจนบุรี เพื่อการสลายม็อบ ไปพักไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ การกระทำเช่นนี้ คล้ายกับกรณีนายเนวิน ชิดชอบ นำเจ้าหน้าที่ ไปใส่เสื้อน้ำเงิน แล้วไปเตรียมการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอให้พี่น้องผ่านค่ำคืนนี้ และวันพรุ่งนี้ไปให้ได้ แล้วพร้อมกันปิดเกมในวันที่ 9 เม.ย.พร้อมฉลองสงกรานต์กันที่นี่ ทั้งนี้ตนไม่อยากไปสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถ้ามีความจำเป็น พวกตนก็จะไปสนามบิน เพื่อขอตรวจค้นโกดัง เพื่อขับไล่ทหารออกจากสนามบิน

นครบาลจ่อดำเนินคดี"อริสมันต์-เสื้อแดง"บุกรุกรัฐสภา

 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่บุกรุกเข้ารัฐสภาว่า พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานทางคดีอยู่แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นคดีที่มีการบุกรุกเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งจะต้องดำเนินการทันทีที่รัฐสภาส่งตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพราะมีการบุกรุกเข้าไปชนประตูทำให้เกิดทรัพย์สินเสียหาย ส่วนที่ 2 เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เป็นอาวุธปืนของสารวัตรทหารนายหนึ่ง ซึ่งมากับรถนำขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงจังหวะที่เจ้าตัวเห็นผู้ชุมนุมจำนวนมากก็ตกใจกลัวว่าอาวุธปืนจะสูญหาย จึงหยิบอาวุธปืนจากในรถออกมาเพื่อจะเอาไปเก็บไว้ จนมีความวุ่นวายเกิดขึ้นมีการแย่งปืนไป ตอนนั้นตนเองอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุจึงรีบเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ จากนั้นผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารได้นำตัว พล.อ.ส.ชโลทร กิมสอ เจ้าของอาวุธปืนไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ดุสิต แล้ว เพราะอาวุธที่ใช้เป็นอาวุธที่ใช้ในราชการ

 และเรื่องที่ 3 คือเรื่องแก๊สน้ำตา ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. ว่า ขณะที่มีการดันประตูนั้น ตำรวจก็เข้าไปดันอีกฝั่งหนึ่ง จู่ๆก็มีผู้ชุมนุมเข้ามาดึงเอาแก๊สน้ำตาไปจากตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอยืนยันว่า แก๊สน้ำตาที่ถูกดึงไปนั้นไม่ได้มีการใช้แต่อย่างใด เพราะการใช้แก๊สน้ำตานั้น ต้องรอความเห็นชอบจาก ศอ.รส. ก่อน เพราะาเป็นแก๊สน้ำตาเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในราชการ มันใส่อยู่ในกระเป๋าหน้าอกเสื้อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้สั่งการให้เจ้าของแก๊สน้ำตานั้นทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว และการที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง บุกไปในรัฐสภานั้น ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายชัดเจน เป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งกรณีนี้ตำรวจต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกลอนประตูหักหมด ชุมนุมไม่อยู่ในกรอบกฎหมาย มีการตั้งเรื่องไว้แล้ว รอเพียงเจ้าหน้าที่รัฐสภาเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เท่านั้น