
ผลสอบส.ยัดห่วงพบผี กกท.ขอสองวันชี้ชะตา ตั้ง"เฉพาะกิจ"ดูสมาคม
ผลสอบสมาคมบาสเกตบอลคลอด พบ "สโมสรผี" เกินครึ่ง "บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ขอเวลา 2 วัน ในการพิจารณาโทษและเตรียมตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจเข้าไปบริหารแทน ด้าน สุเทพ เบ็ญจโภคี นายกยัดห่วง แจงผีจริงมีแค่ 2 สโมสร และยินดีรับคำตัดสินทุกประก
ความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องสโมสรผีและปัญหาการบริหารงานของสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งนายสาโรช คุณีพงษ์ เลขาธิการสมาคมบาสเกตบอล เป็นผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว ทำให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สั่งเลื่อนการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาความจริงในขณะนี้นั้น
ล่าสุด "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.เปิดเผยว่า ได้รับผลการตรวจสอบแล้ว ทราบว่าข้อร้องเรียนต่างๆ มีมูลจริง โดยมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร จากนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันในการพิจารณา ก่อนเชิญสมาคมบาสเกตบอลมารับทราบผลอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นนั่นหมายความว่าจะส่งผลต่อสถานภาพของคณะกรรมการสมาคมบาสเกตบอลชุดนี้แน่นอน ส่วนการตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นเพื่อเข้าไปบริหารสมาคมบาสเกตบอล จะมีการพิจารณาต่อไปในเร็วๆ นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผลการตรวจสอบที่นำเสนอไปนั้น ระบุว่า ในจำนวนสโมสรสมาชิกของสมาคมบาสเกตบอลที่มีอยู่จำนวน 15 สโมสรนั้น มีมากกว่าครึ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ เช่น ค้างจ่ายค่าสมาชิก ทำให้หมดสภาพการเป็นสมาชิกไปแล้ว รวมทั้งไม่มีความเคลื่อนไหวด้านกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น เข้าข่ายเป็นสโมสรผีตามที่ถูกเปิดเผย
ขณะที่นายสุเทพ เบ็ญจโภคี นายกสมาคมบาสเกตบอล กล่าวถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการที่ระบุว่าสโมสรสมาชิกเกินครึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับว่า ในความจริงแล้วมีไม่ถึงครึ่ง เพราะหลายสโมสรมีความเคลื่อนไหวตลอด โดยส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน แม้จะไม่จ่ายค่าสมาชิกก็ตาม เนื่องจากบางสโมสรขาดแคลนเรื่องทุนทรัพย์
"ถ้าเป็นสโมสรผีจริงๆ ต้องไม่มีบทบาท ไม่จ่ายเงินและไม่ส่งทีมเข้าแข่งขันเลย แต่ก็ยังส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน แล้วจะเรียกว่าสโมสรผีได้อย่างไร เช่น ม.บูรพา แม้ไม่ส่งทีมเข้าแข่งขัน แต่ก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนากีฬาบาสเกตบอลอยู่ตลอด ซึ่งสมาคมให้สิทธิ์จัดแก่เขา สโมสรที่ไม่มีความเคลื่อนไหวจริงๆ มีแค่ 2 สโมสรที่นายสาโรชเป็นคนนำเข้ามา ก่อนที่ผมจะเข้ามาบริหารสมาคม"
นายสุเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่หนักใจอะไร แล้วแต่ กกท.จะว่าอย่างไร หากผิดก็ว่ากันไปตามความผิด ตอนนี้ยังพูดอะไรได้ไม่มาก ต้องรอ กกท.จะพิจารณาอย่างไร แต่ไม่รู้สึกหวั่นใจอะไร เพราะให้ความจริงไปหมดแล้ว และจะเดินหน้าสู้ต่อไปด้วย



