ข่าว

กอ.รมน.ยันไม่เคยให้ทหารพกแก๊สน้ำตา

กอ.รมน.ยันไม่เคยให้ทหารพกแก๊สน้ำตา

07 เม.ย. 2553

กอ.รมน.ยันใช้กำลังทหารเท่าเดิมในการดูแลม็อบ แจงไม่เคยให้ทหารพกแก๊สน้ำตา ชี้เสื้อแดงสร้างภาพรัฐใช้ความรุนแรง "สัณฐาน" แจงข้อเท็จจริงแย่งปืนหน้ารัฐสภา-ม็อบแดงแย่งแก๊สน้ำตาจากตำรวจ เผยแก๊สน้ำตาตำรวจหล่นช่วงเสื้อแดงล้มทับขณะบุกสภา

 (7เม.ย.) พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงผลการประชุมกอ.รมน.ในช่วงเช้าว่า จากการที่ครม.ได้ขยายเวลาการใช้พรบ.ความมั่นคงถึงวันที่ 20 เม.ย. นั้นกอ.รมน.ได้ประชุมเพื่ออนุมัติแผนการปฏิบัติและโครงสร้างการทำงานของกอ.รมน.ในส่วนของรายละเอียดคงไม่แตกต่างจากในช่วงที่ผ่านมา เรายังใช้กำลังทหารเท่าเดิม และใช้หน่วยทหารที่มีอยู่แล้ว การปฏิบัติจะเน้นการทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว และหากจำเป็นต้องใช้กำลังต้องทำจากเบาไปหาหนัก และจะแจ้งก่อนล่วงหน้า

 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ทำงานในช่วงที่ผ่านมา และท่านได้ชี้แจงถึงการทำงานของกอ.รมน.ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดความสงบแท้จริง เพราะเราไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน เราทำงานโดยยึดถือแนวทางความนุ่มนวล เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาระบุว่าจากนี้จะใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น โฆษกกอ.รมน.กล่าวว่า เรื่องมาตรการในการปฏิบัติงานจะปรับตามเหตุการณ์ ตามสถานการณ์ ซึ่งการใช้พรบ.ความมั่นคงเรายังไม่ได้ใช้เต็มอำนาจที่มี เราใช้อำนาจพรบ.ความมั่นคงแค่ 20-30 % เท่านั้น หากใช้อำนาจเต็ม ก็จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เข้าใจ อาจจะเกิดความรุนแรงได้ แต่เราจะพิจารณาการปรับใช้อำนาจพรบ.ความมั่นคงให้มีความเหมาะสมมากขึ้น

 อย่างไรก็ตามเรายืนยันว่าไม่เคยให้เจ้าหน้าที่เอาแก๊สน้ำตาออกไปใช้ในพื้นที่การชุมนุม ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงนำแก๊สน้ำตาออกมาเพราะต้องการสร้างสถานการณ์ว่ารัฐต้องการใช้ความรุนแรง ซึ่งแก๊สน้ำตาจะใช้เมื่อผู้ใหญ่สั่งมา โดยแก๊สน้ำตาจะมีใช้แค่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทหารใช้แค่โล่ห์และกระบอง

 “สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่รุนแรงเพราะกลุ่มผู้ชุมนุม ยังไม่มีแนวโน้มจะใช้อาวุธหรือมีอาวุธในการชุมนุม ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้อาวุธได้ ยกเว้นถ้าการด์นำอาวุธมาใช้ในการชุมนุม เราอาจจะต้องปรับใช้มาตรการเพิ่มเติม ส่วนการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินไม่ใช่อยู่ดี ๆ นายกรัฐมนตรีจะประกาศใช้ได้ ต้องไปดูมาตราที่ 4 ในพรก.ฉุกเฉินว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศพรก.ฉุกเฉินในสถานการณ์อย่างไรบ้าง แต่ยืนยันว่าพรบ.ความมั่นคงยังสามารถใช้ได้ ซึ่งการสลายการชุมนุมเราสามารถใช้พรบ.ความมั่นคงได้ "

 เมื่อถามว่าเหตคุการณ์ระเบิดรายวันที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่สามารถจับผู้กระทำผิดอาจจะมีผลต่อประชาชนนั้น โฆษกกอ.รมน.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งในที่ประชุม ศอ.รส.ก็เน้นย้ำให้ติดตามความคืบหน้า ซึ่งการก่อเหตุระเบิดจะเกิดห่างไกลจากสายตาและไม่มีกล้องวงจรปิด เราไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามปรับมาตรการตรวจตราต่าง ๆ ส่วนการดูแลสถานการณ์ช่วงวันหยุดยาวนั้น คงเป็นหน้าที่ของศอ.รส.ที่จะดูแลความปลอดภัยในจุดที่มีจัดงานเทศกาลสงกรานต์

สัณฐานแจงคดีระเบิด-ม็อบหน้าสภา
 
 นครบาล-เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 เม.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการสืบสวน เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวน บก.น.1- 9 และชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดจุดต่างๆในพื้นที่ กทม.ช่วงที่ผ่านมารวมแล้วมากกว่า 30 ครั้ง พร้อมวิเคราะห์ประเมินเหตุการณ์เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเร่งรัดติดตามคดีสำคัญล่าสุดคือ เหตุคาร์บอมในลานจอดรถสถานอาบอบนวดโพไซดอน เหตุระเบิดหน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที คนร้ายยิงระเบิดในที่ทำการพรรคประชาธิปัติย์ เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดซีโฟซ์หน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเหตุระเบิดหน้าบ้านนักธุรกิจย่านวิภาวดีรังสิต

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบช.น. ได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้ผู้รับผิดชอบแต่ละคดีเร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้คลี่คลายคดีโดยเร็วทั้งคดีที่เกิดขึ้นใหม่และคดีค้างเก่าทั้งหมด ภายหลัง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ.10 กำกับดูแล บช.น. เดินทางมาประชุมกำชับสั่งการนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจครบาล ตั้งแต่ระดับ ผบช.น. รอง ผบช.น.ลงไปจนถึง ผบก. และ รอง ผบก.รับผิดชอบงานด้านการสืบสวนสอบสวน และ ผกก.สืบสวนทุกพื้นที่ที่มีคดีระเบิดเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำงานและเร่งสืบสวนหาพยานหลักฐานแต่ละคดีเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ นำไปสู่การออกหมายจับให้ได้โดยเร็ว

 ที่ประชุมได้หยิบยกคดีระเบิดที่เกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัติย์ และเหตุระเบิดหลายจุดวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาและวันนี้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกลุ่มคดีที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมาตามลักษณะของประเภทชนิดระเบิด แบ่งเป็น ขว้าง ยิง และแสวงเครื่อง พร้อมจัดกลุ่มคนร้ายจาก ตำหนิ รูปพรรณ ต่างๆ รวมถึง ยานพาหนะ ในทุกคดีโดยรวบรวมไว้เป็นระบบ ตามที่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ได้ให้แนวทางไว้ว่ามีกลุ่มที่สร้างสถานการณ์อยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนมีข้อมูลในแต่ละคดีแล้วนำไปสู่การเชื่อมโยงเข้ากับคดีอื่นๆ ด้วย โดยที่ประชุมจะรวบรวมหลักฐานทุกคดีให้ครบถ้วนชัดเจน เน้นพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุนำไปสู่ตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

 พล.ต.ท. สัณฐาน เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ได้เร่งรัดคดีระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดนเน้นที่บริเวณที่ทำการพรรคประชาธิปัติย์ และเหตุการณ์ระเบิดที่ ป้อมตำรวจ ใกล้ห้างโลตัส นวมินทร์พื้นที่ สน.โคกคาม เพื่อเร่งรัดติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินดคีให้ได้ ส่วนกรณีที่กลุ่ม นปช. บุกเข้าไปในรัฐสภาในช่วงสายที่ผ่านมานั้น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐสภามาแจ้งความร้องทุกข์ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เพราะมีการพังประตูเข้าไปในสถานที่ราชการเท่ากับเป็นการบุกรุกแล้ว

 ส่วนกรณี มีการจับกุมตัวทหารพกปืนเข้าไปในรัฐสภานั้น ผบช.น. กล่าวว่า ได้สอบสวนเบื้องต้นแล้วทราบว่าทหารคนดังกล่าวคือ พลอาสา ชโรธร กิมสอ สังกัดกองพันสารวัตรทหาร เดินทางมากับรถนำขบวนของรองนายกรัฐมนตรี เมื่อเข้ามาถึงรัฐสภาเกรงว่า ปืนจะหาย จึงนำปืนลงมาจากรถ จากนั้นเกิดความชุลมุนและมีการแย่งปืนไป ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาและตัวแทนของฝ่ายทหาร ได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ดุสิตแล้วในข้อหาปล้นทรัพย์

 พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวถึงกรณีแก๊สน้ำตาที่ผู้ชุมนุมอ้างว่า ถูกโยนออกมาจากบริเวณรัฐสภาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นว่า แก๊สน้ำตาดังกล่าว เป็นอุปกรณ์ติดประจำกายของตำรวจควบคุมฝูงชนภายในรัฐสภา ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมดันประตูอยู่นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมคนหนึ่งดึงแก๊สน้ำตาไปจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ทางเราจะทำการตรวจสอบว่าเรื่องมีความเป็นมาอย่างไร แก๊สน้ำตาไม่ได้มีการใช้ เนื่องจากต้องทำตามระเบียบ

 สำหรับกรณีคนร้ายลอบยิงระเบิด M 79 ใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเรียกสอบ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ( เสธ.แดง ) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือไม่เนื่องจากอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เกิดเหตุในวันดังกล่าว พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวยืนยันเพียงสั้นๆว่า ตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่างทั้งหมด

เผยแก๊สน้ำตาตำรวจหล่นช่วงเสื้อแดงล้มทับขณะบุกสภา

 ผู้สื่อข่ารายงานว่าภายหลังสถานการณ์สงบลงผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับแก๊สน้ำตา2กระป๋อง ที่นายอริสมันต์ อ้างถึง ปรากฏว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล ซึ่งส่วนใหญ่มีอุปกรณ์ในการสลายม็อบ เช่น โล่ พลาสติก กระบอง และแก๊สน้ำตา   2 กระป๋องซึ่งติดไว้บริเวณด้านข้างกางเกงทั้ง 2 ข้าง และบางส่วนติดไว้ที่หน้าอกเสื้อ 2 ข้าง

 ทั้งนี้นายตำรวจคนดังกล่าวได้ปฎิบัติหน้าที่ประจำการอยู่บริเวณประตูใหญ่ที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ทะลายประตูเหล็กเพื่อบุกมายังรัฐสภา ซึ่งในช่วงที่คนเสื้อแดงบุกเข้ามานั้นได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  จนล้มระเนระนาดไปทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้กระป๋องแก๊สน้ำตาหล่นออกจากขากางเกง เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยิบกระป๋องแก๊สน้ำตา ไปให้นายอริสมันต์ บนเวทีปราศรัยทันที