
คนแก่อยากกินขนม
ผมมีญาติ อายุ 66 ปี อยู่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง เป็นบ้านพักประเภทแยก คือ ไม่ได้อยู่รวมในหอพักรวม แต่เป็นบ้านเล็กๆ ที่ออกเงินค่าก่อสร้างเองประมาณ 2-3 แสนบาท (เมื่อ 4-5 ปีก่อน) จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ อาหารเอง
เมื่อเสียชีวิตบ้านเหล่านี้ก็จะตกเป็นของบ้านพักคนชราที่จะจัดให้คนอื่นเข้ามาอยู่ต่อไป
ญาติของผมอายุ 66 ปี ไม่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพ 500 บาทนี้ เพราะผู้ปกครองบ้านพักเรียกประชุม และแจ้งทุกคนในบ้านพักคนชราแห่งนี้ว่า ทุกคนได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นค่าอาหารแล้ว คนละ 30 บาทต่อวัน หากขอรับ 500 บาทต่อเดือนอีกก็จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้อยู่บ้านพักแห่งนี้อีกต่อไป
ผมสงสัยว่าคนชราตามสถานสงเคราะห์บ้านพักคนชราน่าจะได้เงินช่วยเหลือ 500 บาทต่อเดือน จะได้มีค่าขนมกินบ้าง คนแก่ชอบกินขนมหวานหลังอาหารนะครับ
ธนา
ตอบ
งานด้านคนชรา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงว่า กรณีของญาติคุณ ไม่เข้าเงื่อนไขในการจ่ายเงินช่วยเหลือคนชราให้มีเบี้ยยังชีพทุกเดือน เนื่องจากผู้สูงอายุต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.มีสัญชาติไทย
2.มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 เม.ย.2492)
3.ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ ผู้รับเงินเบี้ยยังชีพตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพมหานคร ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทนรายได้ประจำหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่จัดให้เป็นประจำ
ฉะนั้น ญาติของคุณอยู่ในข่ายที่ได้รับสวัสดิการอยู่แล้ว ถือว่าเป็นคนชราที่มีผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน และการเจ็บไข้ได้ป่วย
แต่ถ้าเป็นการอาศัยอยู่ในที่พักคนชราที่ไม่ได้กินฟรี อยู่ฟรี คุณต้องไปสอบถามพื้นที่ดูก่อนว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ เช่น ถ้าญาติของคุณเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ก็สามารถไปสอบถามได้ที่สำนักงานเขตที่ญาติของคุณมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตนั้นๆ แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ไปสอบถามได้ที่องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลก็ได้
งานด้านคนชรา บอกว่า คุณน่าจะโทรศัพท์มาสอบถามที่ พม.โดยตรง ให้เร็วกว่านี้ จะได้แนะนำให้ญาติคุณไปลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพไว้ก่อน เพราะตอนนี้หมดเขตรับลงทะเบียนไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา
ลุงแจ่ม



