
อธิการนิด้านำนักวิชาการเคลื่อนต้านยุบสภาพรุ่งนี้
เครือข่ายจุฬาฯ สุดทนม็อบแดง ร่อน อีเมลล์ ปลุกกระแสพลังเงียบ แชร์ความเดือดร้อนจากการชุมนุม พร้อมนัดเปิดเวทีภาคประชาชน 9 เมษานี้ ย้ำ! ใส่สีอะไรมาร่วมก็ได้แต่งดแดง สภาพัฒนาการเมืองแนะทุกฝ่ายร่วมปฏิรูปประเทศไทย อาสาเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนความเห็นออกแบบประเทศ
(7เม.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า กลุ่มนักวิชาการที่ยืนยันความถูกต้องต่อสังคม ซึ่งประกอบด้วย นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ศ.นพ. ประมวล วีรุตมเสน อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุรชัย ศิริไกร อดีตรองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ นายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จะร่วมกันเคลื่อนไหว คัดค้านความรุนแรงที่ไร้สติ ต่อต้านการยุบสภาที่ไร้เหตุผล และเร่งปฏิรูปการเมือง เพื่อเป็นทางออกต่อสังคม ในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 10.30 น. ห้องประชุม นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 ตึกเอนกประสงค์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เครือข่ายจุฬาฯนัดเปิดเวทีภาคปชช.4โมงเย็นศุกร์นี้
ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรมนำประชาธิปไตย (จคป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายพลังเงียบ กล่าวว่าจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ตนทราบดีว่าทุกคนคงมีความอึดอัดมากและเกิดความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้าจึงประสงค์ที่จะรวมคนที่มีแนวคิดเดียวกันอย่างเป็นกลุ่มก้อน เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการยุบสภา และไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนต่างๆให้กับประชาชน
“การเริ่มต้นครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวสืบเนื่องมาจากวันที่ 2 เมษายนจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อสีชมพู ซึ่งเราก็ได้เจอกันแล้วพูดคุยแสดงความคิดเห็นต่อกัน ซึ่งประจวบกับที่ผมก็กำลังรวบรวมรายชื่อคัดค้านการยุบสภาอยู่พอดี และก็ได้กลุ่มของอาจารย์ตรีดาว อภัยวงศ์ มาช่วยกัน เลยตั้งใจจะจัดเป็นเวทีในการออกแสดงความคิดเห็นที่เป็นภาคประชาชน และก็เริ่มการติดต่อเพื่อชักชวนพลังเงียบที่สนใจโดยการส่งอีเมลล์ และมันก็เป็นลูกโซ่ออกไป ให้คนอ่านที่สนใจได้ลองมาคุยกันถึงความเดือดร้อนจากการชุมนุม ความไม่เห็นด้วย ตลอดจนความอึดอัด ต่างๆ ที่น่าจะปรับเปลี่ยนเป็นทิศทางแก้ไขโดยเราจะจัดเตรียมเวทีเครื่องเสียงไว้ให้ได้แสดงเสียงกันอย่างเต็มที่ ส่วนกระบวนการต่อไปก็อาจจะเป็นการรวบรวมเสียงให้เป็นกลุ่มก้อน หรืออาจะแถลงการณ์ความต้องการต่อไป”
ทั้งนี้ เนื้อหาในอีเมลล์พลังเงียบฉบับดังกล่าวมีดังนี้
พลังเงียบทั้งหลาย ท่านกำลังมีอาการ อึดอัด เครียด วิตก กินไม่ได้ นอนไม่หลับมองไม่เห็นอนาคตของชาติ ขอเชิญมารวมตัวกันในงานชุมนุม “เราจะไม่เงียบอีกต่อไป ณ ลานพระรูปรัชกาลที่ 6 ณสวนจตุจักร ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
สภาพัฒนาการเมืองแนะทุกฝ่ายร่วมปฏิรูปประเทศไทย
ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ได้ออกแถลงการณ์สภาพัฒนาการเมือง ต่อกรณีสถานการณ์วิกฤตการณ์ทางการเมือง ระบุว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภาวะวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันระหว่างรัฐบาลกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดกับสังคมไทย สร้างความกังวลในเรื่องความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกับรัฐบาลที่มีตำรวจและทหารหลายหมื่นนายที่ทำหน้าที่รักษาความสงบ ถึงแม้ได้พยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจากันมาแล้ว 2 ครั้ง ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้
สภาพัฒนาการเมืองมีความเป็นห่วงและวิตกกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มีการประชุมสภาพัฒนาการเมืองสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2553 ที่ประชุมมีมติให้ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ของสภาพัฒนาการเมืองเพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติการณ์ทางการเมืองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
1.ข้อเสนอระยะสั้น 1.1 ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันในการแก้ไขปัญหา ขอให้คู่กรณีของความขัดแย้งได้คำนึงถึงผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทย พึงแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี การต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองไม่ควรแสดงออกด้วยความรุนแรง ไม่ควรใช้วาจาที่สร้างความเกลียดชังที่มีต่อกันระหว่างพี่น้องร่วมชาติและที่สำคัญคือต้องละเว้นจากการพาดพิงถึงสถาบันหลักของชาติไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายเคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และดำเนินการตามขอบเขตของสิทธิของตนโดยเคารพและไม่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
1.2 สภาพัฒนาการเมืองเห็นว่า การเจรจาของทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งที่ดีควรดำเนินการต่อไป ส่วนการยุบสภาฯ หรือไม่ หรือยุบเมื่อใดนั้นเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายควรตกลงกันเอง โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะของประเทศและประชาชน ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการตกลงยุบสภาฯ เมื่อใดก็ตาม กระบวนการทั้งก่อนและหลังการยุบสภาฯ จะต้องไม่นำมาซึ่งความแตกแยกของคนไทยด้วยกันเอง ในกระบวนการที่จะเลือกตั้งผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งสองฝ่ายจะต้องยืนยันกับประชาชนได้ว่าจะไม่หาเสียงโดยสร้างความเกลียดชัง ความโกรธแค้นให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องร่วมชาติ รวมไปถึงเมื่อมีการดำเนินการบริหารประเทศต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตามจะต้องไม่เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดความร้าวฉานต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม จะต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างคนไทยด้วยกัน หากมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในอนาคตผู้รับผิดชอบจะต้องเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาล
2. ข้อเสนอเพื่อหาทางออกระยะยาว ด้วยเหตุวิกฤตของชาติครั้งนี้ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงเฉพาะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายที่ขัดแย้งกับรัฐบาลเท่านั้น ต้องอาศัยการผนึกกำลังทุกภาคส่วนของสังคมไทย โดยที่ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ควรที่คนไทยทุกๆ ภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดชะตาอนาคตของประเทศด้วยการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกัน
สภาพัฒนาการเมืองยินดีเป็นองค์กรทำหน้าที่เชื่อมประสานกับคนไทยทุกภาคส่วนในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้เกิดฉันทามติเพื่อออกแบบประเทศไทยในอนาคตร่วมกัน เพื่อให้ได้สังคมไทยใหม่ที่มีความเป็นธรรม มีภราดรภาพคือความเป็นพี่น้องร่วมชาติที่อาทรต่อกันและเป็นสังคมที่มีสันติสุขไร้ความแตกแยกร้าวลึกดังที่เป็นอยู่ สภาพัฒนาการเมืองจะเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันคิดปฏิรูปสังคมไทย จัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทยในระยะยาวที่มีสาระสำคัญ คือ การปฏิรูปการจัดสรรผลประโยชน์และทรัพยากร การปฏิรูประบบบริหารของรัฐ การจัดสรรอำนาจใหม่ และอื่นๆ ซึ่งต้องอาศัยการเคลื่อนไหวทางสังคมให้เกิดกระบวนทัศน์ใหม่และร่วมกันผลักดันยุทธศาสตร์ให้เป็นจริง โดยสภาพัฒนาการเมืองจะช่วยเปิดพื้นที่ทางสังคมการเมืองให้คนไทยทุกหมู่เหล่าที่ไม่มีพื้นที่ในการแสดงออกได้มีพื้นที่หรือเวทีสำหรับการพูดคุย ปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การหาฉันทามติร่วมกันในสังคม เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอต่อสาธารณะอันเป็นที่ยอมรับร่วมกันที่จะดำเนินการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ทิศทางที่พึงประสงค์
จึงขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยเจ้าของประเทศทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกัน และขอให้ติดตามข่าวสาร การดำเนินกิจกรรมของสภาพัฒนาการเมืองในระยะต่อไป



