
มติครม.ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินคุมแดง
"อภิสิทธิ์" เรียกประชุมครม.นัดพิเศษ หลังม็อบเสื้อเเดงบุกรัฐสภา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเเละใช้พรก.ฉุกเฉินทันทีคุมกทม.-นนท์ และบางพื้นที่แล้วรวม 6 จังหวัด แต่งตั้ง "สุเทพ" เป็นผอ.ศูนย์ฯ
(7เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.ที่สภา เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น.-10.00 น.พรรคร่วมรัฐบาลเข้าประชุมพร้อมเพรียง ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้ย้ำกับครม.ว่า หลังจากนี้เป็นต้นไปขอให้พรรคร่วมส่งตัวแทนเข้าประชุมศอ.รส.ทุกนัดเนื่องจากสถาน การณ์ไม่ปกติและจะต้องขอความเห็นจากพรรคร่วมแม้นายกฯจะรู้ว่าทุกพรรคมีงานแต่ละกระทรวงแต่ควรร่วมหารือแก้ปัญหาสถานการณ์ต่างๆ อย่างเป็นเอกภาพและเข้าใจข้อมูลตรงกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นการใช้กม.และจะมีการยกระดับของการใช้กม.มากขึ้นซึ่งเริ่มจากเบาไปหาหนัก
"ในที่ประชุมมีการพูดถึงการเตรียมใช้พรก.ฉุกเฉินแและอาจมีแนวโน้มใช้พรก.ฉุกเฉินสลายการชุมนุม เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจยกระดับความเข้มข้นและความรุนแรง และการชุนุมนอกเหนือจากปิดแยกราชประสงค์และยึดบริเวณผ่านฟ้า และอาจใช้กำลังมวลชนไปปิดตามที่ต่าง ๆ และอาจเป็นช่องทางให้มีมือที่สามเข้ามาแต่ครม.ยังไม่สรุปในการใช้พรก.ดังกล่าว"
อย่างไรก็ตามหลังประชุมครม.เสร็จสิ้นนายสุเทพได้เตรียมประชุมวอร์รูมพรรคที่ห้องประชุมรับรองนายกฯที่รัฐสภา มีตัวแทนพรรคร่วมเช่นนายชุมพล นายโสภณ ซารัมย์ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นต้นซึ่งการหารือเป็นไปอย่างเคร่งเครียด นายชุมพลกล่าวก่อนประชุมว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะร่วมประเมินสถานการ์กับรัฐบาลโดยย้ำจุดยืนว่าควรยุบสภาสิ้นปีถึงต้นปีและเห็นว่ามีความเหมาะสม แต่ต้องแก้รธน.ก่อนและเห็นด้วยกับกับการแก้ 6 ประเด็นและเห็นด้วยกับการทำประชามติ
ส่วนที่กก.สิทธิ์เสนอให้อดีตนายกฯหารือร่วมกันนายบรรหารจะดำเนินการอย่างไรนั้น นายชุมพลกล่าวว่าไม่ทราบเรื่องแต่พรรคมองว่าการเจรารอบ 3 จะมีคุณค่ามากกว่า เพราะการให้อดีตนายกฯที่มีวิสัยทัศน์ต่างกันอาจไม่จบหากแต่หากรัฐบาลและเสื้แดงมาคุยกันก็จะจบ
เมื่อเวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมครม.นัดพิเศษ เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของนปช. โดยนายกฯได้เรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายอิสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมฯ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยและนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงานและหัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรมและหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมทั้งนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและประธานที่ปรึกษาพรรคกิจสังคมมาประชุม
จากนั้นเวลา 18.00 น.นายกฯและคณะร่วมกันแถลงข่าวหลังการประชุมครม.นัดพิเศษ โดยก่อนการแถลงข่าวนายชาญชัยได้ชี้ป้ายข้อความท่อนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์เราสู้ ที่นำมาอันเชิญไว้บนผนังแหล่งสมาคมนายทหารรอ. 11 รอ.ว่า “บ้านเมืองเรา เราต้องรักษา อยากทำลายเชิญมาเราสู้ เกียรติศักดิ์ของเรา เราเชิญชู เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียวฯ” และบอกกับนายกฯว่ามีความหมายดี โดยนายกฯยิ้มรับ
นายกฯแถลงว่า ตามที่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่ง นับแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นมา รัฐบาลพยายามบริหารสถานการณ์ภายใต้การประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมุ่งในการที่จะป้องกันเหตุร้ายและระงับยับยั้งเหตุร้ายที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงมาโดยตลอด กลับปรากฏว่าการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการระงับยับยั้งเหตุต่างๆได้ ในทางตรงกันข้าม การชุมนุมเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มนี้ได้พัฒนาไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย ชุมนุมเกินเลยขอบเขตรัฐธรรมนูญและส่งผลกระทบให้เกิดผลกระทบความเดือดร้อนกับประชาชนจำนวนมาก มีผลกระทบกับสังคมและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง รวมทั้งกระทบกระเทือนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาประชาคมโลกด้วย
นายกฯ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างดีที่สุด แต่กลับปรากฏว่ามีการขัดขืนและยิ่งไปกว่านั้น มีการพัฒนาการเคลื่อนไหวเป็นไปในลักษณะที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสองวันที่ผ่านมามีการขัดขืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย วันนี้ยังได้บุกรุกสถานที่ราชการสำคัญคือ บุกรุกรัฐสภา ตนจึงเชิญครม.ประชุมเป็นกรณีพิเศษมในบ่ายวันนี้ และมีมติประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กทม.ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง เป็นการใช้อำนาจตามตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 รวมทั้งได้มีความเห็นชอบในการออกข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินและมีมติตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยแต่งตั้งให้นายสุเทพเป็นผอ.ศูนย์ฯกำกับการปฏิบัติงานและเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
นายกฯ กล่าวว่า ขอเรียนประชาชนว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรงครั้งนี้ รัฐบาลมีความมุ่งหวังในการใช้เครื่องมือตามกรอบกฎหมายในการแก้ไขสถานการณ์โดยมีจุดประสงค์หลักดังนี้ 1.ต้องการคืนความเป็นปกติสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ต่างๆให้ชาวกทม. 2.ต้องระงับยับยั้งการเผยแพร่และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ในลักษณะที่ทำให้เกิดความแตกแยกและยุยงส่งเสริมให้กระทำการที่ผิดกฎหมายอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น 3.การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะสามารถดำเนินคดีได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแกนนำการชุมนุมและต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้ 4.เพื่อที่จะให้มาตรการระงับเหตุ เช่น การก่อวินาศกรรมและเหตุอื่นๆมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ตนขอย้ำกับประชาชนว่ากฎหมายนี้เป็นเครื่องมือให้รัฐบาลสามารถบรรลุภารกิจเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้มีความมุ่งหมายในเรื่องการเข้าไปปราบปรามหรือทำร้ายประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป้าหมายของรัฐบาลนั้นคือการคืนภาวะปกติและทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมือง ทั้งนี้ทั้งนั้นการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลยังดำเนินการทุกวิถีทางทีเป็นไปตามกรอบกฎหมายและเป็นไปตามหลักสากล
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอเรียนไปยังประชาชนทุกคนว่า ในตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเมืองเราและความสงบสุขของประชาชน รวมทั้งผลประโยชน์ของชาติได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการปฏิบัติการของคนกลุ่มหนึ่งและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ตนอยากให้ประชาชนเข้าใจว่า การกระทำใดๆที่ผิดกฎหมายและกระทบความสงบสุขของประชาชนและส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น ในที่สุดจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนความเสียหายให้กับประชาชนทุกคนรวมทั้งผู้กระทำผิดกฎหมายด้วย และขอให้ประชาชนเข้าใจและละเว้นการเข้ามาร่วมชุมนุมในลักษณะที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งประชาชนที่ทราบว่ามีญาติและเพื่อนหรือใครก็ตามที่รู้จักเข้าร่วมชุมนุมนั้นได้โปรดชี้แจงทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ตนหวังจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมในการที่รัฐบาลจะได้บังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง และจากนี้จะมีการอ่านประกาศและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดต่างๆ ตนจะทำหน้าที่รายงานการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะๆขอให้ความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลถือว่าประชาชนทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชาติแต่วันนี้รัฐบาลต้องรักษากฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน จะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วเพื่อนำความปกติสุขกลับคืนให้ประชาชน ขอขอบคุณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการแถลงข่าว นายกฯ นายสุเทพ และพล.อ.ประวิตร รวมทั้งพล.ต.สนั่น ได้ขึ้นรถตู้คันเดียวกันโดยมุ่งหน้าไปยังกองบก.ศอ.รส. ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่านายกฯว่าที่ประชุมมีการทักท้วงหรือไม่และมีใครแสดงความเห็นใดบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี เห็นพ้องไปในทางเดียวกันหมด เมื่อถามว่า จะประกาศบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ทันทีเลยหรือไม่นายกฯ กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามนายสุเทพว่า จะบังคับใช้ทันทีเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีผลทันที
ทั้งนี้การประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่นั้นประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และ จ.นนทบุรี เต็มพื้นที่ รวมถึงบางอำเภอของจังหวัดใกล้เคียง ประกอบด้วย อ.เมืองสมุทรปราการ บางพลี พระประแดง พระสมุทรเจดีย์ บางบ่อ และบางเสาธง จ.สมุทรปราการ อ.ธัญบุรี ลาดหลุมแก้ว สามโคก ลำลูกกา คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และ อ.วังน้อย บางปะอิน บางไทร ลาดบัวหลวง จ.พระนคศรีอยุธยา



