ข่าว

"หลั่งเร็ว" ไม่มีสิทธิ

"หลั่งเร็ว" ไม่มีสิทธิ

16 มี.ค. 2552

ผมไปใช้สิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ (หลั่งเร็วและอ่อนตัว)

 คุณหมอบอกว่าประกันสังคมไม่รับรักษาโรคแบบนี้ แต่จะรักษาเกี่ยวกับพวกโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เริม เป็นต้น โดยคุณหมอแนะนำให้ไปรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลจิตเวช ซึ่งผมก็ต้องเสียเงินเอง
 มีคำถามดังนี้ครับ
 1.ทำไมไม่รักษาโรคนี้ ในเมื่อมีประกันสังคม ใช้ไม่ได้หรือครับ
 2.ผมสามารถไปรักษาที่ไหนได้บ้างครับ ทำงานอยู่นิคมบางปู จ.สมุทรปราการ
คนบางปู
ตอบ
 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ ชี้แจงว่า ผู้ป่วยไม่ได้ระบุชื่อและนามสกุล หรือรายละเอียดของโรคอย่างชัดเจน จึงไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยได้ว่า เป็นโรคแทรกซ้อนหรือไม่ เนื่องจากปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ อาการหลั่งเร็ว หรืออวัยวะเพศเกิดการอ่อนตัวนั้น แพทย์จะต้องตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุต้นตอของการเกิดปัญหาก่อน
 กล่าวคือ ถ้าอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะถือว่าไม่เข้าข่ายในการใช้สิทธิ์ของประกันสังคม แต่ถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แล้วส่งผลกระทบให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ก็ถือว่าอยู่ในข่ายการใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้
 โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำแนะนำให้ผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์ใหม่อีกครั้ง และบอกสาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศกับหมอโดยละเอียด ไม่ต้องอาย เพราะถ้าแพทย์ตรวจแล้วพบว่าผู้ป่วยอยู่ในข่ายใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ โรงพยาบาลก็ยินดีรักษาให้ตามสิทธิ์
 ด้าน กองประสานการแพทย์และฟื้นฟูสมรรถภาพ สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า กรณีนี้โรงพยาบาลต้องตรวจผู้ป่วยเพื่อหาสาเหตุที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศก่อนว่าเกิดจากอะไร มีอาการมาก่อนหรือไม่ เช่น บางคนไปฉีดสารให้อวัยวะเพศขยายใหญ่ขึ้น แล้วอวัยวะเพศเกิดเน่า จะใช้สิทธิ์ประกันสังคมไม่ได้ แต่ถ้าเกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสืบเนื่องมาจากโรคแทรกซ้อนประจำตัว ก็สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้
 ผู้ประกันตนจะไม่มีสิทธิ์ได้รับบริการทางการแพทย์ ต่อเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ด้วยเหตุหรือกลุ่มโรคและบริการดังต่อไปนี้
 1.โรคจิต ยกเว้นกรณีเฉียบพลันซึ่งต้องรักษาในทันที และระยะเวลาในการรักษาไม่เกิน 15 วัน
 2.โรคหรือการประสบอันตรายอันเนื่องจากการ ใช้สารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด
 3.โรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทคนไข้ไม่เกิน 180 วัน ใน 1 ปี
 4.การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ยกเว้น (ก) กรณีไตวายเฉียบพลันที่มีระยะเวลาการรักษาไม่เกิน 60 วัน (ข) กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้มีสิทธิ์ได้รับบริการทางการแพทย์โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
 5.การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงาม โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
 6.การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าทดลอง
 7.การรักษาภาวะมีบุตรยาก
 8.การตรวจเนื้อเยื่อ เพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ยกเว้นเพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูก
 9.การตรวจใดๆ ที่ เกินกว่าความจำเป็น ในการรักษาโรคนั้น
 10.การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ยกเว้น (ก) การปลูกถ่ายไขกระดูกให้จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายในอัตรา 7.5 แสนบาทต่อราย แก่สถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดกระบวนการปลูกถ่ายไขกระดูก โดยจะต้องเป็นสถานพยาบาลที่คณะกรรมการการแพทย์รับรอง และได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงานในการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูก (ข) การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา โดยให้เหมาจ่ายค่าบริการทางการแพทย์แก่สถานพยาบาล 2 หมื่นบาท และให้ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย 5,000 บาท
 11.การเปลี่ยนเพศ
 12.การผสมเทียม
 13.การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น
 14.ทันตกรรม (ยกเว้นการถอนฟัน การอุดฟัน และการขูดหินปูน) ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ใช้บริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 400 บาทต่อปี
 15.ตัดแว่นตา
ลุงแจ่ม