ข่าว

แผ่นดินไหว7.8ที่อินโดไทยเตือนสึนามิ

แผ่นดินไหว7.8ที่อินโดไทยเตือนสึนามิ

07 เม.ย. 2553

อินโดนีเซียและไทยออกประกาศเตือนภัยสึนามิหลังแผ่นดินไหว 7.8 ริคเตอร์ที่สุมาตรา ด้านชาวน้ำเค็มอพยพจ้าละหวั่น หลังรับแจ้งเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่นักท่องเที่ยวแตกตื่นอพยพไปจุดปลอดภัย โดยเฉพาะบนเขาป่าตองก่อนยกเลิกเตือนภัย

(7เม.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันนี้ โดยอ้างสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ หรือ USGS ที่ว่าได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริคเตอร์ที่ทางเหนือของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียในเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีคำเตือนภัยสึนามิทั้งที่อินโดนีเซียและไทย แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บรุนแรง

 USGS  ระบุว่าแผ่นดินไหวเกิดที่ระดับความลึก 46 กิโลเมตร นอกชายฝั่งทางเหนือของสุมาตราเมื่อเวลา 05.15 น.เช้านี้ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับเวลาในไทย แต่ทางสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและจีโอฟิสิคส์อินโดนีเซีย หรือ BMG ระบุความรุนแรงเพียง 7.2 ริคเตอร์ ที่ระดับความลึก 34 กิโลเมตรโดยมีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองซินาบังบนเกาะซิมูลูไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 75 กิโลเมตร นอกชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดอาเจะห์ที่ปลายสุดด้านเหนือของเกาะสุมาตรา ทำให้ประชาชนที่ตื่นตระหนกพากันวิ่งหนีออกจากบ้านเรือน

 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของไทยได้ออกคำเตือนสึนามิสำหรับประชาชนตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน ให้อพยพไปหาที่ปลอดภัยในวันนี้   โดยระบุว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสึนามิตามชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเคยถูกสึนามิในมหาสมุทรอินเดียถล่มเมื่อปี 2547 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉพาะที่ไทยประมาณ 5,400 คน แต่ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดในหลายประเทศมีประมาณ 220,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดอาเจะห์ และเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาด7.6 ริคเตอร์ที่จังหวัดสุมาตราตะวันตก มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,000 คน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.30 น. วันนี้ ชาวน้ำเค็มประมาณ 2,000 คน ออกจากบ้านน้ำเค็ม หลังชุดอปพร.บ้านน้ำเค็มใช้หวอมือหมุนแจ้งเตือนให้อพยพออกจากพื้นที่ ทำให้ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวหนีออกจากบ้านอย่างชุลมุล บางส่วนหนีออกมาอออยู่สำนักสงฆ์บ้านแหลมป้อม หมู่ที่ 2 อ.ตะกั่วป่า ซึ่งอยู่ห่างจากชายทะเลประมาณ 800 เมตร และส่วนหนึ่งออกมาอยู่บริเวรหน้าปั้ม ปตท.ตลาดบางม่วง ริมถนนเพชรเกษม และที่หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้รถจักยานนยต์ที่ต่อกันเป็นรถสามล้อพ่วงหรือรถยนต์ และบรรดาแรงงานต่างด้าวก้หอบลูกจูงหลานและใช้รถจักยาน 2 ล้อในการหนีภัย

 นายวันชัย เจริญจิตต์ เจ้าหน้าที่อปพร.บ้านน้ำเค็ม กล่าวว่า ได้ใช้หวอมือหมุนเป็นสัญญาณในการแจ้งเตือนชาวบ้านให้หนีออกจากหมู่บ้านซึ่งก้เป็นไปด้วยความโกลาหลเพราะเป็นช่วงเช้ามืด การอพบพครั้งนี้เป็นไปตามที่ฝึกซ้อมมาโดยมีการวางอาสาสมัครอปพร.ตามแยกต่างๆให้คอยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่ใช้ยวดยาน แต่ยังมีข้อด้อยในการอพยพตรงที่เคยมีข้อตกลงกันว่าถถ้ามีอพยพคนจากหมู่บ้านห้ามมีรถวิ่งสวนทางเข้าไปเพราะต้องการให้ถนนเป็นวันเวย์แต่ยังมีชาวบ้านบางสวนที่ฝ่าฝืน เพราะหลายคนต้องเอารถวิ่งสวนทางเข้าไปเพื่อรับญาติๆ แต่อย่างไรก็ตามการอพยพครั้งนี้ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตบริเวณหมู่บ้านน้ำเค็มและที่ท่าเรือข้ามฟากเกาะคอเขาพบว่าบ้านเรือนชาวบ้านปิดหมดทุกหลังทำให้บรรยากาศเงียบสงบและไม่พบว่ามีเรือรับจ้างหรือเรือประมงวิ่งข้ามไปมาแต่อย่างใด

 ขณะรายงานข่าวเวลา 07.30 น. ชาวบ้านเริ่มกลับเข้าบ้านแล้วหลังจากได้รับการยืนยันจากป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงาว่าไม่เกิดคลื่นยักษ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งให้นายอำเภอทุกอำเภอ 3 แห่ง อาทิ อ.เมือง อ.กะทู้ และ อ.ถลาง ตลอดจนท้องถิ่นทุกแห่ง ทั้ง 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.กะทู้ และอ.ถลาง อพยพไปจุดปลอดภัย พร้อมนำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ออกแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบเพื่อเตรียมความพร้อม และให้มีการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด แต่อย่างไรก็ตามในเวลา 7.20 นาทีได้มีการแจ้งยกเลิกการประกาศเฝ้าระวังเหตุ โชคดีที่ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไป ก่อนจะมีการประกาศยกเลิกคำประกาศเตือนนั้นในส่วนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณชายหาดต่างๆ ซึ่งได้ติดตามข่าวสารและได้ยินการแจ้งเตือนจากรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่แต่ละท้องถิ่นที่ให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพกรณีหากมีเหตุสึนามิเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวบางส่วนแตกตื่นอพยพออกจากบ้านเรือนมาอยู่ที่ปลอดภัย เช่น พื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ นักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนหนึ่งได้อพยพขึ้นไปอยู่บริเวณเนินเขาป่าตอง และบนตึกสูง
 
 ทางด้านนายวโรตน์ โฮ่สกุล ผู้ใหญ่บ้านทับตะวัน หมู่ที่ 7 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า หลังรับแจ้งข่าวการเกิดแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 05.30 น.จากเอสเอ็มเอส ที่ส่งมาจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก้ได้เข้าไปในหมู่บ้านอพยพชาวบ้านทั้งที่เป็นคนไทยพื้นถิ่นและชาวมอแกน(ไทยใหม่) รวมประมาณ 150 คนให้ออกมาสังเกตการณ์ที่ริมถนนเพชรเกษม ก.มที่ 778 ซึ่งเป็นที่สูง ห่างจากชายทะเลประมาณ 1 ก.ม. การอพยพเป็นได้วยดีเพราะที่นี้คนไม่มากนัก ซึ่งไม่พบว่าชาวบ้านมีความตื่นตระหนกแต่อย่างใด และหลังเวลา 07.30 น.ชาวบ้านทั้งหมดก้กลับเข้าบ้านหลังจากได้รับแจ้งว่าไม่มีคลื่นยักษ์ สึนามิ เกิดขึ้น

 นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ ป้องกันและบบรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา กล่าวว่า การเตือนภัยในครั้งนี้ไม่ได้เปิดสัญญารเตือนภันแต่อย่างใด เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาเฝ้าระวัง แต่ได้ประสานไปตามท้องถิ่นต่างๆในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเวลา 07.20 ได้รับการยืนยันจากทางศุนย์ภัยพิบัติแห่งชาติว่าไม่กระทบถึงไทยก็ได้แจ้งให้เลิกเฝ้าระวังไปในพื้นที่เสี่ยง