ข่าว

ศอ.รส.ลั่นกดดันแดงออกจากราชประสงค์

ศอ.รส.ลั่นกดดันแดงออกจากราชประสงค์

06 เม.ย. 2553

ศอ.รส.ประกาศ ส่งตำรวจ-ทหาร กดดันเสื้อแดงออกราชประสงค์ ยันไร้อาวุธปราบปราม ด้าน“มาร์ค”หนีเสื้อแดง งดร่วมงานครบรอบ 64 ปี ปชป. ด้านพรรคร่วม ตบเท้าแสดงความยินดีพร้อมหน้า

(6เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกฯ ประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างเพรียง ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อต้องการให้ประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมประชุมในพื้นที่ ซึ่งทาง ศอ.รส.ต้องการให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกนอกพื้นที่ดังกล่าวในวันนี้

 ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอ.รส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. ร่วมกันแถลงข่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลแพ่ง โดยสืบเนื่องมาจากได้มีคำสั่งของศาลได้มีการวินิจฉัยว่าการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณพื้นที่แยกราชประสงค์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะมีมีภารกิจในป้องกันระงับยับยั้งเหตุร้ายทั้งร้ายเพื่อทีจะนำความสงบความเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับมาสู่พื้นที่ดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่สามารถจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้ด้วยตนเองไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลนั้น ดังนั้นในวันนี้ทาง ศอ.รส.มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการในการเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในบริเวณพื้นที่แยกราชประสงค์ และเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่จะสื่อออกไปยังพี่น้องประชาชนว่ามีการล้อมปราบประชาชนในพื้นที่ชุมนุมนั้น ทาง ศอ.รส.จึงมีความจำเป็นจะต้องเรียนชี้แจงการปฏิบัติในวันนี้ให้กับประชาชนได้รับทราบ

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า การบังคับใช้กฎหมายในวันนี้นั้นเป็นการเพิ่มมาตรการความกดดันในพื้นที่ต่อกลุ่มผู้ชุมนุม แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการในวันนี้นั้น นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกนายว่าให้มีมาตรการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ และไม่มีการล้อมปราบหรือการสลายการชุมนุม เป็นการปฏิบัติการร่วมกับระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พลเรือน ทั้งนี้ ศอ.รส. ยืนยันกับประชาชนทั้งประเทศว่า เป็นความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่จะต้องใช้กฎหมายในการคลี่คลายสถานการณ์ในบริเวณพื้นที่แยกราชประสงค์ให้กลับมาสู่ความปกติโดยเร็วที่สุด และยืนยันอีกครั้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทุกนาย ที่เข้าปฏิบัติภารกิจไม่มีใครพกพาอาวุธเข้าไปด้วย แต่เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอน และจะรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

 ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวย้ำว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ พลเรือน ดังนั้นขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ทางบ้านทุกท่าน ขอให้ท่านโปรดสบายใจได้ว่าเราไม่ได้มีการสลายการชุมนุม เราไม่ได้ทำร้ายพี่น้องประชาชนที่ชุมนุมแต่อย่างใด แต่เรามีเจตนาที่จะดำเนินการ 2 กรณีหลัก คือ กรณีแรกเนื่องจากพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เป็นพื้นที่ห้ามตามประกาศของ ศอ.รส. ดังนั้นในวันนี้ก็จะบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร และ ตำรวจ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้นั้น เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยขอให้พี่น้องประชาชนที่ชุมนุมอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ กรุณาได้เข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าว ถ้ายังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจะฝ่าฝืนกฎหมาย เราก็เข้าไปชี้แจงประชาสัมพันธ์ และกดดันให้ทุกท่านไปชุมนุมในจุดอื่น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ได้มีข้อกำหนดไว้

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางเข้ามา และการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร และตำรวจ ไม่ได้ทำร้ายใคร พี่น้องประชาชนทางบ้านติดตามข่าวสารได้ตลอดเวลา การที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไม่ได้มีอาวุธ เจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจา และแจ้งกับผู้ชุมนุมดังกล่าวสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้ เพราะแยกราชประสงค์เป็นแยกที่สำคัญของประเทศ กระทบต่อการประกอบธุรกิจ การดำเนินการเศรษฐกิจของประเทศ ระหว่างที่พี่น้องประชาชนที่เดินทางออกจากแยกราชประสงค์ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากกองร้อยควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สายตรวจ จะดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกท่าน ท่านสามารถไปชุมนุมในพื้นที่อื่นได้ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่ประกาศเอาไว้ ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่ทางบ้านกรุณาติดตามข่าวสาร และ ใช้วิจารณญาณติดตามข่าวสาร เจ้าหน้าที่ทั้งหมดไม่ได้มีการใช้กำลังในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด การเพิ่มเติมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปนั้นเพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลพี่น้องประชาชนให้สามารถออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และประเทศชาติได้เป็นปกติสุขต่อไป

 เมื่อถามว่า หลังจากนี้ทาง ศอ.รส. จะดำเนินการอย่างไรต่อไปเมื่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่าจะไม่ถอนออกจากพื้นที่ราชประสงค์ พ ล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การดำเนินการจากนี้ไป เริ่มจากขั้นตอนการเจรจา ซึ่งตำรวจจะมีชุดเจรจาเข้าไปก่อน ส่วนกำลังที่เข้าไปเพื่อดูแความปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งจะมีทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่มีหน้าที่เจรจาต่อรอง เรามีชุดเจรจาต่อรองย่อยทั้งชี้แจงกับแกนนำและผู้ชุมนุมทั่วไป รวมถึงพยายามประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนแยกราชประสงค์ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ ศอ.รส. กำหนดไว้ คิดว่าจะมีการเจรจาสำเร็จ เพราะทุกคนเป็นคนไทยสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งการดำเนินการต้องใช้เวลา แต่ไม่มีการขีดเส้นกรอบเวลาว่าต้องนานเท่าใด ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมสามารถออกได้จากแยกราชประสงค์ทั้งด้านประตูน้ำ ราชปรารภ พระราม 1 มาบุญครอง สยามแสคว์

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายส่วนเข้าใจดีและเริ่มเดินทางออกไป ซึ่งตำรวจที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนจะไม่มีอาวุธ เราเข้าไปเพื่อดูแลความปลอดภัยพื้นที่เท่านั้น ซึ่งเราไม่มีข้อห้ามให้ท่านชุมนุมสามารถชุมนุม แต่ขอให้ไปชุมนุมที่อื่น ซึ่งเราจะดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เรามีความตั้งใจให้ผู้ชุมนุมเปิดแยกราชประสงค์ทั้งหมด ดังนั้น ขอความร่วมมือทุกฝ่าย โดยเจ้าหน้าที่ใช้เจรจาเป็นหลัก ส่วนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปหลายส่วน เพื่ออำนวยความสะดวกระหว่างเส้นทาง เพื่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกันกับฝ่ายอื่น นอกจากนี้ ตำรวจยังต้องดูแลป้องกันมือที่สามที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ ศอ.รส. ไม่มีการพูดคุยถึงการจับแกนนำ มีเพียงการขอร้องให้ผู้ชุมนุมออกจากแยกราชประสงค์

 ขณะที่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเพิ่มความกดดันผู้ชุมนุม คือ การใช้ตำรวจเข้าไปเป็นส่วนแรก ส่วนทหารจะเป็นส่วนสนับสนุนหากมีความจำเป็น แต่หากไม่จำเป็นก็จะไม่ใช่ เราจะเข้าไป 2 เส้นทาง คือเส้นทางราชดำริที่มาจากพระราม 4 กับ ถ.เพลินจิต ซึ่ง 2 เส้นทางที่เปิดอยู่เราสามารถให้ท่านเคลื่อนย้ายออกไปได้ เป็นการเน้นย้ำว่าเราไม่ได้เป็นการล้อมปราบ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดมีความพอเพียงในการดำเนินการทั้งจากตำรวจและทหาร ฝ่ายละ 10 กองร้อย เชื่อมั่นว่าผลบังคับกฎหมายทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความลังเล และเข้ามาจะเป็นจำเลยทางกฎหมาย ขณะนี้ผู้ชุมนุมมีน้อยอยู่ เชื่อว่ามาตรการจะทำให้ลดจำนวนผู้ชุมนุมได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดุแลการชุมนุมได้พบว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดงนำน้ำมันมาราดบริเวณโรงแรมเอราวัณ และโรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการบันทึกภาพไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากภารกิจร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) ในเวลาประมาณ 14.40 น. นายกรัฐมนตรีก็ได้เข้าร่วมประชุมในคณะชุดเล็ก โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก หลังจากนั้นก็ได้มีการประชุมคณะใหญ่ของ ศอ.รส.อีกครั้งในเวลา 20.00 น. หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการประชุมร่วมกับคณะชุดเล็กอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปยังบ้านพักรับรองภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามประเด็นที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวในพื้นที่ 11 เส้นทางของวันนี้ (6 เม.ย.) อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้เข้าพักที่บ้านพักรับรองภายใน ร. 11 รอ. อีกครั้ง หลังจากได้เดินทางกลับไปพักที่บ้านย่านสุขุมวิท 31 ตั้งแต่ที่มีการเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้ในวันนี้นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานวันครบรอบการจัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์ 64 ปี

 นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า หลังจากที่ได้มีการประชุม ศอ.รส. เมื่อคืนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ ได้มีการสั่งปรับกำลังในพื้นที่ทั้ง 11 สาย เพื่อป้องกันไม่ให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมกำลังจากทหาร และตำรวจ อีกหลายกองร้อยไว้ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อรอจังหวะในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะการเตรียมหน่วยจู่โจมเพื่อจับกุมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งบางส่วนได้มีการเตรียมกำลังไว้ตั้งแต่ 16.00 น. ของวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีรายงานว่าได้มีคำสั่งลับให้มีการสลายการชุมนุมในเวลา 04.00 น. ของเช้ามืดของวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้จังหวะยังไม่เอื้ออำนวยจึงได้มีการปรับเปลี่ยนแผนเป็นการกดดันด้วยการใช้กฎหมายมาบังคับใช้แทน