ข่าว

สองมาตรฐาน-หนึ่งมาตรการ

สองมาตรฐาน-หนึ่งมาตรการ

07 เม.ย. 2553

ข้ออ้างประการหนึ่งของ นปช.และกลุ่มคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวและโจมตีรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือเรื่องสองมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งที่พวกเขาคิดว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติต่อพันธมิตรฯ กับ นปช. และคนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดง เช่นกรณี ยึดทำเนียบรัฐบาล

ถึงแม้จะเป็นเพียงข้ออ้าง แต่ นปช.ก็เลียนล้อสิ่งต่างๆ ที่พันธมิตรฯ ทำแทบทุกอย่าง ทั้งรูปแบบและวิธีการ ตั้งแต่การที่พันธมิตรฯ ใส่เสื้อสีเหลือง นปช.ก็ใส่เสื้อสีแดง พันธมิตรฯ มีมือตบ นปช.ก็มีตีนตบ พันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณและตัวแทน นปช.ก็ชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จนถึงความพยายามกดดันรัฐบาลด้วยการเคลื่อนพลเสื้อแดงมาชุมนุมที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมของกรุงเทพฯ อันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการจราจรอย่างรุนแรง ซึ่ง นปช.ได้คำนวณแล้วว่า การชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จะบีบบังคับให้รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่อาจปล่อยให้มีการชุมนุมยืดเยื้อเช่นที่เชิงสะพานผ่านฟ้าได้ และหากการดำเนินการของรัฐบาลไม่บังเกิดผล ก็ย่อมเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อรัฐบาลเอง ซึ่งจะสอดประสานกับเสียงเรียกร้องเรื่องการยุบสภาของ นปช.ไปโดยปริยาย

 ขณะเดียวกันมาตรการของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ที่ดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีสลายกลุ่มพันธมิตรที่ปิดล้อมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง โดยมีการชี้มูลความผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ และลงโทษทางวินัยและอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายคนนั้น ก็เป็นเครื่องถ่วงรั้งไม่ให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงขยับตัวได้เต็มที่ รัฐบาลเองก็ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเองต้องตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส) เพื่อดึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยร่วมกัน แต่นายทหารชั้นผู้ใหญ่บางคนใน ศอ.รส เองก็ไม่ต้องการที่จะให้ชีวิตในราชการของตัวเองซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนต้องมามัวหมองตอนใกล้เกษียณ ขณะที่บางคนก็ไม่อยากจะเอาอนาคตอันยาวไกลของตนมาเสี่ยงโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีตัวอย่างให้เห็นๆ จากอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาหมาดๆ ดังนั้น การปฏิบัติงานของทหารในช่วงที่ผ่านมา จึงมุ่งที่จะป้องปรามและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะหรือใช้กำลังกับผู้ชุมนุม อันจะนำไปสู่การขยายผลของความขัดแย้งและยกระดับการต่อสู้ของกลุ่ม นปช.

 แม้จะยอมรับและชมเชยในความอดทนของทหารที่ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด แต่ความยืดเยื้อและความเคลื่อนไหวในเชิงรุกของการชุมนุมก็ทำให้ภาพความเป็น “ยักษ์ไม่มีกระบอง” ของ ศอ.รส ชัดเจนขึ้น เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน แม้แต่เรื่องคนร้ายยิงอาวุธสงครามเข้าไปในค่ายทหารและกระทรวงกลาโหม

 ครับ งานที่น่าหนักใจของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ในเวลานี้ คือต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องสองมาตรฐานให้กระจ่าง และทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเรื่องหนึ่งมาตรการให้เป็นที่เข้าใจอย่างแจ่มชัด

 ซึ่งหากทำได้สำเร็จ ปัญหาที่หนักอกของท่านอยู่ก็อาจจะผ่อนเบาลงได้ครับ