ข่าว

"อภิสิทธิ์"ชี้สิทธิมนุษยชนแก้ด้วยการเคารพสิทธิผู้อื่น

"อภิสิทธิ์"ชี้สิทธิมนุษยชนแก้ด้วยการเคารพสิทธิผู้อื่น

16 มี.ค. 2552

"อภิสิทธิ์”ลั่นแก้ปัญหาสิทธิมนุษชนได้ต้องผู้นำยอมรับความจริง ซัดนโยบายปัญหายาเสพติด และปัญหาภาคใต้ ได้ที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปัญหาไม่ยุติจนถึงเวลานี้ ระบุปัญหาสิทธิมนุษยชนจะแก้ได้ต้องเริ่มจากตัวเองที่ต้องหัดเคารพสิทธิผู้อื่นๆ

 (16มี.ค.) ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การสหประชาชติ 
 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลและสหประชาชาติจะได้ดำเนินอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสำนึกและเผยแพร่เสียงเรียกร้องต่างๆในเรื่องสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้รัฐธรรมนูญของไทยทุกฉบับ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ให้ความสำคัญศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลรวมไปถึงการประกันสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และมีกลไกที่จะมาคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ตนคิดว่าคนไทยเป็นคนที่รักในเรื่องสิทธิเสรีภาพ เราพูดเสมอว่าเราเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ และท่าทีนโยบายหรือกกหมายของเราก็มีการปรับปรุงตลอดเวลา แต่ยอมรับว่ายังมีช่องว่างที่มีอยู่ระหว่างกฎหมาย นโยบายที่เป็นทางการกับสภาพความเป็นจริงที่ยังมีคนจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาการถูกละเมิดสิทธิ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า   จากปัญหาที่ได้เสนอวันนี้ ทั้งเรื่องคนไร้ชาติ ปัญหาภาคใต้ และปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้ต้องกล้าที่จะเผชิญกับปัญหา เราต้องยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวมีอยู่จริง ซึ่งการทำงานในปัจจุบันการทำอะไรโดยเปิดเผยหรือการยอมรับปัญหา หลายคนวิตกว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งต้องยอมรับความไม่เป็นธรรมอย่างหนึ่งว่าประเทศใดที่กล้าจะเผชิญปัญหาเหล่านี้กลับถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ของความเสียหาย ในขณะที่หลายประเทศพร้อมที่จะซุกปัญหาเหล่านี้ไว้ใต้พรม และถ้าสื่อมวลชนหรือประชาคมโลกไม่เข้มแข็งในการติดตามตรวจสอบ ก็กลายเป็นว่าประเทศเหล่านั้นไม่ได้ถูกมองว่าเป็นประเทศที่เป็นปัญหา

 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพจะทำบนพื้นฐานของการยอมรับความจริง เพื่อให้ทุกหน่วยงานและภาคประชาสังคมมีความตื่นตัวที่จะร่วมมือกันในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งต้องยอมรับว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากพื้นฐานของความไม่เข้าใจ และทัศนคติที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ หลายคนคงจำได้ว่าแม้แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็มีนโยบายหลายด้านซึ่งเป็นนโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และเป็นส่วนหนึ่งทำให้วงจรของความรุนแรงดำเนินมาถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลบางยุคบางสมัยในนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคใต้ หรือนโยบายที่มีความเชื่อว่าจะสามารถใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งวันนี้สังคมได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าหากว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รู้จักเคารพสิทธิมนุษยชนเสียเองปัญหาดังกล่าวจะไม่มีวันจบ ตนต้องการเห็นความเข้าใจที่ดีและทัศนคติที่ดีและส่งเสริมการคุ้มครองและเคารพสิทธิมนุษยชน ดังนั้นการเรียนรู้หรือการสร้างความตื่นตัวในเรื่องนี้จึงเป็นแนวทางที่มีความสำคัญมาก

 “ ผมอยากฝากข้อคิดว่าเรามักรณรงค์ให้ประชาชนรับทราบสิทธิของตนเองซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญกว่าคือต้องทำให้คนตระหนักถึงสิทธิของผู้อื่น เป็นเรื่องไม่ยากที่คนจะเรียกร้องสิทธิให้ตัวเอง แต่เป็นเรื่องยากกว่ามากที่จะเรียกร้องให้คนเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าผู้นั้นเป็นคนที่มีความแตกต่างไปจากตัวเอง ว่าจะเป็นในเชิงความคิด ภูมิหลังหรือเรื่องอื่นๆก็ตาม ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้ทุกคนคิดถึงคนอื่นโดยมองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ ตนมั่นใจว่าแม้จะมีปํญหาอุปสรรค ในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและกฎหมาย แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะประสบความสำเร็จในการคุ้มครองและรักษาสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว