
มองคนละมุม
กลุ่มคนเสื้อแดงปิดแยกราชประสงค์ และเริ่มเคลื่อนไปปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ ถือว่าเป็นการกดดันทางการเมือง ซึ่งเสี่ยงต่อการนำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรง
แกนนำคนเสื้อแดงควรคำนึงถึงหลักความชอบธรรมของการชุมนุมในที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนยอมรับและเข้าใจเหตุผลในการมาชุมนุม เนื่องจากการปิดล้อมแยกสำคัญ ส่งผลต่อปัญหาการจราจรและความเสียหายทางเศรษฐกิจ
แกนนำผู้ชุมนุมจึงควรตระหนักในจุดนี้ด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลไปถึงรัฐบาล แต่ส่งผลต่อประชาชนในวงกว้าง
กลุ่มเสื้อแดงเดินเกมกดดัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จากเดิมให้มีการยุบสภาภายใน 15 วัน เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ก็เดินสายมาปิดถนนราชประสงค์ ย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวงถึง 3 วัน ก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะเอาอย่างไร
เดินเกมกดดัน กกต. เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์รับบริจาคเงินจากบริษัททีพีไอโพลีนจำนวน 258 ล้านบาท จน กกต.รับเรื่องพิจารณาในวันที่ 20 เมษายนนี้
ขณะที่ทาง ศอ.รส.ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ว่า ต้องใช้มาตรการบางอย่างกับกลุ่มเสื้อแดง
จากประเมินสถานการณ์การชุมนุมคนเสื้อแดง ที่มีการยกระดับปิดแยกราชประสงค์ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญและทำให้การจราจรใน กทม.ติดขัด
มีการเสนอให้สลายการชุมนุม
ทว่า กองทัพและนายสุเทพ บอกว่า เรื่องนี้ต้องรอนายอภิสิทธิ์ ว่าจะเอาอย่างไร
ซึ่งก็ชัดเจนว่ารัฐบาลมีหลักปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน 4 อย่าง ที่ทำให้รัฐบาลไม่ต้องถูกกล่าวหาว่าทำให้คนตาย เหมือนเดือนเมษายนปีที่แล้ว
หลักมีอยู่ว่า ถ้าสลายกลุ่มเสื้อแดงจริงต้องทำให้ละเอียด ไม่มีข้อโต้แย้ง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในพื้นที่ต้องมีกล้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน ต้องเคลียร์ปัญหาได้ทุกประเด็น และที่สำคัญที่สุด ต้องไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว เพราะหากมีผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมือที่สามหรือใครทำก็ตาม รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้
สำหรับวิธีการที่จะทำให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน จะต้องทำตามขั้นตอน 5-6 ขั้นตอน เริ่มจากใช้คำสั่งศาล ตามด้วยการตีกรอบให้ผู้ชุมนุมออกได้ แต่กลับเข้ามาไม่ได้ ให้ทหารตำรวจขยับบีบพื้นที่ไปเรื่อยๆ หากผู้ชุมนุมยังอยู่อาจใช้การฉีดน้ำ ซึ่งต้องระวังไม่ให้ถูกหน้าผู้ชุมนุม และท้ายสุดคือใช้แก๊สน้ำตา
ส่วนแกนนำม็อบ ต้องจำเป็นจริงๆ เท่านั้นถึงจะจับกุม
แม้ว่าทางออกของปัญหาในขณะนี้ คือการกลับมาเจรจาร่วมกันทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง รัฐบาลต้องออกมาเพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อลดกระแสการเสี่ยงต่อความรุนแรง โดยในการเจรจา ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่แค่มาพูดว่า จะยุบสภาเมื่อไหร่
การทำความเข้าใจร่วมกันและหาทางปรับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองให้สมดุล นั่นคือคิดยาวไปถึงการปฏิรูปการเมืองทั้งระบบ ซึ่งจะนำมาแก้ปัญหาในแต่ละเรื่อง นำไปสู่การแก้จุดอับของประเทศให้เกิดความชัดเจนได้
ทีมข่าวความมั่นคง



