
มลพิษม็อบ...โรคแทรกซ้อนผู้ป่วย
การยกระดับการชุมนุมกดดันรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากจะเปลี่ยนสถานที่จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศมาอยู่ที่แยกราชประสงค์แล้ว ยังเปลี่ยนกลุ่มกดดันจากชาวชุมชนแวดล้อมผ่านฟ้าฯ มาเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และคนกรุงเทพฯ โดยตรง
นอกจากนี้ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ และเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่าง "ผู้ป่วย" รพ.ตำรวจ !?!
ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนเป็นต้นมา ภาพความหงุดหงิดของผู้คนที่จะเดินทางมารักษาพยาบาลและเยี่ยมไข้ที่ รพ.ตำรวจ แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด บ้างเกิดการปะทะคารมระหว่างญาติผู้ป่วยกับกลุ่มผู้ชุมนุม สิ่งที่น่าหดหู่ใจอีกประการก็คือ ภาพผู้ป่วยในตึกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และตึกเฉลิมพระเกียรติราชินี หลายร้อยชีวิตต่างพากันอดโรย เพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนจากเสียงเครื่องขยายเสียงเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ดังตั้งแต่เช้ายันดึกติดต่อกันมา 3 วันแล้ว
"สมพงษ์" วัย 42 ปี พ่อวัย 72 ปีป่วยด้วยโรคชรา เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงเปลี่ยนมาปักหลักที่แยกราชประสงค์ จากเดิมขับรถมาเยี่ยมไข้พ่อทุกวัน ต้องเปลี่ยนเป็นนำรถไปจอดยังที่จอดรถของรถไฟฟ้า แล้วนั่งรถไฟฟ้าถือของพะรุงพะรังเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบากพอดู
แต่นั่นยังไม่เท่ากับเสียงรบกวนจากการปราศรัยบนเวทีใหญ่และเสียงโห่ร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งส่งเสียงรบกวนพ่อของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น !?!
"เรื่องการเดินทางไม่เท่าไรหรอก ที่สำคัญคือเตียงที่พ่อผมรักษาตัวอยู่มันได้รับเสียงตรงๆ เลย เมื่อคืนก่อนตีสาม การปราศรัยจบแล้ว แต่ผู้ชุมนุมยังเปิดเพลงตะโกนโห่ร้องรำทำเพลงอยู่บนถนน หรือบนหลังคารถก็มี ผมว่ามันมากไป" สมพงษ์ กล่าว
สมพงษ์บอกว่าคุยกับพ่อและผู้ป่วยหลายคนบนตึกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต่างยอมรับว่านอนไม่หลับ เพราะเสียงดังหนวกหูมาก เลยอยากจะขอให้ผู้ชุมนุมเห็นใจคนอื่นด้วย อย่าบีบคั้นกันจนเกินไป อยากให้เข้าใจจิตใจผู้ป่วยและญาติๆ บ้าง
ขณะที่ "เพ็ญประภา" วัย 32 ปี ที่มาเฝ้าไข้พ่อซึ่งประสบอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ค่อนข้างเคร่งเครียดเมื่อแพทย์ตรวจพบว่าตลอด 3 วัน 3 คืนที่ผ่านมาพ่อพักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ มีอาการวิตกและหวาดผวาทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเคาะขวดน้ำเปล่า กับเสียงตะโกนของกลุ่มคนเสื้อแดง จนแพทย์ต้องให้ยาระงับประสาทและยานอนหลับ จะได้พักผ่อนได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี เพ็ญประภาเองก็เครียดถึงขนาดเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อกลุ่มผู้ชุมนุม เธอบอกอย่างมีอารมณ์ว่า นอกจากจะไม่ทำประโยชน์แล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่นอนพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาล
"คนป่วยเขายังไม่เห็นใจเลย แล้วจะมาเรียกร้องความเห็นใจจากคนกรุงเทพฯ อยากได้อะไรต้องให้เขาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่ให้แล้วทำร้ายแล้วยังมาขออีก" เพ็ญประภา กล่าว
ตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงมาอยู่ที่แยกราชประสงค์ รพ.ตำรวจ ได้ทำแบบสอบถามผู้ป่วยและญาติในตึกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และตึกเฉลิมพระเกียรติราชินี 116 ราย สิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ การเดินทาง 84.7% รองลงมาคือเรื่องเสียง 82.4% เรื่องความไม่สะดวกสบายในการใช้พื้นที่โรงพยาบาล 46.4% และผลกระทบด้านความปลอดภัย 31%
พล.ต.ต.อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ รักษาการแทนนายแพทย์ใหญ่ บอกว่า สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติเสนอแนะให้ รพ.ตำรวจ เร่งแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น 6 ข้อ ได้แก่ 1.เรื่องการเดินทาง ซึ่ง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ 10) เข้าเจรจาและเปิดทางให้รถรับส่งผู้ป่วยเข้าออกได้ 2 ช่องทาง แต่ช่วงเย็นปัญหาก็เกิดขึ้นอีก เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีมากขึ้นแกนนำไม่สามารถควบคุมได้ 2.เรื่องเสียงที่ดังรบกวนตลอดทั้งวันทั้งคืน 3.เรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินเข้าออกโรงพยาบาลจำนวนมาก เพื่อใช้บริการห้องน้ำหน้าห้องฉุกเฉิน 4.ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมย้ายออกไปที่อื่น 5.หาอาหารรับประทานได้ยาก และ 6.อยากให้แก้ไขทัศนวิสัยเพราะมีขยะมากและสกปรก
"อยากจะขอประชาสัมพันธ์ไปยังแกนนำรวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุม ได้เห็นใจผู้ป่วย รพ.ตำรวจด้วย ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องการปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงรบกวนผู้ป่วยมาก อยากจะขอร้องให้ลดเสียงลงตอนกลางคืนหรือหยุดเลยก็ดี เพราะผู้ที่ป่วยอยู่แล้วจะไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามปกติ แถมยังจะทรุดหนักมากกว่าเดิม คืนแรกๆ ไม่เท่าไร แต่จะเห็นชัดในคืนที่สอง ว่าผู้ป่วยทรมานมาก" พล.ต.ต.อรรถพันธ์ กล่าว



