ข่าว

เอาสมบัติมหาตมะ คานธีคืนมา

เอาสมบัติมหาตมะ คานธีคืนมา

05 เม.ย. 2553

หลังจากสูญเสียแชมป์ให้วงเดอะ บีเทิลส์มานานกว่า 30 ปี ในที่สุด มหาตมะ คานธี ก็สามารถทวงแชมป์บุคคลผู้ได้รับความนิยมสูงสุดในวงการนักสะสมของเก่าคืนมาได้แล้ว

ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการแอบอ้างเป็นศิษย์นอกคอกของนักโทษหนีคุกทักษิณ ชินวัตรหรือเปล่า

 เมื่อปีที่แล้ว บริษัทประมูลในสหรัฐได้จัดประมูลแว่นตา รองแท้าแตะ นาฬิกาพก รวมทั้งจานชามของคานธี  ตอนแรกรัฐบาลแดนภารตเองก็คัดค้านเต็มที่ แต่เมื่อไม่สามารถห้ามปรามได้ สุดท้ายก็ต้องกระโดดเข้าไปร่วมวงด้วยแต่ผู้ชนะการประมูลเป็นเจ้าพ่ออุตสาหกรรมและวงการน้ำเมาที่ยอมทุ่มเงิน 1.8 ล้านดอลลาร์

 ขณะที่สองนักธุรกิจอังกฤษเชื้อสายอินเดียยอมควักกระเป๋า 26,000 ดอลลาร์ ประมูลจดหมายหลายฉบับ ระหว่างการประมูลที่ลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่จะมอบของล้ำค่าเหล่านั้นกลับคืนให้รัฐบาลเพื่อเก็บเป็นสมบัติของแผ่นดินตลอดไป

 เมื่อปีที่แล้วเช่นกัน ก็มีการประมูลบ้านในแอฟริกาใต้ที่มหาตมะ คานธีเคยพำนักอยู่ ผู้ชนะการประมูลด้วยวงเงิน 377,000 ดอลลาร์ เป็นบริษัทนำเที่ยวของฝรั่งเศสซึ่งเตรียมดัดแปลงบ้านเล็กๆ หลังคามุงจากหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์และเกสต์เฮ้าส์

 ขณะที่บริษัทผู้ผลิตปากกา "มองบลังค์" ปากกาแบรนด์หรูราคาสุดแพงแห่งฝรั่งเศสก็เกาะกระแส ด้วยการผลิตปากการุ่น "คานธี" ขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่คานธีนำพลังมวลชนลุกฮือประท้วงกฎหมายฉบับหนึ่งของอังกฤษ และกลายเป็นจุดกำเนิดของการต่อสู้แนวอหิงสาอันโด่งดัง

 มองบลังค์วาดหวังว่าปากการาคา 25,000 ดอลลาร์รุ่นนี้จะสามารถเจาะตลาดไฮโซชาวอินเดียได้ แต่เรื่องกลับไปจบที่ศาล เนื่องจากกฎหมายอินเดียระบุชัดว่าหากจะนำภาพของคานธีไปใช้ก็จะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลก่อนทุกครั้ง

 สุดท้าย มองบลังค์ก็ต้องเรียกปากการุ่นนี้คืน พร้อมกับแถลงขอโทษชาวแดนภารตยกใหญ่ ท่ามกลางเสียงด่าว่าไม่บังควร เพราะขัดกับวิถีชีวิตที่สุดแสนสมถะและเรียบง่ายของคานธี

 ในที่สุด กระทรวงวัฒนธรรมก็ลุกขึ้นประกาศจะเสนอร่างกฎหมายป้องกันการนำภาพของมหาตมะ คานธีไปใช้ในทางที่ผิด รวมทั้งจะห้ามนำสมบัติส่วนตัวของมหาบุรุษโลกไปขาย พร้อมกับเตรียมไล่ล่านำสมบัติทุกชิ้นของคานธีกลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน

 อย่างไรก็ดี  ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์คานธีแห่งชาติในนิวเดลียอมรับว่าภารกิจนี้หนักหนาสาหัสมาก เนื่องจากสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ คานธีจะเขียนจดหมายวันละ 10-20  ฉบับ อีกทั้งชอบเอาของส่วนตัวให้เพื่อนๆ ญาติๆ และแขกขาประจำ

 "แทนที่จะไล่ล่าสมบัติของคานธีไปทั่วโลก รัฐบาลควรจะปกปักรักษาไว้ซึ่ง "สมบัติแท้จริง" ของคานธี นั่นก็คืออหิงสาและสันติภาพมากกว่า"

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์